รู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจ สาเหตุและวิธีการรักษา

รู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจ สาเหตุและวิธีการรักษา

โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease หรือ CAD) เกิดจากหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจนั้นแข็งตัว หรือการสะสมของไขมันที่ไปเกาะผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดนั้นตีบแคบลงจนทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตไม่สะดวก ส่งผลให้หลอดเลือดมีอาการอักเสบแล้วเม็ดเลือดขาวมาซ่อมแซม จนกลายเป็นเม็ดเลือดเหล่านี้ที่ทำให้อุดตัน เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในที่สุด
สาเหตุการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

พบมากในผู้ป่วยที่มีประวัติชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เคร่งเครียดเป็นประจำ สูบบุหรี่จัด ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน คลอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ผลข้างเคียงจากโรคหลอดเลือดหัวใจหดเกร็ง อาการกระตุกของเส้นเลือดของหัวใจ และมักพบมากในผู้ชายหรือผู้ที่มีญาติในครอบครัวเป็นโรคนี้อยู่แล้ว

รู้จักโรคหลอดเลือดหัวใจ สาเหตุและวิธีการรักษา

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ

ในผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันบางส่วน มักจะยังไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาอย่างเห็นชัด จนกว่าจะเริ่มเป็นโรคหัวใจแบบฉับพลันหรือผู้ป่วยที่หลอดเลือดหัวใจอุดตันมาก จะมีอาการแน่นหน้าอกเหมือนมีอะไรหนักๆ มากดทับที่บริเวณกลางหน้าอกเยื้องไปทางซ้าย บางรายอาจจะถึงขั้นปวดร้าวไปที่อวัยวะส่วนอื่นๆ เช่น แขน ไหล่ คอ หรือขากรรไกรด้านซ้าย หรือจุกแน่นตรงยอดอกบริเวณลิ้นปี่ อาจมีอาการหอบเหนื่อยหรือใจสั่นร่วมด้วย โดยอาการเหล่านี้จะมีความสัมพันธ์กับการออกกำลังกายหรือการทำงานอย่างหนัก

การวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจ

สามารถทำได้โดยการวัดหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า การทดสอบความเครียดหัวใจหรือภาพรังสีหลอดเลือด (coronary angiogram) การทดสอบเลือด (cardiac marker) โดยขึ้นอยู่กับอาการและความเสี่ยง

วิธีรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ

เมื่อแพทย์ตรวจและวินิจฉัยโรคแล้วว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างแน่นอน ด้วยวิธีการใส่สายสวนหัวใจเข้าทางหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ และฉีดสีดูตำแหน่งการตีบตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ จากนั้นแพทย์จึงจะประเมินความรุนแรงของโรคแล้วเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย เช่น

การให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน
การให้ยาขยายหลอดเลือด เช่น ยารับประทาน ยาชนิดอมใต้ลิ้น และยาฉีดทางหลอดเลือดดำ
การให้ยาลดการบีบตัวของหัวใจ เพื่อลดการทำงานของหัวใจและลดการใช้ออกซิเจน
หากผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยามักจะได้ผลดี แต่สำหรับผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงหรือไม่ตอบสนองต่อยา แพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาโดยการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจที่ตีบ หรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด โดยใช้เส้นเลือดที่บริเวณแขนหรือขาเพื่อให้เลือดเดินทางผ่านจุดที่อุดตันได้สะดวกยิ่งขึ้น

การดูแลตนเองเมื่อพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

เริ่มต้นจากการรับประทานอาหารแค่พออิ่ม เน้นผักและผลไม้สดที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงหรืออาหารที่มีรสเค็มจัด ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ลิตร ออกกำลังกายเบาๆ แต่สม่ำเสมอวันละ 30 นาที งดดื่มสุรา ชา กาแฟ และเลิกสูบบุหรี่ถาวร หลีกเลี่ยงการทำงานหนักหรืองานที่ทำต่อเนื่องและใช้เวลานาน และข้อสำคัญที่สุดคือ ต้องรับประทานยาตามแพทย์สั่งและไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกกะทันหัน ให้หยุดกิจกรรมนั้นทันทีแล้วรีบอมยาใต้ลิ้น 1 เม็ด หากอาการไม่ดีขึ้นสามารถอมยาซ้ำได้อีก โดยเว้นช่วง 5 นาที แต่รวมทั้งหมดแล้วไม่ควรเกิน 3 เม็ด ถ้าอาการไม่ทุเลาลงภายใน 15 – 20 นาที ให้รีบไปพบแพทย์ด่วนที่สุด

รู้จักโรคระบบประสาททางจิตเวช สาเหตุและวิธีการรักษา

รู้จักโรคระบบประสาททางจิตเวช สาเหตุและวิธีการรักษา
ในยุคปัจจุบันที่เศรษฐกิจเริ่มถดถอยลง ซึ่งทำให้ต้องทำงานในสภาวะที่กดดันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือว่าการแข่งขันทางธุรกิจก็ตาม รวมไปถึงค่านิยมผิดๆ เช่น พวกคลั่งผอมและขาว หรือแม้แต่พฤติกรรมบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง เช่น อาการติดสุรา การใช้ยาเสพติด เป็นต้น ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อระบบประสาทที่กลายเป็นปัญหาทางจิตได้

รู้จักโรคระบบประสาททางจิตเวช สาเหตุและวิธีการรักษา

สาเหตุการเกิดโรคระบบประสาททางจิตเวช
พันธุกรรมและโครงสร้างของร่างกาย เช่น พิการตั้งแต่กำเนิด การสูญเสียอวัยวะ ทำให้เกิดปมด้อยในชีวิตจนเป็นเหตุให้เกิดความท้อแท้และหมดกำลังใจ
การใช้ชีวิตและสังคม การปรับตัวไม่ทันให้เข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป การแข่งขัน ปัญหาทางเศรษฐกิจและครอบครัว ส่งผลให้เกิดความเครียดวิตกกังวลจนมีภาวะทางประสาท
ชีวะเคมี เมื่อเกิดการเจ็บป่วยจนทำให้สารเคมีในร่างกายหลั่งสารเคมีผิดปกติ ซึ่งมีผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาท จึงทำให้พฤติกรรมทางโรคประสาทแสดงออกมา
การใช้ยาและสารเสพติด ยาลดความอ้วน ยาเพิ่มความขาว และยาเสพติดต่างๆ มีผลต่อการทำงานของสมองและระบบประสาททั้งสิ้น เนื่องจากไปทำลายเซลล์สมองและทำให้ระบบการทำงานผิดปกติ
อายุ เมื่ออายุมากขึ้นจะมีการเสื่อมถอยของอวัยวะในร่างกาย ทำให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ย้ำคิดย้ำทำ เจ้าอารมณ์ บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์

อาการของโรคระบบประสาททางจิตเวช
สิ่งที่เห็นได้ชัดสำหรับผู้ป่วยระบบประสาททางจิตเวชคือ จะมีความเครียดและวิตกกังวลมากกว่าปกติ เหม่อลอยหรือซึมเศร้าเป็นประจำ ย้ำคิดย้ำทำ อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ฝันร้ายบ่อย นอนไม่หลับ มีอาการใจสั่น ชีพจรเต้นแรงและเร็ว แน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการเกร็งของระบบกล้ามเนื้อ มือสั่น

ผู้ป่วยที่เคยใช้ยาลดความอ้วน ยาเสพติด หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ส่วนใหญ่จะมีอาการที่ก้าวร้าว ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น อาจจะมีอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง หูแว่ว หรือกระทำอัตวินิบาตกรรมตนเองได้

วิธีรักษาโรคระบบประสาททางจิตเวช
แพทย์เฉพาะทางจะใช้วิธีการรักษาที่หลากหลายแนวทางประกอบกันไป โดยเน้นที่การฟื้นฟูระบบสมองและประสาท ให้เปลี่ยนกระบวนการคิดและพฤติกรรมให้เหมือนคนปกติทั่วไป และสามารถใช้ชีวิตประจำวันด้วยตนเองได้

การใช้ยา แพทย์จะให้ยาในกลุ่มโรคทางระบบประสาทและกลุ่มโรคจิตเวช เช่น ยาบำรุงประสาท ยาคลายเครียด ยานอนหลับ ยาแก้ซึมเศร้า เป็นต้น
การรักษาด้วยจิตบำบัด หรือการรักษาทางจิตใจ เพื่อสร้างกระบวนการคิดใหม่ให้ผู้ป่วยเข้าใจในตนเอง และยอมรับความเป็นจริงได้
การรักษาด้วยพฤติกรรมบำบัด วิธีนี้มักจะใช้ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยจิตบำบัด เพื่อฝึกให้ผู้ป่วยสามารถจัดการความเครียด ความวิตกกังวลของตนเอง สามารถแก้ไขสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า โดยเฉพาะปัญหาทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตนเองได้

การดูแลตนเองเมื่อพบว่าเป็นโรคระบบประสาททางจิตเวช
ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าโรคระบบประสาททางจิตเวชเป็นโรคที่ต้องใช้เวลาในการรักษาที่ยาวนานพอสมควร ทานยาที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ขาดยา และไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ควรพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ

สำหรับผู้ป่วยที่เคยใช้ยาลดความอ้วน ยาเสพติด หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ต้องเลิกสิ่งเหล่านี้อย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้อาการเลวร้ายลงกว่าเดิม

กุหลาบมอญ สมุนไพรไทย พร้อมสรรพคุณและประโยชน์

กุหลาบมอญ สมุนไพรไทย พร้อมสรรพคุณและประโยชน์
สรรพคุณของกุหลาบมอญ

ตำรายาไทยใช้กลีบดอกมีรสสุขม ใช้เข้ายาหอมเป็นยาบำรุงหัวใจ (กลีบดอก,ดอกแห้ง)
ดอกแห้งมีสรรพคุณช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย (ดอกแห้ง)
น้ำดอกไม้เทศที่มีส่วนผสมของกุหลาบมอญ มีสรรพคุณช่วยแก้อาการอ่อนเพลียและกระวนกระวาย
กลีบดอกมีสรรพคุณช่วยขับน้ำดี (กลีบดอก)
ดอกแห้งใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ (ดอกแห้ง)
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของกุหลาบมอญ
กุหลาบมอญมีฤทธิ์ในการคลายกล้ามเนื้อเรียบ[3]
มีฤทธิ์กดการทำงานของกล้ามเนื้อลาย[3]
น้ำมันกุหลาบมอญเป็นสารที่มีความปลอดภัยในการใช้ โดยมีค่าทำให้สัตว์ทดลองครึ่งหนึ่ง (LD50) เมื่อให้ยาทางปากกับหนูขาว และให้ยาทาโดยการทาผิวหนังของกระต่าย มากกว่า 5 กรัมต่อกิโลกรัม[3]
ประโยชน์ของกุหลาบมอญ

ที่ เห็นกันอยู่ทั่วไปก็คือ การดอกนำมาใช้ในการร้อยพวงมาลัย ใช้ในการร้อยพวงอุบะดอกไม้ในงานมงคลหรือในงานพิธีต่างๆ โดยนำมากลีบมาร้อยเป็นพวง
กลีบดอกสามารถนำมาไปชุบแป้งทอด ใช้รับประทานเป็นผักร่วมกับน้ำพริกได้ หรือใช้ทำเป็น “ยำดอกกุหลาบ“
สำหรับ การใช้ในงานด้านอาหาร เช่น การนำมาแต่งหน้าขนมตะโก้ หรือนำมาใช้รอยบนท่อนอ่อยควั่น เพิ่มเพิ่มความสวยงามให้กับอาหารให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น
กลีบดอก ใช้ทำเป็นชากุหลาบ ด้วยการใช้กลีบกุหลาบที่ตากแห้งแล้วนำมาชงในน้ำเดือด ก็จะได้ชากุหลาบสีสดสวยงาม โดยมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อาการอ่อนเพลีย และมีฤทธิ์เป็นยาระบายแบบอ่อนๆ หากมีรสฝาดก็ให้เติมมะนาวหรือเกลือ
กลีบดอกสดของกุหลาบมอญมีน้ำมันหอมระเหย ที่สามารถนำมาใช้ในการแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง แต่งกลิ่นยา แต่งกลิ่นอาหารและน้ำเชื่อมของขนมไทย
กลีบดอกนอกจากจะนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยแล้ว ยังนำมาทำดอกไม้ประดิษฐ์และบุหงาได้อีกด้วย
น้ำมันกุหลายมอญ ใช้เป็นหัวน้ำหอมได้
น้ำกุหลาบใช้เป็นส่วนผสมของน้ำดอกไม้เทศ (หัวน้ำหอมที่ทำจากดอกกุหลาบชนิดหนึ่ง)
ใช้ ปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากกุหลาบมอญเป็นไม้ดอกที่มีดอกสวยงามและมีกลิ่นหอมแรงมาก ดอกบานได้หลายวัน ออกดอกได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นกุหลาพันธุ์ที่สามารถปลูกได้ง่าย การดูแลรักษาก็ไม่ยาก

เราให้บริการเกมส์พนันออนไลน์ เล่นได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ ลูกค้าสามารถสมัครสมาชิกกับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง คาสิโนที่ให้บริการเกมส์บาคาร่าออนไลน์และยังมีเกมส์ในคาสิโนออนไลน์ต่างๆ พนันกีฬาออนไลน์อย่าง แทงบอลออนไลน์ และอีกมากมายมากมายลูกค้าจึงสามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็วซึ่งเรามีพนักงานที่มีประสบการณ์และเข้าเล่นกับเรา

ปวดข้ออักเสบ

ปวดข้ออักเสบ
หาเราได้เป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงในเรื่องของไขข้ออักเสบเราสามารถที่จะ ป้องกันไม่ให้เกิดอาการไขข้ออักเสบได้ คนที่ไม่เคยเป็นนั้นอาจจะยังไม่ทราบว่าการได้รับความเจ็บปวดของการที่เป็น ไขข้ออักเสบนั้นจะได้รับความทุกทรมานมากไม่ว่าจะเป็นอาการที่ปวดในขะณะที่ เคลื่อนไหว การเคลื่นไหวที่ลำบากไม่สะดวกเหมือนก่อน ก่อนที่เราจะเป็นหรือว่าคนที่มีความเสี่ยงในการเกิดควรที่จะทำการป้องกันไว้ โดยสามารถที่จะทำได้ดั้งนี้
– ขยับบ่อยๆ การที่เราบริหารบริเวณส่วนต่อขจัดการอุดตันของเส้นเลือดทำให้มีการไหลเวียน ของโลหิต และเป็นการหยืดหยุ่นส่วนต่างๆของร่างกายทำให้มีความคล่องตัว ช่วยให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง สำหรับผู้ที่มีอาการแล้วจะทำให้กล้ามเนื้อและข้อจะแข็งแรงขึ้นเช่นกันช่วย ให้สามารถบรรเทาอาการปวดได้ด้วย อารจะทำหลายๆครั้งในช่วงที่เราว่างได้
– การนวด การนวดบริเวณที่เป็นจะทำให้ผ่อนคลายทั้งอารมณ์และกล้ามเนื้อบริเวณนั้น หากเราไปร้านนวดก็ลองเข้าไปดุเดือนละ 1 – 2 ครั้งจะทำให้รู้สึกว่าอาการนั้นดีขึ้น และบรรเทาอาการได้ดี
– ออกกำลังกาย สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคืออการออกกำลังกาย การออกกำลังนั้นควรที่จะใช้เวลาในการออกไม่มากเหมือนคนที่ปกติแต่อย่าฝืนมาก ไปจะทำให้ปวดมากไปดังนั้นเราควรออกไม่กี่นานทีแล้วหยุดพัก และควรพยายามบริหารร่างกายในส่วนที่เราเป็นบ่อยๆ
– ทำตัวเองให้อารมณ์ดี สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือทางด้านจิตใจของเป็นปัญหาเอง การที่เราทำตัวคลายจะช่วยให้บรรเทาอาการเครียดและช่วยหลั่งสารแอนโดฟินช่วย ให้เรามีความสุขและลดอาการปวด และช่วยให้มีภูมิคุ้มกันโรคอื่นๆ หังนั้นเราควรหัวเราะ หรือว่าทำให้จิตใจเราเบิกบานอยู่เสมอ เลี่ยงความเครียดที่พบ และผ่อนคลายไม่ว่าจะเป็นการดูหนังฟังเพลง เดินไปในที่วิวสวยๆ หรือในที่เราสบายใจ
– นอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอจะทำให้ร่างกานมีการฟื้นตัวที่ดี และที่สำคัยเราควรที่จะนอนให้ท่าที่เหมาะสม หมอนไม่ควรสูงเกินไปอยู่ในระดับบที่เหมาะสม พื้นเพียงมีความเหมาะสมไม่แข็งหรือว่านุ่มเกินไป
– เลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อย่างเช่นการที่เรานั่งนานๆ หรือว่าใช้นำหนัดเน้นที่บริเวณที่ปวด อริยาบทที่ต้องทำนานควรที่จะเปลี่ยนไปมาบ้าง เพื่อไม่ให้ข้อต่อเราทำงานหนักมาไป
– ใช้น้ำอุ่นบำบัด การใช้น้ำอุ่นบริเวณที่เราปวดจะช่วยให้การหมุนเวียนของโลหิตที่ดี รวมไปถึงการอาบน้ำด้วยการแช่ในอ่านน้ำอุ่นก็จะช่วยเรื่องข้ออักเสบได้

แอลกอฮอล์คืออะไร มีประโยชน์อะไรบ้าง

แอลกอฮอล์คืออะไร มีประโยชน์อะไรบ้าง
แอลกอฮอล์ เป็นสารเคมีที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ในภาคครัวเรือน มีแอลกอฮอล์ที่น่าสนใจอยู่สองชนิดที่เราใช้ในชีวิตประจำวันที่เราพบเห็น ซึ่งทางเคมีแล้วมีหลายชนิด มีคนเข้าใจผิดในการใช้แอลกอฮอล์ในการใช้จึงทำให้เกิดอันตราย แอลกอฮอล์เป็นสารละลายที่นำไปใช้ทางยา มีการทำไปใช้ส่วนประกอบของระเบิด เกิดขึ้นจากธรรมชาติก็ได้หรือเกิดจากการสังเคราะห์ซึ่งมีทั้งโทษและประโยชน์ที่แตกต่างกัน และในทางเคมีนั้นเป็นสารอินทรีย์ประเภทหนึ่ง

แอลกอฮอล์ที่ใช้กันทั่วไปนั้นมีอยู่สองชนิดที่มีความสำคัญ คือ เอทิลแอลกอฮอล์ และ เมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งอย่างหลังมีโทษถึงแก่ความตายได้หากนนำไปใช้ผิดประโยชน์ เพราะช่วยก่อนหลายปีมีการนำแอลกอฮอล์ชนิดนี้มาดื่มคิดว่าเป็นชนิดเดียวกัน แอลกอฮอล์มีคุณสมบัติละลายน้ำได้เนื่องจากมีคาร์บอนต่ำ มีจุดเดือนที่ต่ำกว่าน้ำ นอกจากนี้ยังมีอีก หลายประเภทอย่างเช่น ไอโซโพรพานอล เมนทอล โคเลสเตอรส เป็นต้นแต่จะขอกล่าวไว้เพียง 2 ประเภทเท่านั้น

เอทิลแอลกอฮอล์ หรือเรียก เอทานอล ก่อนอื่นมีข้อมูลว่า เอทิลแอลกอฮอล์ มีการค้นพบมานานหลายพันมีมาแล้วตั้งแต่อียิปต์โบราณ เพราะมีการดื่มสุรามานาน มีการเลี้ยงฉลองจึงกล่าวได้มาเราได้ทำการหมักมาใช้ดื่มมันมานานนับพันปีมาแล้ว น้ำพืชที่ให้แป้งและน้ำตาลมาหมักกับยีสต์ จากนั้นก็นำมากลั่นเพื่อให้ได้เอทิลแอลกอฮอล์ออกมา ปกติจะได้เอทิลแอลกอฮอล์ 12% ของปริมาณน้ำหมักที่ได้

ลักษณะของเอทิลแอลกอฮอล์เป็นของเหลว ใส ไม่มีสี ระเหยได้ง่าย มีจุดเดือน 78 องศาเซลเซียส มีอันตรายต่อร่างกายน้อย ใช้ดื่มกินได้ ซึ่งก็กลายมาเป็น เหล้า เบียร์ วิสกี้ ไวท์ เครื่องดื่มของมึนเมา เมื่อเข้าสู่ร่างกายปริมาณหนึ่งจะซึม มึนเมา มากน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณที่ร่างกายได้รับเข้าไป เมื่อดื่มทำให้เส้นเลือดขยายตัวช่วยผ่อนคลาย

การนำไปใช้ประโยชน์ ในภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เป็นสารตั้งต้น ในการทางการแพทย์นำไปใช้เกี่ยวกับยาบางชนิด ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง อย่างเช่น น้ำหอม สบู่ เป็นต้น และที่ใช้ในสุรา หรือของมึนเมาทุกชนิด ใช้ในการรื่นเริง การพบปะสังสรรค์

ยางธรรมชาติ คืออะไร

ยางธรรมชาติ คืออะไร
การที่เรานำสิ่งต่างมาใช้ประโยชน์ทำให้เกิดความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม แร่ธาตุ ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นประโยชน์ในการใช้งานมากมายรวมถึงสิ่งที่ได้จากพืชชนิดต่างๆ มาใช้ประโยชน์รอบตัวเรา และต่อไปนี้จะเอ่ยถึงเรื่องยาพาราที่เราได้จากยางธรรมชาติจากต้นไม่ชนิดที่สามารถให้เป็นยางออกมาได้ นำไปใช้ในวัสดุเครื่องใช้จ่างๆ รองเท้า ยางรถ สายไฟฟ้า เป็นต้น

ยางธรรมชาติ มักอยู่กับต้นไม่ชนิดต่างๆ เริ่มต้นที่ประเทศบราซิลจากต้นเฮเวีย เป็นยางที่มีคุณภาพสูง ชื่อพารานั้นเป็นชื่อของเมืองท่าของประเทสบราซิล เนื่องจากเป็นการขนส่งที่ท่าเมืองพาราเป็นจำนวนมากในตอนนั้นยางจะอยู่ระหว่างแกนลำต้นและเปลือกลักษณะเป็นสีขาวเข้น โดยต้นพาราจะต้องมีอายุพอที่จะให้น้ำยางพาราได้ โดยจะทำการกรีดเอาเปลือกออก หาภาชนะรองไว้ พอหยุดไหลจะเก็บมาเป็นน้ำยางหรือทำเป็นแผ่น เนื่องจากน้ำยางที่ได้จากต้นจะลอยขึ้นทำให้ผิวมีความข้นมากจนแข็งตัวจึงมัดผสมกำมะถันลงไปด้วย

คุณสมบัติที่พบ

มีความยืดหยุ่นได้ ความยืดหยุ่นของมันสามารถที่จะดึงให้มากจนใกล้จะขาดแล้วปล่อยก็หดกลับเท่าเดิมโดยคงรูปเดิมไว้ด้วย ถึงแม้จะโดนอากาศเย็นก็มีสามารถที่จะยืดหดได้ แต่สามารถเสื่อมคุณภาพได้
สามารถยึดติดในพื้นผิวบางชนิด อย่างเช่นกระดาษสามารถนำมาเป็นยางลบได้ และนำมาทำยางรถได้ทุกชนิด
เป็นฉนวนไฟฟ้า เนื่องจากมีความยืดหยุ่นและเป็นฉนวนไฟฟ้าจึงนำมาทำสายไฟ
มีความเหนียว ไปเป็นส่วนผสมของกาวและกันน้ำได้ หากไปทำปฏิกิริยาจะเป็นของแข็งได้สามารถนำไปเป็นพลาสติกที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน
ผสมกับยางเทียม เพื่อทนความร้อนได้ จึงนำไปเป็นวัสดุที่ทดความร้อนโดนผสมกับยางเทียมเป็นการทำเอาคุณสมบัติยางทั้งสองชนิดมารวมกันให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย
ยางจากต้นไม้ชนิดต่างๆ

ยางที่ใช้อยู่มาจากต้นเฮเวียมากที่สุดเนื่องจากมีคุณภาพสูงแล้วยังให้น้ำยางมากกว่าพืชชนิดอื่นด้วย ซึ่งยางนั้นสามารถนำมาจากต้นไม้หลายชนิด เท่าที่พบแล้วนพมาใช้ประโยชน์มี 10 กว่าชนิดเท่านั้น จาก 100 กว่าชนิด นอกจากต้นเอเวียที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมีจากต้นเซียรา เป็นพืชไม้พื้นเมืองของบราซิลอีกเช่นกน แต่ยางที่ได้มักมีสิ่งแปลกปลอมมากจึงไม่นิยมทำมาใช้งาน จากต้นคาทติลาล พืชทางอเมริกากลาง ยางไม่มีคุณภาพเช่นกัน และยังมียางอีกมากมายที่ยังพบในป่าแต่ไม่นิยมนำมาใช้งาน อย่างที่อังกฤษ อินเดีย อินโดเนียเซีย สรุปแล้วยางที่นิยมนำมาให้คือยางจากต้นพาราที่เราปลุกกันทั้งภาคใต้และภาคอีสาน
ยางได้จากไม้เลื้อยอีกหลายชนิด เช่นแลยดอลเฟีย ในอเริกาใต้เป็นพันธุ์ไม้ที่อยู่ในป่าลึก แต่พบว่าเป็นยางที่มีคุณภาพสูง ส่วนที่ให้ยางคือรากและเถาว์ของมันโดยจะนำมาต้มจะทำให้น้ำแตกออกจากยางซึ่งเป็นวิธีการที่ยางจึงไม่นิยมนำมาใช้งาน นอจากนั้นยังมีไม้พุ่มจากต้นเควยูลในเม็ดซิโก โดยนำมาบดด้วยเครื่องจะมียางออกมา ซึ่งนำยางที่ได้มีน้อยกว่ายางพารามาก

การนำยางออกจาต้น

การนำยางออกจากต้นจะใช้วิธีการกรีด ซึ่งยางที่ได้จากต้นรวมถึงยางพารามักใช้วิธีการนี้ ทั้งภาคใต้และภาคอีสานนิยมปลูกเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้ผลิตยางพาราได้เป็นจำนวนมากในประเทศ เมื่อก่อนใช้ขวานหรือมีดเข้าไปในป่าเมื่อกรีดมักฟันเข้าไปลึกเกินไปทำให้ต้นไม้ตายต่อมาจึงขึ้นวิธีการกรีดแบบใหม่ทำให้ต้นไม่ตาย
การกรีดยาง นิยมกรีดที่เลือกออกจนถึงแกนของต้นไม้ ให้มีความเฉียงให้น้ำยางไหลเป็นทางเพื่อให้ตรงกับพาชนะที่ใส่ ถ้าวันใหม่ก็ใช้การกรัดจากแผลเดิม นำน้ำยางที่ได้ใส่ลงไปในถังหรืออาจจะจำหน่ายไปเลยใช้วิธีการีดเป็นแผ่นก็ได้หรือแปรรูปเป็นยางเส้นได้ หากต้องการที่จะเก็บยางพาราไว้นานๆจะนำไปรมควันเพื่อไม่ให้ยางเน่า แต่ปัจจุบันมักขายเป็นน้ำยาเพื่อความสะดวกอาจจะต้องเติมแอมโมเนียมลงไปในถังด้วย
การทำยางรมควัน ให้นำที่ได้จากพาชนะ เพื่อให้ตกตะกอนและเติมสารป้องกันการออกซิไดส์ เพื่อให้ยางมีสีสวย เติมน้ำลงไป เพื่อให้ยางจับตัวกัน เติมกรดฟอร์มิก 2% ป้องกันการเกิดฟองกวนๆ หากมีฟองออกปาดออก หากเริ่มจับตัวจะมีความเหนียว นพไปรีดเป็นแผ่น ล้างและตาก สุดท้ายลดความชื่นของยางด้วยการรมควันในอุณหภูมิ 55 – 60 องศาเซลเซียสประมาณ 4 วัน

การปลูกยางพารา ต้องมีสภาพที่เหมาะสมกับการปลูก มักปลุกกันในเขตร้อนชื้น การพัฒนาพันธุ์ยางนั้นได้ทำมานานหลายปีจนสามารถปลุกได้หลากหลายสภาพอากาศ มีความต้านทานโรค ทำให้ได้น้ำยางมากขึ้น

การแต่งกายให้ดูดี

การแต่งกายให้ดูดี
การที่เราจะตัวเองนั้นดูดี นอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาที่ดีแล้ว เรื่องของการแต่งตัวก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องเอาใจใส่ให้เหมาะสมจะทำให้เราดุดีมากขึ้น ซึ่งหลายคนจะมีเหตุผลในการเลือกการแต่งตัวที่ต่างกันไปตามสไตล์ของแต่ละคน ยิ่งเฉพาะผู้หญิงนั้นต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ รวมไปถึงเครื่องใช้ส่วนตัวด้วย ผู้ชายเองก็มีความเอาใจใส่ในการแต่งตัวที่ต่างไปจากเมื่อก่อน ทำให้มีเสื้อผ้าและเครื่องประดับไม่แตกต่างไปจากผู้หญิง

การแต่งกายนั้นคนเรามีรูปร่างที่แตกต่างกัน จึงทำให้การแต่งกายที่เหมาะสมนั้น ก็ต้องให้มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น สัดส่วน สีผิว สีผม สีของดวงตา หากเราเลือกให้เหมาะสมกับรูปร่างจะทำให้เราดูดีแล้วยังทำให้สบาย และที่สำคัญของการแต่งกายหรือให้เหมาะสมกับกาลเทศะ ในทุกที่เราไป เป็นการให้การเคารพและให้เกียรติ กับเพื่อนและเจ้าภาพ เช่นในมหาวิทยาลัยก็ต้องแต่งให้ถูกระเบียบ การเข้าวัดต้องแต่งให้เรียบร้อยและมิดชิด การแต่งตัวที่ดียังทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน เรามาเริ่มหลักในการแต่งกายง่ายๆเลย

ลายเสื้อผ้า : ลวดลายของเสื้อผ้านั้นมีมากมายตามที่จำหน่ายในท้องตลาด ทั้งลายยาว ลายขวาง ลายดอก หรือมีลายนิดหน่อยตามที่เราชอบมาสวมใส่กัน แต่ที่นี้จะพูดถึงลายที่เหมาะสมกับรูปร่างของผู้ที่สวมใส่ สำหรับการเลือกลายนั้นมีหลักอยู่ว่าถ้ามีรูปร่างที่ใหญ่อวบจะต้องให้ใส่ลายตามยาวตามแนวดิ่งเพื่อที่จะช่วยทำให้รูปร่างเราดูผอมมากขึ้น ห้ามอย่างยิ่งในลายขวางเพราะว่าจะทำให้อ้วนมากขึ้น ทำให้คนที่ผอมสูงอยู่แล้วก็ใส่แนวขวางจะเหมาะสมหรือแนวดิ่งก็ได้เช่นกัน ซึ่งคนที่หุ่นไม่ดีก็มักจะเลือกยากหน่อย

สีของเสื้อผ้า : สีมีความสำคัญในบุคลิกของตัวผู้ใส่หลายคนอาจจะใช้สีเดียวกันตลอดจนเป็นเอกลักษณ์ คนไทยเองมีความเชื่อเรื่องของสีให้โชคหรือว่าบ่งบอกความหมายของสี จึงทำให้คนที่ใส่เสื้อผ้าสีต่างๆใส่ตามความหมายบ้างใส่ตามนิสัยของตัวเองหรือว่าความชอบก็แล้วแต่ แต่มีการเลือกของสีให้เข้ากับสีผิวของตัวเองคนที่ผิวสีเข้มไม่ควรใส่สีสว่าง หากคนสีผิวขาวใส่สีสว่างแล้วก็จะช่วยให้กระจ่ายมากขึ้น รวมไปถึงต้องการเน้นบริเวณใบบริเวณหนึ่งอย่างเช่น ผมก็อาจจะใส่สีไปในแนวกับสีผมก็ได้

คอเสื้อ : คอเสื้อมีความสำคัญกับใบหน้าของเรา หากเราหน้ากลมอยู่แล้วถ้าใส่เสื้อคอกลมจะทำให้หน้าเรายิ่งดูกลมไปอีกให้ใส่เสื้อคอวีจะดีกว่า หากเราเป็นคนหน้าแหลมใส่เสื้อคอกลมก็จะช่วยให้ลดหน้าที่แหลมเกินไปได้เช่นกัน และยังช่วยในการออกแบบเสื้อเซิ้ตให้เหมาะสมกับเราด้วยเช่นกัน

ใส่เพื่อเน้นหน้า : การที่เราจะแต่งตัวควรที่จะเพิ่มจุดเด่นให้กับหน้าของเราด้วยการดึงจุดสนใจไปที่หน้าของเรา การเพิ่มชุดสนใจนี้สามารถใส่เครื่องประดับไว้ที่คอรวมไปถึงผ้าพันคอ หรือว่ามีลูกไม้ที่คอปกเสื้อก็ได้เช่นเดียวกัน

การเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เหมาะสม

การเสื้อผ้าและเครื่องประดับนั้นให้มีความสอดคล้องกับสถานที่ ช่วงของเวลา สถานการณ์ที่ให้มีความเหมาะสมด้วย อย่างเช่น

ที่วัด : ควรแต่งให้มีความมิดชิดควรเป็นเสื้อผ้าที่ไม่จ้าหรือว่าสีแสบตา หากไปปฏิบัติธรรมมักเป็นสีขาว
ออกกำลังหรือเล่นกีฬา : เป็นชุดที่ใส่สบายและมักเล่นกีฬาจะใส่หลวมหน่อย ถ้าออกกำลังจะเป็นชุดที่กระซับ
ไปทำงาน : ใส่เสื้อผ้าที่เรียบร้อย มีความทนทาน และเป็นเสื้อผ้าที่อยู่ทรงดี
ที่บ้าน : ใส่ชุดที่มีความคล่องตัวและระบายอากาศ ไม่ร้อน
งานเลี้ยงและงานสำคัญ : มักจะเป็นชุดที่มีความหรูตามรสนิยม ผู้ชายมักใส่สูท หากเป็นงานแนวไทยจะเป็นผ้าไหมทำให้โดเด่นในงาน
ใส่นอน : เป็นผ้าบางๆ ระบายอากาศได้ดี และควรหลวมๆ
กระเป๋า : กระเป๋าเองก็เป็นเครื่องประดับที่มีความสำคัญ ที่เราควรใช้ให้เหมาะสมกับชุดที่เราสวมใส่ ไม่ควรใหญ่หรือเล็กมากไปตามขนาดของรูปร่างของตัวเราเอง และที่สำคัญอย่างใส่ของให้หนักมากเกินไปและทำให้หนักและเสียงบุคลิกของเราในขณะที่เราถือ
รองเท้า : รองเท้าในการแต่งกายนั้นรองเท้าจะเป็นสำคัญที่เราจะต้องเลือกเพราะจะทำให้เราสูงและช่วยให้เราดูดโดเด่นได้ การใส่รองเท้าไม่ควรสูงเกิน 3 – 4 นิ้วเพื่อสุขภาพของเท้าเรา ผู้ชายหากตัวไม่สูงก็จะมีรองเท้าที่เสริมส้นขึ้นมาหน่อยเพื่อให้ดูสูง หากเราเดินบ่อยๆ ก็ให้ใส่รองเท้าส้นต่ำ

Jolyon Palmer จะกลายเป็นนักแข่งคนที่ 2 ในทีม Renault F1 2017

Jolyon Palmer จะกลายเป็นนักแข่งคนที่ 2 ในทีม Renault F1 2017
นักขับรถแข่ง F1 อย่าง Jolyon Palmer จะเป็นนักขับคนที่ 2 ของทาง Renault ในการแข่งขัน F1 2017 ซึ่งสื่อหลายๆแหล่งเชื่อว่าการประกาศอย่างเป็นทางการนั้นน่าจะมีก่อนการแข่งขัน Formula one ที่ Brazilian Grand Prix โดยในตอนนี้ตลาดซื้อขายนักขับ F1 นั้นกำลังเข้าสู่ความเข้มข้นในขณะที่กำลังเดินทางเข้าสู่การแข่งขันสนามสุดท้ายของฤดูกาล และล่าสุดก็เป็นที่ยืนยันออกมาแล้วว่าทาง Kevin Magnussen จะย้ายไปอยู่กับทีม Haas, Palmer จะย้ายมาอยู่กับทาง Renault และ Esteban Ocon ที่จะย้ายไปอยู่กับทีม Force India และก่อนหน้านี้ทาง Renault ก็ได้ออกมาประกาศก่อนหน้านี้ว่านักแข่งที่จะลงทำการลงขันใหกับทางทีมนั้นก็คือทาง Nico Hulkenberg

“มันไม่ได้เป็นเรื่องยากเลยในการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับทางทีมแข่งและโปรเจคนี้ เราเลือกตัวเลือกที่ดีด้วยการเลือก Nico Hulkenberg แต่เรายังคงต้องการนักแข่งที่แข็งแกร่งอีกคนนคงเพราะว่าเราต้องการความก้าวหน้า และเราจำเป็นต้องการการประเมินค่าที่ดีภายในทีม และถ้าคุณมองไปในสนามในช่วงแรกของทุกทีม พวกเขานันมีนักแข่งที่แข็งแกร่งถึง 2 คน ดังนั้นเราจึงอยากสร้างบรรยากาศภายในทีมแบบนั้นบ้าง นักแข่งคนที่ 2 ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกัน เป้าหมายของเราไม่ได้อยู่เพียงแค่มีนักแข่งที่ดีเพียงคนเดียว” Fred Vasseur หัวหน้าทีมแข่ง F1 Renault ให้สัมภาษณ์

โซ่แต่งมอเตอร์ไซค์ ดีกว่าโซ่เดิมอย่างไร กับเรื่องที่หลายๆ คนไม่รู้

โซ่แต่งมอเตอร์ไซค์ ดีกว่าโซ่เดิมอย่างไร กับเรื่องที่หลายๆ คนไม่รู้
ในยามนี้พูดได้เลยว่า วัยรุ่นขาซิ่งสายหมอบในบ้านเราทั้งหลาย ก็เริ่มที่จะกลับมาตกแต่งรถมอเตอร์ไซค์แบบดั้งเดิม หรือที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยโซ่นั่นเอง ซึ่งหลังจากช่วงที่ความนิยมรถออโตเมติก (ระบบส่งกำลังอัตโนมัติ) นั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้รถที่ส่งกำลังด้วยระบบโซ่นั้นก็มีการนิยมน้อยลงตามไปด้วย และในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าเจ้าโซ่สุดคลาสสิคอันนี้ก็เริ่มที่จะกลับมาเป็นที่ต้องการในตลาดรถจักรยานยนต์บ้านเราอีกแล้ว

และในวันนี้ BoxzaRacing ของเราจะพาเพื่อนๆ มาพบกับเกร็ดความรู้ในเรื่องที่หลายๆ คนนั้นไม่เคยสงสัยกันมาก่อน นั่นก็คือ ความแตกต่างระหว่างโซ่เดิมกับโซ่แต่ง ว่ามันมีความแตกต่างกันในด้านไหนบ้าง และแบบไหนจะดีกว่ากัน ว่าแล้วก็ตามมาดูกันดีกว่าครับ

โดยปกติแล้วโซ่รถมอเตอร์ไซค์ที่ออกมาจากโรงงานของเรานั้นจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 กม. ก็สมควรที่จะเปลี่ยนทั้งโซ่และสเตอร์ใหม่ได้แล้ว เนื่องจากเจ้าทั้ง 2 นี้จะมีคุณภาพการใช้งานที่ลดลงนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นตัวสเตอร์ที่เริ่มจะสึกหรอ รวมไปถึงตัวโซ่ที่จะหมดอายุการใช้งานตามลงไปด้วย ซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ ก็อาจจะส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้ ดังนั้นโซ่แต่งจึงเป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่จะเข้ามาช่วยให้ระบบขับเคลื่อนของคุณทำงานได้ตามปกตินั่นเอง

โซ่แต่งโดยทั่วไปแล้วจะใช้วัสดุที่มีความหนาแน่นกว่าโซ่แบบติดรถดั้งเดิม แถมบางแบรนด์อย่างเช่น Osaki (โอซากิ) ก็ได้มีการออกแบบให้มีสีสันที่สวยงาม เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของเหล่านักบิด ที่ต้องการทั้งความทนทาน และความสวยงามให้แก่รถคู่ใจได้อีกด้วย

นี่ก็คือเหตุผลที่เหล่านักบิดหลายๆ คนนั้นเลือกที่จะใช้โซ่แต่งเข้ามาแทนที่ของเดิม เพราะนอกจากมันจะให้ทั้งความทนทาน ความสวยงามแล้ว คุณภาพการขับเคลื่อนของมันยังทำให้ตัวรถสามารถวิ่งได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้นอีกด้วย และสำหรับครั้งหน้าเราจะนำเกร็ดความรู้ในเรื่องใหนมาให้เพื่อนๆ ได้ดูกันอีก ต้องรอคอยติดตามกันที่ BoxzaRacing เลยนะครับ

Honda CR-V 2017 เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่

Honda CR-V 2017 เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่
Honda สหรัฐฯ ประกาศเปิดตัว All-New Honda CR-V เอสยูวีเจเนอเรชั่นที่ 5 ยกระดับการดีไซน์ที่หรูหรา, กว้างขวาง ล้ำสมัยด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มอบความสะดวกสบายและความอุ่นใจ และยังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ได้รับการพัฒนาให้รีดสมรรถนะสูงสุดถึง 190 แรงม้า
ภายนอกตัวรถได้รับการปรับปรุงหน้าตาใหม่ที่ดูทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดไฟหน้า LED ที่ทันสมัย และเป็นมาตรฐานสำคัญของการออกแบบจาก Honda แต่มอบความแตกต่างด้วยไฟส่องกลางวัน LED Daylight ที่มีการดัดรูปทรงให้ดูมีมิติ สวยงาม, กระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะตัว, กันชนดีไซน์ใหม่, ไฟท้าย LED แบบ L-Shape กันชนท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมท่อไอเสียคู่, ราวหลังคา, ขอบชายล่างใหม่, การตกแต่งแถบโครเมียมหลายจุด และที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือในรุ่นนี้มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟ และบานเกล็ดเปิด-ปิดช่องดักลมหน้า Automatic Shutter Grille System เพื่อมอบประสิทธิภาพในการรีดอากาศที่ดียิ่งขึ้น
ทางด้านมิติตัวถังได้เผยรายละเอียดโดยประมาณการว่า ความยาวที่ 4,612 มม. (เพิ่มขึ้น 30 มม.)/ ความกว้างที่ 1,855 มม. (เพิ่มขึ้น 35 มม.)/ ความสูงที่ 1,720 มม. (เพิ่มขึ้น 35 มม.) และระยะฐานล้อที่ยาวกว่าเดิมถึง 2,660 มม. (เพิ่มขึ้น 40 มม.) จึงทำให้พื้นที่ห้องโดยสารมีความกว้างขวางกว่าเดิม
สำหรับภายในได้รับการดีไซน์ใหม่ที่มอบความหรูหรา ล้ำสมัย เริ่มจากการดีไซน์แผงคอนโซลใหม่ ประกอบไปด้วยมาตรวัดจอดิจิตอลแบบเดียวกับ Honda Civic เจเนอเรชั่นที่ 10, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นชุดใหม่, ดีไซน์จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่รองรับ Apple Carplay & Andriod Auto, แผงเกียร์ใหม่พร้อมระบบเบรคมือไฟฟ้ากับ Auto Brake Hold ในส่วนพื้นที่โดยสารเริ่มจากเบาะนั่งคู่หน้าดีไซน์ใหม่ ที่มาพร้อมกับระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับไฟฟ้าสำหรับคนขับ กับปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมกับพื้นที่ห้องสัมภาระท้ายที่มีความกว้างขวาง และมอบความสะดวกสบายด้วยระบบเปิดฝาท้ายที่ไม่ต้องใช้มือ เป็นต้น