ดุร้าย! เหยียวแดงโฉบตาเด็กๆ และชาวบ้าน ทำขวัญผวาทั้งบาง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหยียวแดงนิสัยดุร้ายมาก ทำร้ายชาวบ้านและเด็กๆ บริเวณหมู่บ้านโค้งหัวด่าน หมู่ที่ 10 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันดี เพราะไม่อยากทำร้ายเหยียวแดงตัวนี้ จึงวอนสื่อช่วยเหลือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจับเหยียวแดงไปไว้ที่อื่น

หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ พบชาวบ้าน และเด็กที่ถูกทำร้าย โชว์บาดแผลที่ถูกเหยียวแดงทำร้าย โดยชาวบ้าน เล่าว่าเหยียวแดงตัวนี้ดุร้ายมาก ชอบมาบินหากินบริเวณนี้ และบริเวณนี้ก็มักมีเด็กๆ และผู้คนมา ออกกำลังกายกันเป็นประจำ รวมทั้งผู้คนที่สัญจรไปมา ก็มักจะถูกเข้าทำร้ายเป็นประจำ จนผู้ปกครองต้องหาหมวกกันน็อกมาไวัให้เด็กๆ ใส่กันเพื่อป้องกันเหยี่ยวแดงทำร้าย

นายอนันตชัย อายุ 40 ปี เคยโดนเหยียวแดงโฉบมาจิกลูกตาบาดเจ็บเมื่อวันก่อน กล่าวว่า ตนเองจะออกมาเล่นฟุตบอลตอนเย็นทุกวัน และได้มีเหยียวแดงมาเกาะอยู่บริเวณนี้ พอตนเองหรือชาวบ้าน รวมทั้งเด็กๆ ที่มาออกกำลังกาย จังหวะเผลอๆ ก็จะบินมาโฉบตา โฉบหัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ซึ่งมีชาวบ้านและเด็กๆ โดนกันหลายคนแล้ว ส่วนตนเองโดนเหยียวแดงบินมาจิกที่ลูกตา ซึ่งโดนเล็บของเหยียวแดงจิกเข้าที่ตาขาว

ทั้งนี้ตนเองคาดว่าน่าจะเป็นเหยียวที่มีคนเลี้ยงไว้ และได้ปล่อยออกมาหาอาหาร ซึ่งเหยียวธรรมชาติจะอยู่กันเป็นฝูง ทั้งนี้อยากให้มีเจ้าหน้าที่ได้มาจับเหยียวตัวนี้ออกไป หากปล่อยไว้อาจจะเกิดอันตรายต่อชาวบ้านและเด็กซ้ำอีก โดยชาวบ้านไม่คิดอยากจะทำร้าย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่จับไปอยู่ที่อื่นแทน ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ถ่ายทำอยู่ เหยียวแดงก็ได้บินเข้าจะทำร้ายเด็กๆ ต่อหน้าผู้สื่อข่าว จนเด็กๆ ร้องกันเสียงดัง

เยาวชน 3 คนที่เพิ่งโดนล่าสุด กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องใส่หมวกกันน็อก ก็เพราะกลัวเหยียวจิกตา ซึ่งเวลาเดินเล่น และขี่จักรยานมาออกกำลังกายก็ต้องหมวกกันน็อกเช่นนี้เหมือนกัน ซึ่งเด็กๆ ในหมู่บ้านรู้สึกหวาดกลัว

นายไชยา ยนต์พักตร์ อายุ 46 ปี สท.หมู่ที่ 10 กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล และจับไปไว้ที่อื่น เพราะตนไม่อยากทำร้ายเหยียวแดงตัวนี้

ขณะที่ชาวบ้านกล่าวว่า อันตรายมากที่มีเหยียวแดงมาอยู่บริเวณนี้ ทำให้ในช่วงที่เด็กๆ ไปโรงเรียนจะอันตรายมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยจับเหยียวแดงตัวนี้ออกจากพื้นที่ให้ด้วย

Please follow and like us:
0

เคล็ดลับสายเมา ดื่มอย่างไรไม่ต้องให้ใคร มาลากกลับบ้าน

เมื่อเลี่ยงงานสังสรรค์ไม่ได้ก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อย ว่าดื่มอย่างไรจึงจะไม่เมาแอ๋ อ้วกแตก จนเพื่อนต้องลากกลับบ้าน

แม้บรรดาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพหากดื่มในปริมาณมากเกินไป ทว่าในความเป็นจริง หลายคนจำเป็นต้องดื่มเพื่อเข้าสังคม รวมถึงร่วมงานปาร์ตี้สังสรรค์ตามโอกาส จึงอาจหลีกเลี่ยงการดื่มได้ยาก

แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถร่วมสนุกกับงานเลี้ยงต่างๆ ในขณะที่ดื่มได้

หาอะไรรองท้อง
ข้อนี้ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกที่เมาง่ายเมาเร็วเพราะไม่กินอะไรรองท้องมาก่อน ถึงแม้การกินอาหารก่อนดื่มจะไม่สามารถป้องกันการเมาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันช่วยได้ระดับหนึ่งอย่างแน่นอน

ดื่มนมเคลือบกระเพาะ
ในกรณีที่มาแบบกะทันหัน แล้วที่งานไม่มีอาหารให้รองท้องเลย ลองหานมมาดื่มสักแก้วเพื่อเคลือบกระเพาะอาหารเอาไว้ก่อน ดีกว่ากระดกเหล้าในขณะที่ท้องว่าง ไม่งั้นโอกาสเมามีสูง

ตั้งเป้าปริมาณที่จะดื่ม
เราเชื่อว่านักดื่มหลายคนรู้ลิมิตตัวเอง ว่าดื่มได้มากน้อยแค่ไหนกับเครื่องดื่มประเภทใดบ้าง เนื่องจากแต่ละคนมีลิมิตที่แตกต่างกัน ซึ่งเอาให้ชัวร์ว่าจะไม่เมาจนขาดสติแน่ๆ ก็ตั้งเป้าเลยว่าวันนี้จะดื่มกี่แก้ว

จิบน้ำเปล่าเป็นระยะ
ทั้งก่อนดื่ม ขณะดื่ม และหลังดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้จิบน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ เพื่อชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์ รวมถึงเป็นการเว้นจังหวะให้คุณได้วางมือจากแก้วเหล้าเป็นพักๆ

เลี่ยงเครื่องดื่มหลากชนิดในคืนเดียว
บางคนอยากโชว์คอทองแดงให้คนอื่นได้รับรู้ ด้วยการดื่มเครื่องดื่มหลากชนิดผสมปนเปในคืนเดียวกัน เช่น หัวค่ำเริ่มต้นจิบไวน์เบาๆ สักพักเพิ่มดีกรีมาดื่มวิสกี้เพียวๆ ตกดึกก็ซัดเบียร์ตบท้าย แบบนี้จะไม่วิ่งไปอ้วกได้อย่างไร

พฤติกรรมการดื่มแบบนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน ดังนั้นทางที่ดีเลือกไปเลยว่าคืนนี้จะดื่มเครื่องดื่มประเภทไหน หรือหากอยากดื่มหลายชนิดจริงๆ แนะนำให้เว้นช่วงสัก 30-60 นาที ก่อนเปลี่ยนไปดื่มอีกอย่างหนึ่ง

อย่ามิกซ์เครื่องดื่มประเภท Energy กับแอลกอฮอล์
เพราะมันคือตัวการที่จะทำให้คุณเมาจนวิ่งไปอ้วกแทบไม่ทัน ด้วยความที่ช่วยให้ดื่มง่าย จึงทำให้คุณกระดกหมดแก้วไวแบบไม่รู้ตัว

ค่อยๆ จิบเพื่อละเลียดความละมุน
หากไม่อยากเมาหัวราน้ำ แต่ต้องการซึมซับรสชาติของเครื่องดื่มแก้วโปรดให้เต็มที่ แนะนำให้ค่อยๆ จิบไปทีละนิด

Please follow and like us:
0

กู้ศรัทธา! “กัปตันเจ๋ง” พร้อมบู๊ “กว่างโซ้ง” สั่งลูกทีมใส่เต็มเหนี่ยว

ความเคลื่อนไหวของทัพนักเตะ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่มีคิวเปิดสนาม ทะเลหลวง ทำศึกดาร์บี้แมตท์ภาคเหนือ ต้อนรับการมาเยือนของ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงรายยูไนเต็ด” ในศึก โตโยต้าไทยลีก นัดที่ 12 เวลา 17.45 น.

ล่าสุด ยุทธพงษ์ ศรีละคร กัปตันทีม สุโขทัย เอฟซี เปิดเผยว่า ตอนนี้สภาพร่างกายสมบูรณ์แล้ว ฟิตเต็มถังพร้อมลงสนาม การเจอกับเชียงราย ยูไนเต็ดที่เป็นทีมหัวตาราง ทางทีมงานและนักเตะได้ดูเทปการเล่นของพวกเขาแล้ว และกำลังหาแผนการเล่นในการรับมือ พวกเขามีแนวรุกบราซิลที่อันตราย แต่พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดพวกเขาให้ได้

“เราได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอล กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ผมบอกกับน้องๆทุกคนในทีมว่าเราต้องทำให้เต็มที่ อย่าไปคิดถึงผลงานในอดีต เราต้องเอาบทเรียนที่เคยผิดพลาดมาแก้ไข ต้องสู้ให้สุดใจ พยายามพิสูจน์ตัวเอง เรียกศรัทธาจากแฟนบอลที่มีต่อเรากลับมาให้ได้ ทุกคนต้องช่วยกันเล่นตามแท็กติก ผมคิดว่าเราต้องสู้ก่อนถึงจะรู้ว่าสู้ได้หรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าเราสู้ได้แบบไม่เป็นรองใคร” ยุทธพงษ์ กล่าว

“ผมเคยเป็นนักมวยมาก่อน ดังนั้นผมมีเลือดนักสู้อยู่ในตัวไม่กลัวใครอยู่แล้ว ผมอยากให้แฟนบอลเข้ามาร่วมกันเชียร์เราให้เต็มสนาม ข่มคู่ต่อสู้ให้ขวัญกระเจิง กำลังใจจากแฟนบอลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตอนนี้ทีมเรามีการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาให้ทีมลงตัว หากแฟนบอลอยู่เคียงข้างเรา นักเตะทุกคนสู้จนลืมตายแน่นอน” กัปตันเจ๋ง กล่าวย้ำ

Please follow and like us:
0

คอนเฟิร์ม! “บิ๊กเป้” ยัน “ชนาธิป” ย้ายร่วมทัพซัปโปโร่ ก.ค.แน่

จากกรณีที่มีข่าวลือว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก อาจตัดสินใจเลื่อนการส่งตัว “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะทีมชาติไทย ของทีมให้กับ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ต้นสังกัดใหม่ในเจลีก ญี่ปุ่น ออกไปก่อนเนื่องจากสามารถตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสอง ในศึก เอเอฟซี ชปล. ได้สำเร็จ

ล่าสุด “บิ๊กเป้” ณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก ได้ออกมายืนยันกับสื่อถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยทางสโมสรได้มีการลงนามในข้อตกลงกับ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ เป็นที่เรียบร้อย ที่จะส่งเจ้าตัวไปร่วมทีมในช่วงเลกสอง (วันที่ 1 ก.ค.นี้) และอาจจะส่งตัวไปก่อนเพื่อให้เวลาปรับตัวกับสโมสรใหม่

ซึ่งเราต้องปฏิบัติตามสัญญาแน่นอน โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองสโมสรได้มีความเห็นร่วมกันว่า ดาวเตะทีมชาติไทย ควรที่จะได้ลงเล่นในเกมระดับสูงอย่าง ศึกเอเอฟซี ชปล. ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมในเลกสอง

ส่วนปัญหาที่หลายฝ่ายมองว่า “กิเลนผยอง” จะลดความแข็งแกร่งลงไป หากขาด ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไป ผอ.กีฬาได้กล่าวเสริมว่า “ไม่มีปัญหาครับ อย่างที่รู้กันดีว่าเราได้เตรียม เฮเบอร์ตี้ ดาวเตะชาวบราซิล ที่เข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมมาเกือบ 2 เดือน แม้จะทดแทนไม่ได้ เนื่องจากสไตล์การเล่นแตกต่างกัน แต่ยังเชื่อว่าจะสามารถทำให้ทีมไม่เสียสมดุลไป และทีมไม่ลดความแข็งแกร่งลงไป”

โดยดาวเตะวัย 23 ปี จะเดินทางไปค้าแข้งกับทีมจาก ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปีครึ่ง พร้อมมีออปชั่นซื้อขาดในอนาคตต่อไป

Please follow and like us:
0

หวาดเสียว! ด.ช. 4 ขวบวิ่งหลงบนทางด่วน รถขับหลบชุลมุน

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11:00 น. ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดในอุโมงค์ทางด่วนหนึ่งในเขตปกครองตนเองชนชาติเหมียวและถู่เจีย เผิงสุ่ย นครฉงชิ่ง ปรากฏภาพของเด็กชายวัย 4 ขวบคนหนึ่ง หลงอยู่ในอุโมงค์ วิ่งย้อนศรอยู่กลางถนน รถที่สัญจรผ่านกว่า 7 ขับต้องเบรกรถหลบกันชุลมุน เคราะห์ดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งก็รุดไปนำตัวเด็กชายออกมาทันที

ตามรายงานระบุว่า หลังจากเจ้าหน้าที่พาตัวเด็กชายลงมาทางด่วนแล้ว พบว่าเด็กชายไม่สามารถสื่อสารได้เป็นปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเด็กอาจมีภาวะพิการหูหนวกเป็นใบ้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ซื้ออาหารมาให้ทาน พร้อมดูแลและเล่นเป็นเพื่อน

กระทั่ง 2 ชั่วโมงต่อมา ก็สามารถตอดต่อพ่อแม่ของเด็กชายได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไป รวมทั้งฝากถึงผู้ปกครองท่านอื่นที่อาศัยอยู่ใกล้ถนนด้วยว่าให้ใส่ใจดูแลบุตรหลานให้ดี ด้วยเหตุการณ์ที่มีเด็กหลงอยู่บนทางด่วนเหมือนอย่างเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์อันตรายมากจริงๆ

Please follow and like us:
0

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก อะไรบ้างที่แม่ท้องอ่อนต้องระวัง

ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่แม่ท้องต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เรามาดูกันว่า ข้อห้ามสำหรับคนท้อง3เดือนแรก มีอะไรบ้าง

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก

ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์นั้น เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ฮอร์โมนในร่างกายที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง และลูกน้อยในครรภ์เริ่มเจริญเติบโต คุณแม่ท้องอ่อนจึงควรจะต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิตและเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้น ข้อห้ามสำหรับคนท้อง3เดือนแรก มีดังนี้

– แม่ท้องอ่อนไม่ควรหาซื้อยามาทานเองโดยไม่จำเป็น และควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณแม่และลูกในท้อง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก

– ไม่ทานอาหารที่ปรุงไม่สุก เนื้อสัตว์กึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารทะเลสดที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุก และไข่ดิบ เพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายซึ่งสามารถติดต่อไปสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรกได้

– หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีมลพิษ เช่นสถานที่ที่มีหมอกควัน บริเวณที่รถติดมากๆที่ทำให้แม่ท้องต้องสูดดมควันพิษจากท่อไอเสีย

– เลิกสูบบุหรี่และอยู่ให้ห่างจากควันบุหรี่ สารนิโคตินในบุหรี่สามารถส่งผ่านไปยังทารกทางรกได้ ซึ่งจะเข้าไปกดการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ ไม่ว่าจะมาจากการที่แม่ท้องสูบบุหรี่เองหรือจากควันบุหรี่มือสองก็ตาม

– งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะไปทำลายเซลล์ประสาทซึ่งทำให้ทารกมีปัญหาการเจริญเติบโต มีปัญหาด้านความจำ และนอกจากนั้นยังทำให้เด็กทารกมีร่างกายที่ผิดปกติ สายตาสั้น จมูกแบน ปลายจมูกเชิดขึ้น บริเวณ
ส่วนกลางใบหน้ามีการพัฒนาน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเฉพาะของทารกที่เกิดจากมารดาดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Fetal alcohol syndrome

– พยายามไม่เครียด เพราะความเครียดของคุณแม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของลูกในท้อง อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสที่จะเกิดการแท้งบุตรเพิ่มขึ้น

– คนท้อง 3 เดือนแรกไม่ควรอดอาหาร เพราะนั่นจะเป็นการทำร้ายลูกในครรภ์ไปในตัวเนื่องจากขาดสารอาหารอย่างเช่น ธาตุเหล็ก กรดโฟลิก วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์

– ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก อีกอย่างหนึ่งคือในระหว่างนี้คุณแม่ท้องอ่อนไม่ควรแช่น้ำร้อนหรืออบซาวน่า เพราะจะทำให้อุณภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ เกิดอาการออกซิเจนไปเลี้ยงลูกในครรภ์ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดและทำให้เด็กมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ได้

คำแนะนำสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก

– ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

– ดื่มนมอย่างน้อย 600 มิลลิลิตรทุกวันเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ

– ทานอาหารมื้อละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง

– ออกกำลังกายอย่างพอดี

– เข้าพบคุณหมอตามนัดทุกครั้ง

– ดื่มน้ำมากๆ

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งีบหลับตอนกลางวันถ้ามีเวลา

Please follow and like us:
0

บุกจับบ่อนพนันบอลออนไลน์เมืองสุพรรณฯ ยึดคอมพ์-รายชื่อลูกค้า เงินหมุนเวียนสะพัด

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป. สั่งการให้ ร.ต.ท.สุขัจพงศ์ ศรีวิตตวชิระ รองสว.กก.ปพ.บก.ป. สนธิกำลังกับพ.ต.ท.กิตติ เฟื่องฟู รองผกก.สส.สภ.ด่านช้าง พ.ต.ท.ปัญญา สุวรรณสิงห์ สว.สส.สภ.ด่านช้าง นำกำลังจับกุมนายการันต์ กาฬภักดี อายุ 26 ปี นายมงคล พงษ์นา อายุ 22 ปี นายกำพล จันทร์หนองแวง อายุ 22 ปี และน.ส.อารีรัตน์ สระทองหมาย อายุ 29 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 279-1 หมู่ 4 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์จำนวน 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 7 เล่ม

ทั้งนี้ทราบว่ากลุ่มผู้ตัองหาได้รับทายผลพนันฟุตบอลออนไลน์ จึงขอหมายค้นศาลจังหวัดสุพรรณบุรีเข้าตรวจค้น ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีนายการันต์ กาฬภักดี รับเป็นเจ้าของบ้าน จากการตรวจค้นภายในบ้านพบกลุ่มผู้ต้องหานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน้าจอของคอมพิวเตอร์เปิดเว็บพนันฟุตบอลออนไลน์ นอกจากนี้ ตรวจสอบมือถือของกลุ่มผู้ต้องหา ยังพบรายชื่อลูกค้า ข้อความสนทนาติดต่อ และข้อความการโอนเงินของลูกค้าที่เล่นพนันฟุตบอล จึงยึดของกลางทั้งหมดไปใช้เป็นหลักฐาน

เบื้องต้นสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับเป็นเจ้ามือทายผลพนันฟุตบอลจริง โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มเพื่อนทางเฟซบุ๊ก ก่อนชักชวนให้มาเล่นทายผลการพนันฟุตบอล โดยใช้ช่องทางแอพพลิเคชั่นไลน์เป็นช่องทางสื่อสาร เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ทายผลฟุตบอลออนไลน์) พนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเป็นฝ่ายเจ้ามือรับกินรับใช้ ส่งตัวให้ สภ.ด่านช้าง ดำเนินคดีต่อไป

Please follow and like us:
0

บุกจับโต๊ะบอลเถื่อนรวบนักพนันกว่า 30 คน เงินหมุนเวียนนับ 10 ล้าน

ร.ท.สันนิบาล แสนดี หัวหน้าชุดคณะรักษาความปลอดภัยพื้นที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี ได้สืบทราบมีการเปิดโต๊ะเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศชื่อ “มังกรทอง” พัทยากลาง อาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น เลขที่ 220 ถนนพัทยาสาม หลังธนาคารกสิกรไทย ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งมีนักพนันจากท้องที่เมืองพัทยาเข้ามาลักลอบเล่นกันจำนวนมาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ลงพื้นที่ไปเฝ้าดูพฤติการณ์

จากการลงพื้นที่พบว่าบริเวณหน้าโต๊ะบอลมีกลุ่มชายไทยประมาณ 2-3 กำลังยืนจับกลุ่มคุยกันโดยในมือถือโพยบอล เจ้าหน้าที่ทหารจึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมกับนำกำลังเข้าไปตรวจค้นภายในโต๊ะบอล พบพนักงานจำนวน 5 คน นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กำลังรับแทงพนันให้กับลูกค้าจำนวนหนึ่ง และระหว่างการจับกุมได้มีลูกค้าพากันทยอยเข้ามาแทงพนันรวมทั้งสินกว่า 30 คน ส่วนใหญ่ลูกค้าประกอบอาชีพวินจักรยานยนต์รับจ้าง พนักงานห้าง เด็กเสิร์ฟร้านอาหารในพื้นที่เมืองพัทยา

ทั้งนี้ สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมากอาทิเช่น โพยการพนันฟุตบอลลีกต่างประเทศพร้อมเลตราคาต่อรองคอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง เครื่องถ่ายเอกสาร 1 เครื่อง สมุดบัญชีเงินฝาก เงินสดจำนวน 90,000 บาท ซึ่งมีนายยุทธนา ตู้มณีจินดา อายุ 42 ปี รับเป็นผู้ดูแลโต๊ะบอล ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารจึงประสาน ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา โรงพักท้องที่เข้ามาร่วมจับกุมและรับตัวนักพนันพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมกับคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาอีกด้วย

ร.ท.สันนิบาล เปิดเผยว่า สำหรับโต๊ะบอลแห่งนี้ถือว่าเป็นรายใหญ่ของเมืองพัทยา โดยเมื่อช่วงต้นเดือน เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชลบุรีจับกุมมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่เข็ดหลาบย้ายสถานที่ใหม่แอบลักลอบเปิดอีกครั้ง จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าทางร้านมีโปรโมชั่นให้กับลูกค้าหากแทงผิดจำนวน 12 คู่ รับเงินสดไปเลย 100,000 บาท ส่วนยอดเงินหมุนเวียนในบัญชีเดือนละ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทหารจะกวาดล้างจับกุมแหล่งอบายมุขในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าเป็นนโยบายสำคัญของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ…

Please follow and like us:
0

เดินทางถึงญี่ปุ่น! “โค้ชแบน” หวัง “ทัพกิเลน” มีแต้มเพื่อแชมป์กลุ่ม

ความเคลื่อนไหวของ เอสซีจี เมืองทองฯ ในการไปสู้ศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 กลุ่ม อี ซึ่งในเกมสุดท้าย จะบุกไปเยือน คาชิมา แอนท์เลอร์ส ที่จะหวดกันในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ที่สนาม คาชิมา ซ็อคเกอร์ สเตเดี้ยม เวลา 17.00 น. (ตามเวลาไทยที่ช้ากว่าญี่ปุ่น 2 ชั่วโมง) โดยเกมแรกที่พบกับ “กิเลนผยอง”อัดในบ้าน 2-1 ทว่าทั้ง 2 ทีมจูงมือกันผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 8.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) ของวันที่ผ่านมา ขุนพล “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทองฯ ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสนามบินนาริตะ ด้วยเที่ยวบิน เอ็กซ์เจ 600 (XJ 600) จากนั้นจะเข้าพักต่อที่ คาชิมา โฮเทล ในเมืองอิบารากิ และลงซ้อมมื้อแรกต่อทันทีที่สนามซ้อมของสโมสรคาชิมา แอนท์เลอร์ส เวลา 16.00 น. ซึ่งจะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามในการเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เซลิโอ ซานโตส ปราการหลังชางบราซิล ที่เคยได้นักเตะยอดเยี่ยมจากเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 กลุ่ม อี นัดสี่ ที่ช่วย เอสซีจี เมืองทองฯ ชนะ อุลซาน ฮุนได 1-0 เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้มาด้วย เนื่องจากเกิดอาการเป็นไข้ทำให้ต้องเข็กร่างกายที่กรุงเทพก่อน

โดย “โค้ชแบน”ธชตวัน ศรีปาน กุนซือใหญ่ของ เอสซีจี เมืองทองฯ ได้ระบุถึงการเดินทางมาถึงครั้งนี้ว่า “ในการซ้อมวันแรกน่าจะยืดเส้นยืดสาย และฟื้นฟูคนที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ของตัวหลักๆ ที่เล่นมาจากเกมโตโยต้า ไทยลีก 2017 ซึ่งชนะ ราชนาวี มา 4-0”

“เรายังบอกไม่ได้ว่านักเตะจะมีร่างกายอย่างไร เพราะหลายคนเริ่มออกอาการล้า เนื่องจากเจอเกมมิดวีกและปลายสัปดาห์มาตลอด อีกทั้งเรามีตัวหลักที่น้อย ทำให้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเน้นผลการแข่งขันในทุกเกมที่ลงเล่นมาแล้วหลายแมตช์”

ส่วนการพบกับ คาชิมา แอนท์เลอร์ส เพื่อทำการตัดสินแชมป์กลุ่ม อี นั้น “โค้ชแบน”บอกว่า “เรามองที่ใกล้ตัวมากกว่าเป้าหมายใหญ่ เนื่องจากเราต้องขอให้มีแต้มกลับออกไปก่อน ด้วยตัวผู้เล่นที่มีอยู่ในเวลานี้ อีกทั้งมีคนที่ติดโทษแบนทั้ง ซิสโก้ ฆิเมเนส, อี โฮ และ ทริสตอง สมชาย โด ตลอดจนเช็ก เซลิโอ ซานโตส ที่ไม่สบายยังไม่ได้เดินทางมาร่วมทีม”

ส่วนเกมในวันที่ 9 พ.ค.นี้ ซึ่งตะได้รู้ว่าทีมใดในกลุ่ม จี จะเป็นที่ 1 และ 2 โดยมี 2 คู่ คือ กว่างโจว เอเวอร์กราเด้ (จีน) พบ ซูวอน ซัมซุง บลูวิงส์ (เกาหลีใต้) และ คาวาซากิ ฟอนตาเล่ (ญี่ปุ่น) พบ อีสต์เทิร์น (ฮ่องกง) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามอดีตกองกลางทีมชาติไทยว่า ต้องการพบทีมใดในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

“โค้ชแบน”ธชตวัน ศรีปาน กุนซือ “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทองฯ บอกว่า “ผมคงไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะเจอใครได้ เนื่องจากเข้ารอบน็อคเอ้าท์ไปแล้ว เจอใครเหมือนกันหมด หากว่าเรามีตัวผู้เล่นหลักๆอยู่ครบครัน ผมเองก็ยังเชื่อว่าจะสามารถต่อกรได้กับทุกทีม”

Please follow and like us:
0

โอเคเจอกัน! “สมาคมฯ” ตอบรับ “ช้างศึกชุดใหญ่” บินอุ่นเครื่อง “อุซเบกิสถาน”

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งทีมชาติไทยชุดใหญ่ แข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับทีมชาติอุซเบกิสถาน ณ เมืองทาชเคนต์ ด้วย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับหนังสือ จาก สหพันธ์ฟุตบอลอุซเบกิสถาน (UFF) ในการเชิญ ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร FIFA Day ณ กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน 2018 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 8 ที่จะพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2560

ทางสมาคมฯ ได้มีการหารือกับ มิโลวาน ราเยวัช และทีมงานผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งเห็นว่าการแข่งขันดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมความพร้อมของทีม และกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติ ทั้งยังเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ต้องการให้ ทีมชาติไทย ในทุกรุ่นได้เดินทางไปหาประสบการณ์ในการแข่งขันต่างประเทศ

ในการนี้ จึงขอประกาศว่าทางสมาคมฯได้ตอบรับหนังสือเชิญจาก สหพันธ์ฟุตบอลอุซเบกิสถาน (UFF) และจะดำเนินการส่งทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางไปแข่งขันตามกำหนดดังกล่าว

การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ฟีฟ่า เดย์ ระหว่าง ทีมชาติอุซเบกิสถาน กับ ทีมชาติไทย จะแข่งขันกันที่สนามบุนยอดกอร์ สเตเดี้ยม ณ กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ในวันที่ 6 มิถุนายน 2560 เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

Please follow and like us:
0