ยางธรรมชาติ คืออะไร

ยางธรรมชาติ คืออะไร
การที่เรานำสิ่งต่างมาใช้ประโยชน์ทำให้เกิดความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม แร่ธาตุ ก็สามารถนำมาดัดแปลงเป็นประโยชน์ในการใช้งานมากมายรวมถึงสิ่งที่ได้จากพืชชนิดต่างๆ มาใช้ประโยชน์รอบตัวเรา และต่อไปนี้จะเอ่ยถึงเรื่องยาพาราที่เราได้จากยางธรรมชาติจากต้นไม่ชนิดที่สามารถให้เป็นยางออกมาได้ นำไปใช้ในวัสดุเครื่องใช้จ่างๆ รองเท้า ยางรถ สายไฟฟ้า เป็นต้น

ยางธรรมชาติ มักอยู่กับต้นไม่ชนิดต่างๆ เริ่มต้นที่ประเทศบราซิลจากต้นเฮเวีย เป็นยางที่มีคุณภาพสูง ชื่อพารานั้นเป็นชื่อของเมืองท่าของประเทสบราซิล เนื่องจากเป็นการขนส่งที่ท่าเมืองพาราเป็นจำนวนมากในตอนนั้นยางจะอยู่ระหว่างแกนลำต้นและเปลือกลักษณะเป็นสีขาวเข้น โดยต้นพาราจะต้องมีอายุพอที่จะให้น้ำยางพาราได้ โดยจะทำการกรีดเอาเปลือกออก หาภาชนะรองไว้ พอหยุดไหลจะเก็บมาเป็นน้ำยางหรือทำเป็นแผ่น เนื่องจากน้ำยางที่ได้จากต้นจะลอยขึ้นทำให้ผิวมีความข้นมากจนแข็งตัวจึงมัดผสมกำมะถันลงไปด้วย

คุณสมบัติที่พบ

มีความยืดหยุ่นได้ ความยืดหยุ่นของมันสามารถที่จะดึงให้มากจนใกล้จะขาดแล้วปล่อยก็หดกลับเท่าเดิมโดยคงรูปเดิมไว้ด้วย ถึงแม้จะโดนอากาศเย็นก็มีสามารถที่จะยืดหดได้ แต่สามารถเสื่อมคุณภาพได้
สามารถยึดติดในพื้นผิวบางชนิด อย่างเช่นกระดาษสามารถนำมาเป็นยางลบได้ และนำมาทำยางรถได้ทุกชนิด
เป็นฉนวนไฟฟ้า เนื่องจากมีความยืดหยุ่นและเป็นฉนวนไฟฟ้าจึงนำมาทำสายไฟ
มีความเหนียว ไปเป็นส่วนผสมของกาวและกันน้ำได้ หากไปทำปฏิกิริยาจะเป็นของแข็งได้สามารถนำไปเป็นพลาสติกที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน
ผสมกับยางเทียม เพื่อทนความร้อนได้ จึงนำไปเป็นวัสดุที่ทดความร้อนโดนผสมกับยางเทียมเป็นการทำเอาคุณสมบัติยางทั้งสองชนิดมารวมกันให้สามารถใช้งานได้หลากหลาย
ยางจากต้นไม้ชนิดต่างๆ

ยางที่ใช้อยู่มาจากต้นเฮเวียมากที่สุดเนื่องจากมีคุณภาพสูงแล้วยังให้น้ำยางมากกว่าพืชชนิดอื่นด้วย ซึ่งยางนั้นสามารถนำมาจากต้นไม้หลายชนิด เท่าที่พบแล้วนพมาใช้ประโยชน์มี 10 กว่าชนิดเท่านั้น จาก 100 กว่าชนิด นอกจากต้นเอเวียที่กล่าวมาแล้วนั้นยังมีจากต้นเซียรา เป็นพืชไม้พื้นเมืองของบราซิลอีกเช่นกน แต่ยางที่ได้มักมีสิ่งแปลกปลอมมากจึงไม่นิยมทำมาใช้งาน จากต้นคาทติลาล พืชทางอเมริกากลาง ยางไม่มีคุณภาพเช่นกัน และยังมียางอีกมากมายที่ยังพบในป่าแต่ไม่นิยมนำมาใช้งาน อย่างที่อังกฤษ อินเดีย อินโดเนียเซีย สรุปแล้วยางที่นิยมนำมาให้คือยางจากต้นพาราที่เราปลุกกันทั้งภาคใต้และภาคอีสาน
ยางได้จากไม้เลื้อยอีกหลายชนิด เช่นแลยดอลเฟีย ในอเริกาใต้เป็นพันธุ์ไม้ที่อยู่ในป่าลึก แต่พบว่าเป็นยางที่มีคุณภาพสูง ส่วนที่ให้ยางคือรากและเถาว์ของมันโดยจะนำมาต้มจะทำให้น้ำแตกออกจากยางซึ่งเป็นวิธีการที่ยางจึงไม่นิยมนำมาใช้งาน นอจากนั้นยังมีไม้พุ่มจากต้นเควยูลในเม็ดซิโก โดยนำมาบดด้วยเครื่องจะมียางออกมา ซึ่งนำยางที่ได้มีน้อยกว่ายางพารามาก

การนำยางออกจาต้น

การนำยางออกจากต้นจะใช้วิธีการกรีด ซึ่งยางที่ได้จากต้นรวมถึงยางพารามักใช้วิธีการนี้ ทั้งภาคใต้และภาคอีสานนิยมปลูกเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้ผลิตยางพาราได้เป็นจำนวนมากในประเทศ เมื่อก่อนใช้ขวานหรือมีดเข้าไปในป่าเมื่อกรีดมักฟันเข้าไปลึกเกินไปทำให้ต้นไม้ตายต่อมาจึงขึ้นวิธีการกรีดแบบใหม่ทำให้ต้นไม่ตาย
การกรีดยาง นิยมกรีดที่เลือกออกจนถึงแกนของต้นไม้ ให้มีความเฉียงให้น้ำยางไหลเป็นทางเพื่อให้ตรงกับพาชนะที่ใส่ ถ้าวันใหม่ก็ใช้การกรัดจากแผลเดิม นำน้ำยางที่ได้ใส่ลงไปในถังหรืออาจจะจำหน่ายไปเลยใช้วิธีการีดเป็นแผ่นก็ได้หรือแปรรูปเป็นยางเส้นได้ หากต้องการที่จะเก็บยางพาราไว้นานๆจะนำไปรมควันเพื่อไม่ให้ยางเน่า แต่ปัจจุบันมักขายเป็นน้ำยาเพื่อความสะดวกอาจจะต้องเติมแอมโมเนียมลงไปในถังด้วย
การทำยางรมควัน ให้นำที่ได้จากพาชนะ เพื่อให้ตกตะกอนและเติมสารป้องกันการออกซิไดส์ เพื่อให้ยางมีสีสวย เติมน้ำลงไป เพื่อให้ยางจับตัวกัน เติมกรดฟอร์มิก 2% ป้องกันการเกิดฟองกวนๆ หากมีฟองออกปาดออก หากเริ่มจับตัวจะมีความเหนียว นพไปรีดเป็นแผ่น ล้างและตาก สุดท้ายลดความชื่นของยางด้วยการรมควันในอุณหภูมิ 55 – 60 องศาเซลเซียสประมาณ 4 วัน

การปลูกยางพารา ต้องมีสภาพที่เหมาะสมกับการปลูก มักปลุกกันในเขตร้อนชื้น การพัฒนาพันธุ์ยางนั้นได้ทำมานานหลายปีจนสามารถปลุกได้หลากหลายสภาพอากาศ มีความต้านทานโรค ทำให้ได้น้ำยางมากขึ้น

Please follow and like us:
0