เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด

เที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด

ถ้าพูดถึงภาคอีสาน หลายคนคงจะนึกถึงอากาศที่ร้อน ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้พักผ่อนมากนัก แต่ ภูมิภาคนี้ยังมีสิ่งอื่นทดแทนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนาน ภาคอีสานจึงถูกขนานนามว่าเป็น “แหล่งเรียนรู้ อู่อารยธรรม” ทุกสิ่งถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบวิถีชีวิต และวัดวาอาราม ที่มีความสวยงามโดดเด่นไม่เหมือนใคร

ก่อนที่เราจะเที่ยว 3 วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด ทำความรู้จักกับ Landmark สำคัญแห่งจังหวัดร้อยเอ็ดกันก่อน นั่นก็คือ “บึงพลาญชัย” ตั้งอยู่บริเวณศาลากลางเมืองร้อยเอ็ด เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด มีลักษณะเป็นเกาะอยู่กลางบึงน้ำขนาดใหญ่ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น และที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวร้อยเอ็ดเคารพนับถือ

นอกจากนี้ ตรงบริเวณประตูทางเข้า ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ใกล้กันก็เป็นประตูสาเกตนคร ประตูเมืองของจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีชื่อเดิมว่า เมืองสาเกตนคร นั่นเอง

วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด
1. วัดบูรพาภิราม
วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ในเขตเทสบาลเมือง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี เดิมชื่อวัดหัวรอ มีพระพุทธรูปปางประทานพรที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธรัตนมงคลมหามุนี หรือหลวงพ่อใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความสูง 67 เมตร 85 เซนติเมตร บริเวณฐานจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ หลวงพ่อใหญ่ เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองร้อยเอ็ดอย่างมาก นอกจากนี้ในบริเวณวัด ยังเป็นที่ตั้งศูนย์งานพระธรรมทูต และโรงเรียนปริยัติธรรม อีกด้วย

วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด
วัดบูรพาภิราม ตั้งอยู่ที่ถนนผดุงพานิช ตำบลในเมือง ในเขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด

วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด
2. วัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง)
“วัดป่ากุง” เป็นวัดร้างเก่าแก่มีมาตั้งแต่ปี 2313 และหลังจากพระเทพวิสุทธิมงคล “หลวงปู่ศรี มหาวีโร” พระเกจิอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐาน (ปัจจุบันมรณภาพแล้ว) ได้เข้ามาเป็นผู้นำศรัทธาในการพัฒนาวัด จึงได้ดำเนินการขออนุญาตทางราชการจัดตั้งเป็นวัดขึ้น โดยใช้ชื่อที่ประชาชนร่วมกันสร้างว่า “วัดประชาคมวนาราม” สังกัดคณะธรรมยุตติกนิกาย ในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2508 โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นเจ้าอาวาสปกครองและบูรณปฏิสังขรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองเป็นต้นมา

ส่วนไฮไลท์สำคัญของวัดป่ากุง นั่นคือ มหาเจดีย์ทราย บรมพุทโธ (บุโรพุทโธ จำลอง)

วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด
ส่วนที่มาของการก่อสร้างเจดีย์หินทราย เกิดขึ้นเมื่อคราวพระเดชพระคุณหลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้ไปปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษาที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อ พ.ศ.2531 ได้ไปนมัสการเจดีย์โบโรโดร์ (บุโรพุทโธ) ที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ได้เห็นความใหญ่โตมโหฬารงดงาม หลวงปู่เกิดความประทับใจมาก เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ได้นำเรื่องราวที่ได้ไปพบมาเล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟัง และดำริว่าจะสร้างไว้ที่เมืองไทย ต่อมาในปี พ.ศ.2535 หลวงปู่ได้สั่งให้พระอาจารย์มานะอตุโลนำพระอาจารย์ศักดิ์ชัย อภิวัฒโน และนายอนุวัตร บูรณะกร(เป็ด) เดินทางไปดูรูปแบบเจดีย์โบโรโดร์ เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการก่อสร้าง โดยสถานที่ภายนอกและภายในขององค์เจดีย์ได้ก่อสร้างด้วยหินทรายธรรมชาติเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ให้มีภาพแกะสลักเรื่องราวพระพุทธประวัติและเรื่องพระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นงานบุญประเพณีประจำจังหวัดร้อยเอ็ดที่เรียกกันว่า “บุญผะเหวด”

วัดประชาคมวนาราม ตั้งอยู่ที่ ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กม.

วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด
3. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่ในบริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ โดยมีหลวงปู่ศรี มหาวีโร เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ส่วน พระมหาเจดีย์ชัยมงคล เป็นพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นเจดีย์สีขาว ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีเหลืองทองอร่าม รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ ตัวพระเจดีย์มีความกว้าง ความยาว และความสูง ส่วนละ 101 เมตร สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ บนยอดภูเขาเขียว เจดีย์ชั้นบนสุดได้ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ เอาไว้

วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด

วัดดังแห่งเมืองร้อยเอ็ด
พระมหาเจดีย์ชัยมงคล มีทั้งหมด 6 ชั้น เป็นพระเจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการ ผสมผสานด้วยศิลปะร่วมสมัย โดยวางโครงสร้างตามแบบพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และพื้นผิวแบบพระธาตุพนม จ.นครพนม

การเดินทาง : ไปตามเส้นทางสายร้อยเอ็ด – อำเภอโพนทอง – อำเภอหนองพอก ระยะทาง 62 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136

จะเห็นได้ว่า จังหวัดเล็กๆ ในแถบอีสานตอนกลาง ก็มีแหล่งท่องเที่ยวอันสุดยอดไม่แพ้ภูมิภาคอื่น ต้องลองไปเห็นด้วยตาของคุณเอง แล้วคุณจะหลงรักเมืองร้อยเอ็ดแบบไม่รู้ตัว



Copyright © 2018 innovationforum2012.com | ๑๐๑ บ้านเฮา