Toyota Corolla Altis 2017 โฉมไมเนอร์เชนจ์ เสริมออพชั่นใหม่สุดหรู

Toyota Corolla Altis 2017 โฉมไมเนอร์เชนจ์ เสริมออพชั่นใหม่สุดหรู
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย New Toyota Corolla Altis…So Excited Ever โฉมไมเนอร์เชนจ์ มอบออพชั่นและรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น ตอบโจทย์แฟนๆ ที่รักความสปอร์ตทันสมัย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 799,000 บาท

เมื่อปี พ.ศ. 2509 ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เผยโฉม “โคโรลล่า” เข้าสู่ตลาดเมืองไทยด้วยเจนเนอเรชั่นที่ 1 จวบจนถึงรุ่นปัจจุบันในเจนเนอเรชั่นที่ 11 ตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา โคโรลล่า อัลติส สามารถครองความนิยมในฐานะรถยนต์นั่งได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ทั้งด้านคุณภาพ สมรรถนะและความคุ้มค่า จนสามารถครองใจลูกค้าชาวไทยด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 754,685 คัน* และครองความเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งของไทยจวบจนปัจุบัน

genting-crown เพื่อความสะดวกในการใช้บริการของสมาชิก เพราะลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นคนไทย เราจึงคัดสรรบริการคาสิโนออนไลน์ มาให้ทุกท่านได้ร่วมสนุก สมัครเล่นพนันกับเรา แทงบอลออนไลน์ วันนี้รับโบนัสฟรีทันที พร้อมลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย

คุณวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เผยว่า “ครั้งนี้ โตโยต้า ภูมิใจนำเสนอ โคโรลล่า อัลติส รุ่นปรับปรุงโฉม ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Futuristic Prestige เพื่อยกระดับความโดดเด่น ทันสมัย ด้านดีไซน์ ทั้งภายนอกและภายใน เพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ นอกจากนั้นยังพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น และประสิทธิภาพความประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ตลอดจนระบบความปลอดภัยที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น โดยโคโรลล่า อัลติส รุ่นปรับปรุงโฉมในครั้งนี้ มาพร้อม Concept การสื่อสารว่า So Excited Ever เร้าใจ..กว่าที่เคย”

พร้อมกันนี้เราขอแนะนำ Line up ผลิตภัณฑ์ใหม่ โคโรลล่า อัลติส รุ่น ESPORT OPTION อีกหนึ่งทางเลือกพิเศษสุด ให้กับลูกค้าที่รักความท้าทาย ต้องการความเร้าใจ ด้วยรูปลักษณ์ที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ดุดันมากขึ้น ด้วยชุดแต่งรอบคันและล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ ภายในเพิ่มเติมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันมากยิ่งขึ้น สามารถตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้มากกว่าเดิม นอกจากนั้นยังมีการปรับจูนช่วงล่างตามแบบฉบับของ ESPORT ให้การขับสนุกเร้าใจมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย”

Toyota Corolla Altis 2017…So Excited Ever เร้าใจ กว่าที่เคย Toyota Corolla Altis 2017 มาพร้อมกับ 7 รุ่นย่อยเท่าเดิม แต่ได้ตัดรุ่น 1.8G เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i แล้วบรรจุรุ่น ESPORT OPTION (ใหม่) เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ส่วนสีตัวถังจะมีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่

Toyota เริ่มเดินสายการผลิต All-New C-HR ในยุโรปอย่างเป็นทางการ

Toyota เริ่มเดินสายการผลิต All-New C-HR ในยุโรปอย่างเป็นทางการ
Toyota ประกาศเดินสายการผลิต All-New Toyota C-HR ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ ณ โรงงาน Toyota Motor Manufacturing Turkey เมือง Sakarya ประเทศตุรกี สำหรับผลิตเพื่อส่งออกไปยังภูมิภาคยุโรปและสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ ที่จะได้รับการเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน LA Auto Show 2016 กลางเดือนพฤศจิกายนนี้

Dr. Van Zyl ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ CEO Toyota Motor Europe (TME) ได้กล่าวในพิธีว่า “ตลาดรถครอสโอเวอร์ทุกเซ็กเม้นท์มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในยุโรปและทั่วโลก ทางค่ายจึงได้พัฒนารถซับคอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด Toyota C-HR จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์โตโยต้าในอนาคต”

Toyota C-HR ได้รับการเดินสายการผลิตรั้งแรกของโลก ในโรงงาน Toyota Motor Manufacturing Turkey เมือง Sakarya ประเทศตุรกี อย่างเป็นทางการ โดยผลิตร่วมกับ Toyota Corolla กับ Toyota Verso ซึ่งเป็นรุ่นแรกของรถยนต์ไฮบริดที่โรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้าจากตุรกีแห่งนี้ และเป็นรถยนต์จากแพลตฟอร์ม TNGA รุ่นแรกที่ผลิตนอกประเทศญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

Honda Civic EK3 หล่อ แรง เนียน…ครบเครื่องขนาดนี้

Honda Civic EK3 หล่อ แรง เนียน…ครบเครื่องขนาดนี้
ดูเหมือนว่าช่วงนี้ มองไปทางไหนเราก็จะเห็น Civic Hatchback ในรหัส EK3, EK9 ได้ง่ายขึ้น เนื่องด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และบรรดารถเหล่านี้หาได้ง่ายขึ้น ซึ่งแต่ละคัน ก็ล้วนมีสไตล์ตกแต่งที่แตกต่างกันไป Racing Magazine ในวันนี้ เราขอนำ Civic EK3 อีกหนึ่งคัน มาให้เพื่อนๆ ได้ชมกันสักหน่อย สำหรับเจ้าของก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ ตูน รถแดง หรือ ตูน ChapterOne นั่นเอง สำหรับรายละเอียดในการตกแต่งจะเป็นอย่างไร ติดตามชมกันได้เลยครับ

สำหรับเจ้า Civic EK คันนี้ คุณตูน บอกว่า…ตั้งใจเซ็ตมาในแบบคลีนๆ โดยเปลี่ยนจากรถแดงที่เป็นเอกลักษณ์ มาเป็นสีเหลือง Spoon กับเค้าบ้าง ภายนอกก็ไม่มีอะไรมาก บอดี้เดิมๆ มันสวยดีอยู่แล้ว หาอะไรที่เราชอบมาเติมตรงนี้นิด ตรงนู่นหน่อย อย่างหางหลัง และลิ้นหน้า รวมถึงฝากระโปรงหน้าขอเป็น Carbon Kevlar ไว้สักนิด ซึ่งก็ใช้ของราคาแรงอย่าง Spoon Sport

ตามมาด้วยภายในซึ่งก็ยังไม่ทิ้งความซิ่ง เริ่มกันจากเบาะคู่หน้ามาในแบรนด์ Recaro ส่วนพวงมาลัยเป็นของ Personal คุมโทนด้วยด้ายสีเหลือง แบคกาไลท์หลังรื้อเปลือยๆ โล่งๆ โชว์โรบาร์ 6 จุดที่ถูกติดตั้งภายในห้องโดยสาร ส่วนเรือนไมล์ก็ยังคงคุมโทนด้วยสีเหลืองอีกเช่นกัน ที่โดนเด่นก็เห็นจะเป็นแผงประตู EK9 ที่แดงสะท้อนแสงมาแต่ไกล และของที่ขาดไม่ได้สำหรับรถซิ่งยุคนี้ ก็คงจะเป็น Defi ZD ที่ถูกติดตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับคอพวงมาลัย

รถยนต์แบบ SUV กับ MPV แตกต่างกันอย่างไร

รถยนต์แบบ SUV กับ MPV แตกต่างกันอย่างไร
เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่วันที่ทางค่ายฮอนด้าจะทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของพวกเขาในช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นรถในสายพันธุ์ MPV โดยใช้ชื่อว่า Honda Mobilio 2014 และนี่ก็คือจุดที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างสำหรับท่านที่ยังไม่เคยรู้จักรถยนต์ในตระกูลนี้ เพราะส่วนมากในประเทศไทยของเราก็จะเห็นแต่รถยนต์ในตระกูลของรถเก๋งเพราะใช้งานสะดวกและคล่องตัว เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง หรือรถกระบะเพราะสามารถบันทุกสิ่งของจำพวกสินค้าเกษตรได้ทีละเยอะๆ เป็นต้น และหลังจากที่ทางค่ายฮอนด้าได้กำหนดวันที่จะเปิดตัวรถยนต์ในตระกูล MPV จึงทำให้หลายๆ ท่านมีความสงสัยว่ารถยนต์ตระกูลนี้มีลักษณะการใช้งานที่เหมือนกันหรือคล้ายกันกับรถยนต์ในตระกูล SUV หรือไม่ วันนี้เราจึงได้นำรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะและคุณสมบัติการใช้งานของรถยนต์ทั้งสองตระกูลนี้มาเปรียบเทียบให้ได้ทราบกัน

รถยนต์ MPV จะเป็นรถยนต์ที่มีลักษณะเหมือนรถเก๋งแต่กึ่งรถตู้อเนกประสงค์ ความหมายคือมีลักษณะการใช้งานที่สะดวกสบายคล้ายกับรถเก๋ง แต่ก็จะสามารถที่จะขนจำนวนคนและสิ่งของได้ในจำนวนมากซึ่งลักษณะนี้ก็มีความคล้ายกันกับการใช้งานของรถตู้ จึงทำให้รถยนต์ MPV เป็นรถยนต์ที่มีคุณสมบัติในการใช้งานสองลักษณะทั้งเหมือนรถเก๋งและก็รถตู้ เรียกได้ว่ารถยนต์ตระกูลนี้เมื่อจับจองเป็นเจ้าของก็มีคุณสมบัติในการใช้งานที่คุ้มจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น Space Wagon, Citroen C8

รถยนต์แบบ SUV กับ MPV แตกต่างกันอย่างไร

รถยนต์แบบ SUV กับ MPV แตกต่างกันอย่างไร
เหลือเวลาอีกเพียงแค่ไม่กี่วันที่ทางค่ายฮอนด้าจะทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของพวกเขาในช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งว่ากันว่าเป็นรถในสายพันธุ์ MPV โดยใช้ชื่อว่า Honda Mobilio 2014 และนี่ก็คือจุดที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างสำหรับท่านที่ยังไม่เคยรู้จักรถยนต์ในตระกูลนี้ เพราะส่วนมากในประเทศไทยของเราก็จะเห็นแต่รถยนต์ในตระกูลของรถเก๋งเพราะใช้งานสะดวกและคล่องตัว เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง หรือรถกระบะเพราะสามารถบันทุกสิ่งของจำพวกสินค้าเกษตรได้ทีละเยอะๆ เป็นต้น และหลังจากที่ทางค่ายฮอนด้าได้กำหนดวันที่จะเปิดตัวรถยนต์ในตระกูล MPV จึงทำให้หลายๆ ท่านมีความสงสัยว่ารถยนต์ตระกูลนี้มีลักษณะการใช้งานที่เหมือนกันหรือคล้ายกันกับรถยนต์ในตระกูล SUV หรือไม่ วันนี้เราจึงได้นำรายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะและคุณสมบัติการใช้งานของรถยนต์ทั้งสองตระกูลนี้มาเปรียบเทียบให้ได้ทราบกัน

รถยนต์ MPV จะเป็นรถยนต์ที่มีลักษณะเหมือนรถเก๋งแต่กึ่งรถตู้อเนกประสงค์ ความหมายคือมีลักษณะการใช้งานที่สะดวกสบายคล้ายกับรถเก๋ง แต่ก็จะสามารถที่จะขนจำนวนคนและสิ่งของได้ในจำนวนมากซึ่งลักษณะนี้ก็มีความคล้ายกันกับการใช้งานของรถตู้ จึงทำให้รถยนต์ MPV เป็นรถยนต์ที่มีคุณสมบัติในการใช้งานสองลักษณะทั้งเหมือนรถเก๋งและก็รถตู้ เรียกได้ว่ารถยนต์ตระกูลนี้เมื่อจับจองเป็นเจ้าของก็มีคุณสมบัติในการใช้งานที่คุ้มจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น Space Wagon, Citroen C8

Citroen C8
Citroen C8
Space Wagon
Space Wagon
รถยนต์ SUV จะเป็นรถนั่งอเนกประสงค์ หรือส่วนมากก็เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วว่าเป็นรถยนต์ครอบครัวมีเบาะ 7 ที่นั่ง สำหรับรถยนต์ SUV นี้สามารถที่ใช้ขับขี่บนท้องถนนได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งการขับขี่บนถนนที่ทุระกันดารหรือออฟโรดได้เช่นกัน เพราะรถยนต์ตระกูลนี้สามารถที่จะขับเคลื่อนได้ทุกสภาพถนนด้วยระบบการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่ติดมาด้วย และที่สำคัญรถยนต์ในตระกูลนี้จะมีจุดเด่นคือการขับเคลื่อนที่นุ่มนวลมีลักษณะที่คล้ายกับรถเก๋ง ยกตัวอย่างรถ SUV ที่นิยมในบ้านเราก็ได้แก่ Toyota Fortuner, Mitsubishi Pajero, Chevrolet Captiva, Honda CR-V เป็นต้น

ข้อดีของเกียร์ออโต้ กับเหตุผลที่ต้องเลือกซื้อ

ข้อดีของเกียร์ออโต้ กับเหตุผลที่ต้องเลือกซื้อ
เชื่อว่าก่อนที่หลายท่านจะไปซื้อรถใหม่จะต้องศึกษาเรื่องของความยากง่ายของการใช้งานรถแต่ละแบบ เพื่อให้เข้ากับความสามารถของตัวเอง อย่างบางท่านต้องการซื้อรถเพื่อใช้ขับในตัวเมืองจึงต้องการรถที่มีความนุ่มนวล ขับง่าย ไม่ต้องมีระบบที่ยุ่งยาก มีความคล่องตัวสูง ซึ่งถ้าหากว่าท่านไปขอคำแนะนำจากเพื่อนว่ารถแบบนี้มีไหม ก็คงจะได้รับคำตอบที่หนีไม่พ้นว่าเป็นรถยนต์ระบบเกียร์ออโต้ เพราะในสังคมบ้านเราเชื่อแบบนั้นมาโดยตลอด พร้อมกับปัจจุบันนี้ก็มีผู้คนจำนวนมากนิยมที่จะซื้อรถยนต์เกียร์ออโต้ เช่นเดียวกันกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายที่นิยมพัฒนารถยนต์เกียร์ออโต้เพื่อทำตลาดในบ้านเรามากกว่า เพราะมีอ๊อฟชั่นในการทำงานที่ทันสมัยและครบครัน ที่สำคัญรถยนต์เกียร์ออโต้จะเป็นตัวท็อปเสียส่วนใหญ่เพราะเน้นเรื่องของความหรูหราขับสบายๆ นั่นเอง

และสำหรับท่านที่กำลังต้องการที่จะซื้อรถยนต์เกียร์ออโต้ และต้องการที่จะทราบถึงข้อดีของระบบเกียร์นี้ว่ามีอะไรบ้างก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ วันนี้เรานำข้อดีของเกียร์ออโต้มาให้ได้ทราบกันแล้วครับ ไปดูกันว่าจะโดนใจท่านหรือเปล่า

เกียร์ออโต้

รูปภาพเกียร์ออโต้จาก Nissan Almera

ข้อดีของเกียร์ออโต้

ต่อจากนี้เป็นคำแนะนำจากผู้ที่ใช้รถยนต์ระบบเกียร์ออโต้ทั่วไป โดยเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อระบบส่งกำลังรูปแบบนี้ออกมาให้ผู้อื่นได้รับทราบเท่านั้น โดยไม่รับรองว่าเมื่อท่านไปขับรถจริงๆ แล้วจะมีความรู้สึกแบบเดียวกันหรือไม่จนกว่าท่านจะได้ลองเอง

1. นักขับมือใหม่เป็นผู้ที่เหมาะกับการใช้เกียร์ออโต้มากกว่า จะทำให้การหัดขับรถเป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น ผู้ที่กำลังฝึกขับรถยนต์จะรู้สึกถึงความง่ายในเวลาออกตัว เพราะว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับการเหยียบเบรก ปล่อยคลัช เหยียบคันเร่ง เข้าเกียร์ให้ถูกจังหวะต่างๆ มากมายเหมือนกับระบบเกียร์ธรรมดา

2. ไม่ต้องรู้สึกกลัวหรือกังวลว่าเมื่อต้องออกตัวแล้วรถจะดับ เมื่อต้องขับขี่บนทางที่ลาดชันหรือบนคอสะพานก็ไม่ต้องกลัวว่ารถจะไหล เพราะระบบส่งกำลังชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว

3. มีความสะดวกสบายในการขับขี่ มีวิธีการขับที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน เพราะระบบเกียร์ออโต้มันจะทำงานด้วยระบบของมันเอง เพียงแค่คนขับเหยียบคันเร่งเท่านั้น และยังไม่รู้สึกเมื่อยล้าเมื่อต้องเข้าเกียร์หรือเหยียบคลัชอีกด้วย

4. ทุกครั้งที่ขับขี่มืออีกข้างก็ไม่ต้องคอยจับหัวเกียร์ และไม่ต้องคอยเปลี่ยนเกียร์อยู่ตลอดเวลา จึงช่วยลดอาการเมื่อยล้าในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี และไม่ต้องกลัวว่าจะเข้าเกียร์ไม่ถูกจังหวะใช้แค่ไม่กี่เกียร์เท่านั้น

5. การออกตัวมีความนุ่มนวลเครื่องยนต์ทำงานอย่างราบเรียบเสมอต้นเสมอปลาย เหมาะกับคนที่มีสไตล์ ชอบความหรูหรา เพราะส่วนมากรถยนต์เกียร์ออโต้จะมีอ๊อฟชั่นที่มากกว่า และที่สำคัญจะเป็นตัวท๊อปเสียส่วนใหญ่นั่นเอง

หลังจากที่ได้ทราบถึงข้อดีของรถยนต์เกียร์ออโต้กันไปแล้ว บางทีท่านอาจจะตัดสินใจแล้วว่าอยากจะได้รถยนต์ในรุ่นที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบนี้มาใช้งาน แต่อย่าเพิ่งแน่ใจไปถ้าหากว่าท่านยังไม่ได้อ่าน ข้อดีของเกียร์ธรรมดา ดังนั้นท่านควรศึกษาระบบเกียร์ทั้งสองแบบให้เข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกตอนใช้งานให้ดีก่อน เพื่อเลือกระบบที่ท่านถนัดและต้องการนำไปใช้งานมากที่สุด และสำหรับข้อดีของเกียร์ออโต้ที่เราได้นำมาให้ได้ทราบกันในวันนี้คงจะมีประโยชน์กับหลายๆ ท่านนะครับ

ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลาย ปรับไม่เกิน 200 บาท

ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลาย ปรับไม่เกิน 200 บาท
ปัญหาการจราจรติดขัดนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยหลักๆ ก็อยู่ที่ปริมาณของรถยนต์ในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้นจนทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่มาก็เกิดจากการที่ผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามกฏจราจรทำให้การเคลื่อนของรถเป็นไปอย่างล่าช้ากว่าที่ควร รวมถึงเมื่อมีการฝ่าฝืนกฎจราจรก็ยิ่งเพิ่มโอกาศให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือการจราจรติดขัดหรือเป็นอัมพาตไปเลยก็มี และอีกหนึ่งสาเหตุที่หลายท่านอาจจะมองข้ามไปนั้นก็คือพฤติกรรมการข้ามถนนของคนเดินเท้า ยิ่งเป็นช่วงเวลารีบเร่งด้วยแล้วล่ะก็ยิ่งทำให้ผู้คนเกิดความมักง่ายและเลือกที่จะเดินผ่านตรงไหนก็ตามที่คิดว่าสะดวกที่สุด ทำให้รถเคลื่อนที่ไปได้ช้าเพราะต้องมาคอยระวังคนข้ามถนน จนบางทีทำให้เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นด้วยก็มี

แต่ว่าต่อไปนี้ท่านใดที่ไม่ข้ามถนนบนทางม้าลายจะต้องคิดหน้าคิดหลังให้มากกว่าเมื่อก่อน เพราะว่าเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2557 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดใช้กฎหมายกวดขันเกี่ยวกับการข้ามทางม้าลายให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุและลดการติดขัดของการจราจร โดย พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รอง ผบช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.จร., สน.ทองหล่อ ลงพื้นที่เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาการติดขัดของจราจรที่มีมากขึ้น บริเวณถนนอโศก ทั้งนี้พร้อมทั้งบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีทั้งหาวิทยาลัย สำนักงาน และบริษัทต่างๆ และเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถสร้างสะพานลอยได้ แต่มีทางม้าลายอยู่ 5 จุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครอบคลุมเกือบตลอดเส้นทาง

จุดเด่นก็อยู่ตรงที่โทษของผู้ฝ่าฝืนไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลายนั้นจะมีความผิดตามที่ได้ระบุไว้ใน พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 104 ซึ่ง “ห้ามไม่ให้คนเดินเท้าข้ามทางนอกทางข้าม” ผู้ใดฝ่าฝืนจะได้รับโทษปรับไม่เกิน 200 บาท ทั้งนี้ถ้าหากว่าผู้ขับขี่รถคันใดไม่ชลอหรือลดความเร็วอย่างเหมาะสมเมื่อพบคนเดินข้ามทางม้าลายหรือเมื่อใกล้จะถึงทางม้าลาย ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาทด้วยเช่นกัน จากผลการดำเนินการช่วยให้การจราจรเป็นไปอย่างสะดวกและลดการติดขัดได้เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตรเลยทีเดียว

หากทำตามกฏก็จะช่วยลดและแก้ปัญหานี้ได้ ทั้งนี้ผู้ข้ามถนนและผู้ขับขี่ก็ต้องให้ความร่วมมือกับทางการให้มากที่สุดด้วย เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมและเพื่อความปลอดภัยของท่านด้วยนั่นเอง

รวมข้อดีและข้อเสียของเกียร์ธรรมดา กับ เกียร์ออโต้

รวมข้อดีและข้อเสียของเกียร์ธรรมดา กับ เกียร์ออโต้
แต่ละคนก็มีความคิด ความชอบที่แตกต่างกันออกไป ก็เช่นเดียวกันกับการซื้อรถยนต์ ผู้คนก็ต้องเลือกซื้อรถยนต์ให้ตรงกับความต้องการของตัวเองเป็นหลัก และมีความเหมาะสมกับการใช้งานตามกิจวัตรประจำวันของตน

แต่สำหรับมือใหม่แล้วมักจะตั้งคำถามขึ้นมาเพื่อต้องการที่จะทราบเกี่ยวกับความแตกต่างของรถยนต์แบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ว่าอันไหนดีกว่ากัน แน่นอนว่าคำตอบของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันเพราะความชอบและความคิดที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง บ้างก็บอกว่าเกียร์ออโต้ดีกว่า บ้างก็บอกว่าเกียร์ธรรมดาดีกว่า นี่แหล่ะครับที่เค้าเรียกกันว่า “ความชอบส่วนบุคคล” แต่ก็ไม่เป็นไรครับวันนี้เราก็นำความรู้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากทุกท่านที่กำลังสงสัยว่าเกียร์ธรรมดากับเกียร์ออโต้อันไหนดีกว่ากัน ซึ่งเราก็จะนำรายละเอียดมาให้ได้ทราบกันแบบคร่าวๆ เผื่อเป็นแนวคิดหรือเพื่อคลายความสงสัยให้หลายๆ ท่านได้

ข้อดีของเกียร์ธรรมดา

เกียร์ธรรมดา
ภาพประกอบ เกียร์ธรรมดาจาก โตโยต้า วีโก้

1. ระบบเกียร์ธรรมดาจะมีสมรรถนะทางการขับเคลื่อนที่แรง สั่งได้ดั่งใจคนขับ อายุการใช้งานจะยาวนานกว่าเกียร์ออโต้ เพราะเมื่อมีส่วนใดที่ชำรุดจะเปลี่ยนใหม่ได้ทันทีและมีราคาที่ถูกกว่า และรถยนต์เกียร์ธรรมดานั้นจะทำให้เรารู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ขับรถ เพราะผู้ขับจะต้องเข้าเกียร์เปลี่ยนเกียร์ เหยียบคลัช เหยียบเบรกอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ไม่รู้สึกง่วงนอนในขณะที่ขับรถ หรือไม่หลับใน เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี

2. ที่สำคัญยังช่วยประหยัดน้ำมันได้ดีกว่า เพราะอัตราการทดเกียร์ โครงสร้างภายในของระบบเกียร์ที่ไม่มีระบบอะไรมากมายและซับซ้อน จึงทำให้ลดการเกิดเสียดสี และรวมถึงการเชนเกียร์ให้ต่ำลงที่ทำได้ด้วยตนเอง และสามารถที่จะเลือกเข้าเกียร์ได้ทุกครั้งที่ต้องการ

ข้อเสียของเกียร์ธรรมดา

1. รถยนต์เกียร์ธรรมดาจะไม่มีความเหมาะสมกับผู้ที่ต้องใช้งานในเมืองที่การจราจรติดขัด ไฟแดงเยอะๆ เพราะจะทำให้รู้สึกเมื่อยขาเพราะต้องเหยียบเบรก เหยียบคลัชอยู่ตลอดเวลา และการขับรถเกียร์ธรรมดานั้น สำหรับมือใหม่หัดขับจะบอกว่าฝึกขับยาก เพราะต้องใช้ทั้งประสาทสัมผัส และต้องใช้ความเคยชิน ประมาณว่าต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะขับจนเก่งได้ และยิ่งเกี่ยวกับการออกตัวด้วย ถ้าปล่อยคลัชยังไม่ถูกจังหวะก็จะทำให้รถดับได้

2. ไม่มีความเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้มืออีกข้างในการถือหรือกดโทรศัพท์ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายก็ได้ห้ามไม่ให้คุยโทศัพท์ในระหว่างการขับขี่อยู่แล้ว และส่วนมากผู้ที่ออกรถยนต์เกียร์ธรรมดามักจะไม่ค่อยได้รุ่นท๊อปสักเท่าไหร่ เพราะรถเกียร์ธรรมดาจะถูกจัดให้อยู่ในรถที่ต่ำสุดของแต่ละรุ่น ซึ่งจะมีราคาที่ถูกลงจึงทำให้อ๊อฟชั่นในบางส่วนก็ถูกตัดออกไปเช่นกัน

ปัญหาของเกียร์ออโต้ มีอะไรบ้าง

ปัญหาของเกียร์ออโต้ มีอะไรบ้าง
วันนี้เราก็ยังนำความรู้ด้านระบบเกียร์มาให้แฟนๆ รถยนต์ได้ทราบกันต่อนะครับ สำหรับใครที่ชื่นชอบรถยนต์เกียร์ออโต้และกำลังต้องการที่จะทราบเกี่ยวกับปัญหาของเกียร์ออโต้

ก่อนอื่นเลยก็ต้องบอกว่าระบบเกียร์ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโต้ต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน แต่สำหรับข้อเสียของเกียร์ออโต้หลายๆ ท่านก็ต้องการที่จะทราบว่ามันมีอะไรบ้าง เพราะบางท่านก็ต้องการที่จะศึกษาเกี่ยวกับปัญหาไว้ก่อน เพื่อที่จะเตรียมพร้อมกับการแก้ไขในวันข้างหน้า หรือบางท่านก็กำลังศึกษาหาข้อมูลเพื่อเป็นการตัดสินใจและคิดให้รอบคอบก่อนที่จะซื้อรถยนต์เกียร์ออโต้ แต่อย่างไรก็ตามครับ ถึงระบบเกียร์เกียร์ออโต้จะมีข้อเสียหรือมีปัญหาก็ตาม นั่นก็เป็นความชอบส่วนบุคคล เพราะผู้คนส่วนมากก็ยังคงชื่นชอบรถยนต์เกียร์ออโต้เหมือนเดิม เพราะความสะดวกสบายในการขับขี่และการใช้งานนั่นเอง เอาล่ะครับ วันนี้เราก็ได้นำเกี่ยวกับปัญหาของเกียร์ออโต้มาให้ได้ทราบกันแล้ว ไปดูปัญหาเหล่านั้นกันเลยครับ

ปัญหาหรือข้อเสียที่มักจะพบในเกียร์ออโต้

1. การขับขี่มีความสะดวกสบายและง่ายมากเกินไปจึงสามารถทำให้ผู้ขับขี่เกิดอาการง่วงนอนหรือหลับในได้ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายหรือบางครั้งในขณะที่กำลังติดไฟแดงก็เผลอลืมเปลี่ยนเกียร์ให้มาอยู่ในตำแหน่ง N หรือเกียร์ว่างแล้วหากเผลอปล่อยเบรกก็จะทำให้รถพุ่งไปชนรถคันหน้าได้ หรือแม้กระทั่งการสตาร์ทเครื่องยนต์ทิ้งไว้ หากมีเด็กยู่รถอาจจะไปเปลี่ยนเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่ง D หรือ Drive ก็อาจจะทำให้รถวิ่งแล้วเกิดอุบัติเหตุได้เช่นเดียวกัน

2. ความทนทานต่อการใช้งานจะมีน้อย ถ้าหากมีการใช้งานหนักมากเกินไป การออกตัวกระชากแรงอยู่บ่อยๆ หรือรวมถึงการโมดิฟายเครื่องยนต์ให้มีความแรงกว่าเดิม ก็จะทำให้ระบบเกียร์ออโต้พังได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. สมรรถนะในการขับเคลื่อนอาจจะด้อยกว่าระบบเกียร์ธรรมดา ยิ่งถ้าเป็นรถยนต์เกียร์ออโต้รุ่นเก่าๆ ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาในรอบอัตราการเร่งที่สูงขึ้น การเร่งแซงหรืการขึ้นเนินระบบเกียร์ออโต้จะปรับให้เองจึงทำให้ไม่ถูกใจหรืไม่ได้ดั่งใจคนขับนั่นเอง

4. กินผ้าเบรกมากกว่าระบบเกียร์ธรรมดา เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่ใช้งานเกียร์ออโต้มักจะชอบเข้าเกียร์ D ค้างไว้ และจะแตะเบรกเบาๆ ให้รถค่อยไหลไปช้าๆ ระบบการส่งกำลังก็จะทำงานอยู่ตลอดเวลา การทำงานของผ้าเบรกจึงทำงานมากกว่าปกติ

5. กินน้ำมันมากกว่าเกียร์ธรรมดา เพราะมีระบบต่างๆ ในการทำงานมากมาย เกิดการเสียดสีเยอะ น้ำหนักของเกียร์ก็มากกว่า

6. มีราคาที่แพงกว่าในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ราคาครั้งแรกที่ซื้อรถยนต์ ค่าบำรุงดูแลรักษา ถ้าหากเกิดการชำรุดในส่วนใดส่วนหนึ่งก็จะเปลี่ยนทั้งลูก ซึ่งจะมีราคาที่สูง แต่ถ้าหากนำออกมาซ่อมในบางส่วน ช่างจะต้องมีความชำนาญจริงๆ และการซ่อมในบางส่วนนั้นมักจะซ่อมไม่จบง่ายๆ เพราะอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาเกียร์กระตุก เกียร์กระชาก เกียร์เปลี่ยนไม่ครบ เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นรถยนต์ปัจจุบั้นได้มีการพัฒนาระบบต่างๆ ของเกียร์แบบออโต้ให้มีความทันสมัยและลดปัญหาต่างๆ ลงไปเยอะมากแล้ว ใครอยากได้รถใหม่ที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบนี้มาขับก็อย่าคิดมากเลยเพราะว่าคนอื่นเค้าก็ใช้กันทั่วไปก็ไม่ค่อยเจอปัญหา ส่วนมากจะอยู่ที่ความชอบมากกว่าครับ

ใช้ไฟตัดหมอกเกินเหตุ อาจโดนปรับ 500 บาท

ใช้ไฟตัดหมอกเกินเหตุ อาจโดนปรับ 500 บาท
กฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนเดี๋ยวนี้ค่อนข้างเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ผู้ใช้รถใช้ถนนมีความประมาทหรือรู้เท่าไม่ถึงการ เราๆ ท่านๆ ก็ควรที่จะทราบเกี่ยวกับการขับขี่บนท้องถนนอย่างละเอียดมากขึ้น ต้องทราบถึงการขับขี่อย่างไรให้มีความปลอดภัยสูงสุดทั้งผู้ขับขี่และความปลอดภัยต่อผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน

นนี้เราได้นำข่าวการแจ้งเตือนจำจากศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร กองบังคับการตำรวจจราจรมาให้ได้ทราบกันครับ เป็นข่าวแจ้งเตือนเกี่ยวกับกรณีการใช้ไฟตัดหมอกว่าสำหรับผู้ขับขี่ทุกท่านจะเปิดไฟตัดหมอกได้ก็ต่อเมื่อมีหมอกหนาเท่านั้น หรือเปิดไฟตัดหมอกได้ในกรณีที่วิสัยทัศน์ไม่ดี แต่ถ้าเปิดไฟตัดหมอกพร่ำเพรื่อซึ่งไม่ได้มีสภาพอากาศตรงตามที่ได้กล่าวมานั้นก็จะมีความผิดตามกฎหมายและจะถูกปรับไม่เกิน 500 บาท

และทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเริ่มทำการจับกุมผู้ที่กระทำความผิดในกรณีเปิดไฟตัดหมอกพร่ำเพรื่ออย่างจริงจังและเด็ดขาดตามความผิดตามกฎหมายของประกาศกรมการขนส่งทางบก ปี 2555 ที่จะต้องระวางโทษไม่เกิน 2,000 บาท และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะเริ่มจับกุมอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเวลากลางคืน และสำหรับทุกท่านที่ได้ทราบเกี่ยวกับการขับขี่ที่เปิดไฟตัดหมอกแบบพร่ำเพรื่อแล้วก็ควรที่จะปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อลดอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยและยังไม่ถูกปรับอีกด้วยนะครับ