แม่ไม่รู้ว่าตั้งครรภ์ จนกระทั่งหัวลูกโผล่ออกมาขณะเดิน

แม่ไม่รู้ว่าตั้งครรภ์ จนกระทั่งหัวลูกโผล่ออกมาขณะเดิน
เกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ สำหรับคุณแม่คนนี้ที่ไม่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยเธอบอกว่า เธอไม่มีอาการแพ้ท้อง ไม่มีอาการปวดหลัง ไม่รู้สึกว่าลูกดิ้น กว่าจะรู้ตัวว่าท้องก็เป็นตอนที่คลอดออกมาแล้ว เพราะไม่มีอาการแสดงอะไรเลย หน้าท้องก็ออกไม่มากจึงไม่มีคนรู้เลยว่าเธอตั้งครรภ์

โดยคุณแม่คนนี้ชื่อ Klara วัย 22 ปี เธอไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองตั้งครรภ์เลย แม้กระทั่งตอนเจ็บท้องใกล้คลอด เธอก็ไปทำงาน เธอปวดท้องแต่ก็คิดว่าเป็นการปวดท้องธรรมดา เธอยังเข้าห้องประชุมทำงานอย่างปกติ จนกระทั่งกลับบ้าน เธอเริ่มรู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรงเหมือนปวดเข้าห้องน้ำ และตอนที่เธออยู่ในห้องน้ำสักพัก เธอได้ยินเสียงมีคนมาเคาะประตูจากหน้าบ้าน เธอจึงเดินออกไปดูและก็ต้องตกใจ เมื่อขณะที่กำลังเดิน จู่ๆก็มีเลือดไหลออกมาอย่างมากตามหว่างขาของเธอ และหัวเด็กก็โผล่ออกมา

เพื่อนบ้านที่เป็นผู้มาเคาะประตูเห็นเข้าพอดี จึงรีบเรียกรถพยาบาล และในไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ได้อุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขนอย่างปลอดภัย

เธอบอกว่า เธอไม่เคยมีอาการอะไรบอกว่าตั้งครรภ์เลย นั่นเป็นเพราะเธอเพิ่งเลิกกับแฟนหนุ่มไปด้วย ประมาณ 5 เดือนกว่า และหลังจากนั้นเธอก็ไม่มีเพศสัมพันธ์กับใครเลย และหลังเลิกกับแฟน น้ำหนักของเธอก็ลดลงด้วย และหลังจากนั้น พอน้ำหนักและลำตัวเธอใหญ่ขึ้นเธอก็ไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลย

จากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอกลายเป็น 1 ใน 450 คนของผู้หญิง ในประเทศอังกฤษที่ไม่รู้ตัวเองเลยว่าตั้งครรภ์ จนกระทั่งคลอดลูก ซึ่งโดยปกติแล้วผู้หญิงส่วนมากจะรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์หลัง 20 สัปดาห์ไปแล้วจากอาการลูกดิ้น แต่ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อย ที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองตั้งครรภ์จนคลอดลูกเหมือนกับเธอ

เป๊ะเว่อร์! แม่อวดซิกแพค หลังคลอดลูกแฝดได้ 8 เดือน

เป๊ะเว่อร์! แม่อวดซิกแพค หลังคลอดลูกแฝดได้ 8 เดือน
Anna Strode วัย 31 ปี คุณแม่ลูกแฝด จากเมลเบิร์น เธอใช้เวลาออกกำลังกายทุกวัน วันละ 20 นาที เธอออกกำลังกายพร้อมดูแลลูก ๆ ไปด้วย บางทีแฟนของเธอที่เป็นพนักงานฝ่ายขายก็มาออกกำลังกายเป็นเพื่อนด้วย เธอรู้สึกมีความสุขมากเพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่ดียังได้หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มกลับมาอีกด้วย

คุณแม่ลูกแฝดคนนี้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทแห่งหนึ่ง เธอมักชักชวนแฟนของเธอมาออกกำลังกายด้วยกันในตอนเช้า ใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเธอก็ต้องทำงานบ้านหลาย ๆ อย่างเหมือนคุณแม่ทั่วไป

เธอออกกำลังกายไปด้วย ก็เอาลูกมาเป็นอุปกรณ์การออกกำลังกายไปด้วย พอเธอยกลูกขึ้นไปมาเด็ก ๆ ก็หัวเราะ หรือพอเธอกระโดดเด็ก ๆ ก็หัวเราะอีก เธอบอกว่าพอได้ยินเสียงหัวเราะของลูกก็เหมือนเป็นแรงบันดาลใจให้เธออยากออกกำลังกายมากขึ้น และโชคดีที่หลังคลอด เธอไม่มีอาการซึมเศร้า หรือเหน็ดเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกมากนัก ทำให้เธอทำสิ่งที่อยากทำได้อย่างมีความสุข

คุณแม่ท้องแก่คลอดลูกบนรถ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือปลอดภัย

คุณแม่ท้องแก่คลอดลูกบนรถ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือปลอดภัย
ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพประจำจังหวัดชลบุรี เกิดเหตุมีหญิงใกล้คลอด ร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดอยู่บนรถส่งของ บริเวณ หน้าบิ๊กซี ตลาดวรกิจ ถนนเก้ากิโล ม.3 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทราบชื่อคือ น.ส.เรณู หลานสัน อายุ 38 ปี และพบว่าหัวเด็กโผล่ออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยให้การช่วยเหลือเด็กที่คลอดมาเบื้องต้นก่อนที่ทีมแพทย์โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา จะมาถึงแล้วทำการช่วยเหลือต่อ โดยการทำคลอดเด็กทารกบนรถพยาบาลกู้ภัยทันที

สอบถามนายอุบล ดวงแก้ว 40 ปี สามี เล่าว่า ตนและน.ส.เรณู เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อที่จะมาลงของที่บิ๊กซี สาขาตลาด วรกิจ ถนนเก้ากิโล ซึ่งในระหว่างทางที่ขับรถบรรทุก 6 ล้อ มานั้นก็ไม่มีท่าทีว่าภรรยาจะมี อาการเจ็บท้องคลอด แต่อย่างใด พอมาถึงจึงจอดรถแล้วลงไปเอาของหลังรถลงไปส่งอยู่นั้น จู่ๆภรรยาก็ได้ร้องตะโกนขึ้นมาว่า ลูกใกล้จะคลอดแล้ว ตนจึงรีบวิ่งมาดูและรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ

โดยเมื่อทางแพทย์ทำคลอดออกมาแล้ว พบว่าเด็กทารกนั้นเป็นเพศหญิง น้ำหนักประมาณ 2,000 กว่ากรัม ก่อนจะดูดเสมหะในจมูกและปากออก บล็อกสายสะดือแม่และเด็ก ก่อนตัดแยกออกจากกัน แล้วห่อหุ้มตัวเด็กด้วยผ้าสะอาดที่เตรียมมา ซึ่งทั้งแม่และเด็กทารกที่คลอดออกมาปลอดภัยทั้งคู่ ซึ่งเด็กมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ก่อนจะทำการเคลื่อนย้ายแม่และเด็กส่งไปที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อให้แม่และเด็กพักฟื้นและอยู่ในการดูแลของแพทย์ต่อไป

ช่วงอายุที่คุณแม่ควรมีลูกที่สุดคือช่วงใดนะเรามีผลวิจัยล่าสุดมาบอกค่ะ

ช่วงอายุที่คุณแม่ควรมีลูกที่สุดคือช่วงใดนะเรามีผลวิจัยล่าสุดมาบอกค่ะ
โดยงานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ลงใน Biodemography and Social Biology ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ช่วงอายุของคุณแม่จะมีผลต่อปัจจัยต่าง ๆ ของลูกที่จะเกิดมา

นักวิทยาศาสตร์ได้ระบุชัดเจนว่า คุณแม่ที่มีลูกช่วงที่อายุประมาณ 30 เด็กที่เกิดมาจะฉลาดและมีสุขภาพแข็งแรงมากกว่าช่วงอื่น ๆ เป็นการวิจัยที่พบว่า อายุของแม่ตั้งครรภ์มีส่วนช่วยพัฒนาระบบต่าง ๆ ของลูกตั้งแต่ตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งคลอด เด็ก ๆ ที่เกิดจากคุณแม่ที่มีอายุช่วง 30 ปี จะมีทักษะในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ ดีกว่าเด็กที่เกิดในช่วงอายุอื่น ๆ ส่วนเด็กที่เกิดจากแม่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคอ้วน หรือมีรูปร่างอ้วนซึ่งอาจส่งผลไปถึงตอนโตได้เลยค่ะ

ซึ่งทาง Dr Alice Goisis ได้ชี้แจงเหตุผลที่ว่า ทำไมถึงควรมีลูกในช่วงอายุ 30 ว่า เป็นเพราะคุณแม่ที่มีอายุช่วง 30 นั้น มีปัจจัยทางด้านร่างกายที่ดี อีกทั้งยังมีความพร้อมด้านการศึกษา มีการงานที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง และส่วนใหญ่มักมีการวางแผนการเลี้ยงลูกไว้แล้ว ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะเมื่อทารกคลอดออกมาจะได้รับการเลี้ยงดูที่พอดี เรียกว่ามีความพร้อมในการมีลูกนั่นเอง

เด็กที่โตขึ้นในความพร้อมหลายๆอย่างจึงเป็นเด็กที่ฉลาด มีจิตใจที่แจ่มใส คุณแม่ที่มีอายุในช่วงนี้จึงเหมาะสมจะมีลูกที่สุดค่ะ

สำหรับผลการวิจัยนี้มาจากการศึกษาข้อมูลของทางโครงการ Millennium Cohort Study ซึ่งศึกษาพัฒนาการของเด็ก ๆ ในอังกฤษ จำนวนกว่า 18,000 คนเลยทีเดียวค่ะ

อัพเดต คุณแม่ Duncan อวดหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มหลังคลอด 5 วัน

อัพเดต! คุณแม่ Duncan อวดหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มหลังคลอด 5 วัน
อัพเดตสภาพร่างกายของคุณแม่ดันแคน(Duncan) นางแบบและเป็นผู้เชี่ยวชาญการออกกำลังกายคนนี้กันค่ะ ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นข่าวดังในโลกออกไลน์ เนื่องจาก เธอออกกำลังกายตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน และทารกในครรภ์ก็คลอดออกมาแข็งแรงเจริญเติบโตได้ตามพัฒนาการทุกอย่าง จนพยาบาลยังตกตะลึง

โดยล่าสุดเธอออกมาอัพเดตภาพของเธอหลังคลอด ลงบนอินสตาแกรม มาดูความเปลี่ยนแปลงหลังคลอดของเธอกันว่า ร่างกายเธอจะเป็นอย่างไรบ้าง?

Chontel Duncan หลังคลอด
เธอถ่ายภาพรูปร่างของเธอและแชร์บนอินสตาแกรมหลังจากที่เธอคลอดลูกได้ 5 วัน เห็นแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ ว่าหลังคลอดเพียง 5 วัน ร่างกายของเธอก็เฟิร์มกระชับเหมือนเดิม เพียงแค่ 5 วันเท่านั้นดูไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้ไม่เกิน สัปดาห์เธอเพิ่งจะคลอดลูกชายออกมา การตั้งครรภ์ไม่มีผลกระทบอะไรกับร่างกายของคุณแม่ท่านนี้จริงๆค่ะ

คุณแม่ดันแคน(duncan) กล่าวว่า ร่างกายของเธอ ออกกำลังกายมานาน และออกกำลังกายมาอย่างสม่ำเสมอร่างกายของเธอจึงกลับเป็นปกติเร็ว แต่สำหรับคุณแม่ที่จะทำแบบเธอ ต้องการออกกำลังกายแบบจริงจังอย่างเธอ ต้องดูการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองด้วย ว่าทำได้หรือไม่ จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์และตัวคุณแม่หรือไม่ เพราะร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกันนั่นเอง

คลอดง่ายจังเลยลูก! แม่นอนหลับอยู่ดีๆลูกไหลออกมาเอง ตกใจตื่น

คลอดง่ายจังเลยลูก! แม่นอนหลับอยู่ดีๆลูกไหลออกมาเอง ตกใจตื่น
ประสบการณ์คลอดลูก ของคุณแม่แต่ละคนนั้นส่วนใหญ่จะแตกต่างกันค่ะ บางคนกว่าจะคลอดลูกออกมาได้ ต้องรอแล้วรออีก กว่าลูกจะคลอดออกมาได้ บางคนรอจนไม่สามารถคลอดเองได้ ต้องใช้เครื่องมือช่วย หรือสุดท้ายก็ต้องผ่าคลอดออกมา

แตกต่างจากเหตุการณ์นี้เลยค่ะ เมื่อคุณแม่ท้องแก่วัย 34 ปีที่บางปะกง นอนหลับอยู่ลำพังในห้อง แล้วรู้สึกปวดหลัง พอตื่นขึ้นมาพบว่าทารกคลอดออกมาแล้ว เป็นเด็กผู้ชาย เธอจึงรีบตัดสายสะดือ และโชคดีที่สามีกลับมาพอดีเลยแจ้งกู้ภัยนำส่งรพ. ปลอดภัยทั้งแม่และลูกค่ะ

โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.01 น. วันที่ 2 เม.ย. 59 หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุ มีคนคลอดลูก ภายในห้องเช่าเลขที่ 72/15 หมู่ 19 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีชาวบ้านช่วยอุ้มเด็กผู้ชายออกมา ส่วนแม่เด็กยังอยู่ภายในห้อง โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีก็แต่งตัวเดินออกมาในสภาพอิดโรย

จากนั้นจึงนำส่งโรงพยาบาลบางปะกงทั้งแม่และลูก โดยเด็กนั้นคลอดออกมาปกติ แข็งแรงดี ส่วนตัวของคุณแม่ ทางแพทย์ได้ดูแลเป็นอย่างดี

ด้านสามีของคุณแม่ท่านนี้ บอกว่าเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมาได้ไม่นาน พอเปิดห้องไปก็พบว่าภรรยาคลอดลูกออกมาแล้ว ซึ่งภรรยาบอกว่าขณะที่นอนหลับอยู่ภายในห้อง รู้สึกปวดหลัง จึงค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและจะลุกนั่ง แต่พบว่าลูกนั้นได้ไหลออกมาเอง ทำให้ตกใจ และใช้กรรไกรตัดสายสะดือ ทำความสะอาดร่างกายลูกและร่างกายตัวเอง ก่อนที่นายสมพรจะกลับบ้านพอดี จึงให้โทรตามกู้ภัยให้มารับตัว โดยท้องนี้เป็นท้องแรก โชคดีที่เด็กออกมาปลอดภัย

ท่านอนที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์ แก้ปัญหานอนไม่หลับ

ท่านอนที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์ แก้ปัญหานอนไม่หลับ
เมื่อคุณตั้งครรภ์ จะมีเรื่องที่น่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นกับคุณมากมาย เช่น ผิวพรรณของคุณแม่บางคนจะดีขึ้น สดใส ผุดผ่อง แถมประจำเดือนเจ้ากรรมก็จะไม่มากวนใจอีก 9 เดือน ไหนจะคนรอบ ๆ กายที่พร้อมจะเข้ามาดูแลคุณเป็นอย่างดีเพราะคุณกำลังตั้งครรภ์อยู่

แต่ถึงอย่างนั้นการตั้งครรภ์ก็ยังมีสิ่งที่กวนใจคุณแม่บางคนอยู่หลายอย่าง เช่น อาการปวดหลัง การนอนไม่หลับ อาการแพ้ท้อง เป็นต้น และสิ่งที่คุณแม่ท้องต้องเจอทุกคนคือ อาการนอนไม่หลับ ซึ่งอาการนอนไม่หลับของคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ปวดปัสสาวะบ่อย ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ นอนไม่หลับเนื่องจากฮอร์โมน หรือนอนไม่หลับเพราะลูกดิ้นแรง หรือตื่นตอนกลางดึก

ปัญหาการนอนไม่หลับของคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นสิ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะหากคุณแม่ตั้งครรภ์นอนหลับไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลต่อร่างกายของคุณเองและลูกน้อยในครรภ์

ท่านอนที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์ มีดังนี้ค่ะ

ท่านอนที่ดีที่สุดของคุณแม่ตั้งครรภ์ คือ การนอนตะแคงกอดหมอนข้างหันไปทางุด้านซ้าย งอหัวเข่าขึ้นมาเล็กน้อย เท้าขวายกสูงเสมอลำตัว ท่านี้จะทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์หายใจสะดวก ไม่มีอาการกดทับ และท่านี้หลังจะตรงลดอาการปวดหลังได้ ดังรูปภาพประกอบ

ท่านอนแม่ตั้งครรภ์

ท่านอนของคุณแม่ตั้งครรภ์อีกหนึ่งท่า ที่จะทำให้คุณแม่นอนสบายคือ การนอนตะแคงและปรับระดับเตียงให้สูงขึ้นมาเล็กน้อย หรือใช้หมอนรองตัวนอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน ท่านี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ท้องใหญ่ใกล้คลอด เพราะจะทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น และนอนหลับสบายขึ้น ตามภาพประกอบ

ระหว่างรอคลอด ควรหรือไม่ควรกินอาหารดีนะ

ระหว่างรอคลอด ควรหรือไม่ควรกินอาหารดีนะ
สำหรับคุณแม่ส่วนใหญ่การคลอดลูกเป็นเหมือนการเล่นกีฬาหนัก ๆ อย่างเช่นการวิ่งมาราธอน และในระหว่างรอคลอดคุณแม่จะสูญเสียพลังงานไปมาก จนต้องหาพลังงานอื่นมาทดแทน สิ่งที่คุณแม่จะทำได้คือ การกินอาหารระหว่างรอคลอด เพื่อให้มีแรงคลอดเมื่อถึงเวลา

ระหว่างรอคลอด ควรหรือไม่ควรกินอาหารดีนะ?

ในความเป็นจริงแล้ว การรับประทานอาหารในระหว่างรอคลอด อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่ทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงต่าง ๆ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าคลอดเองตามธรรมชาติไม่ได้อาจต้องทำการผ่าคลอด แต่ถ้าคุณแม่ที่ต้องรอการคลอดลูกแล้วไม่ได้รับอาหารระหว่างรอคลอดเลยก็เป็นเรื่องที่แย่ เพราะอาจมีผลกับการหดตัวของมดลูก เนื่องจากไม่มีแรงในระหว่างรอคลอดนั่นเอง

สำหรับคุณแม่ที่คุณหมอสั่งห้ามไม่ให้ทานอาหารระหว่างรอคลอด นั่นเป็นเพราะว่าคุณแม่อาจมีความเสี่ยงหลายอย่างในการรอคลอด ถ้ากินอาหารเข้าไปและระหว่างคลอดอาจเกิดการสำลักเอาอาหารหรือของเหลวเข้าปอดได้ แต่จากการวิจัยและข้อมูลจากสถิติแล้วภาวะนี้เกิดขึ้นน้อยมากค่ะ

สรุปแล้วในระหว่างรอคลอด สำหรับคุณแม่ที่ต้องการคลอดลูกเองสามารถกินอาหารและน้ำได้ตามปกติ และจะเริ่มงดอาหารและเครื่องดื่มเมื่อมดลูกเปิดมากแล้ว หรือ งดอาหารหรือเครื่องดื่มสำหรับคุณแม่ที่ต้องใช้การเร่งคลอด เพราะในช่วงใกล้คลอดคุณแม่ทุกคนมีภาวะเสี่ยง บางคนอาจต้องผ่าคลอดแบบฉุกเฉิน จึงต้องงดอาหารนั่นเองค่ะ

6 เหตุผลและสาเหตุที่พบบ่อย ว่าทำไมคุณถึงไม่ตั้งครรภ์สักที

6 เหตุผลและสาเหตุที่พบบ่อย ว่าทำไมคุณถึงไม่ตั้งครรภ์สักที
คุณใช้เวลาไปนานแค่ไหนเพื่อให้ตั้งครรภ์ ทั้ง ๆ ที่คุณเองก็พยายามแล้วแต่ก็ยังไม่ตั้งครรภ์สักที การตั้งครรภ์เป็นเรื่องของธรรมชาติก็จริง แต่เมื่อพยายามจะมีลูกมาหลายปี ก็ไม่สำเร็จ คุณก็ควรจะหันมาสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์หรือหาเหตุผลของการที่เรายังไม่ตั้งครรภ์ก่อน ว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง ดังนี้ค่ะ

6 เหตุผลและสาเหตุที่พบบ่อย ว่าทำไมคุณถึงไม่ตั้งครรภ์สักที

1. การมีเพศสัมพันธ์น้อยเกินไป

การมีเพศสัมพันธ์น้อยเกินไปก็เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้คุณไม่มีลูกสักที เพราะมีเพศสัมพันธ์น้อยโอกาสตั้งครรภ์ก็น้อยตาม แต่ถ้าคุณนับวันตกไข่ได้พอดี และมีเพศสัมพันธ์แค่ในวันนั้นเลยก็มีโอกาสมีลูกสูงขึ้น แต่การตกไข่ของคุณแม่แต่ละคนก็ไม่แน่นอนเสมอไปค่ะ

2. คุณกำลังเครียด

ความเครียดเป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวอ่อนไม่ให้มีการปฏิสนธิได้ มันเป็นการทำงานของร่างกายที่ซับซ้อน แต่เชื่อเถอะค่ะ ถ้าคุณเครียดมาก ๆ โอกาสในการตั้งครรภ์ของคุณก็จะน้อยลงไปด้วย
3. อาบน้ำทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์

เป็นเรื่องจริงของผู้หญิงหลาย ๆ คนที่มีเพศสัมพันธ์เสร็จก็จะรีบไปอาบน้ำและทำความสะอาดช่องคลอดทันที แต่สำหรับผู้ที่ต้องการจะมีลูก หลังมีเพศสัมพันธ์ควรนอนนิ่ง ๆ สัก 10-20 นาที เพื่อให้อสุจิได้วิ่งไปเจอกับไข่ก่อนค่ะ

4. แอลกอฮอล์และบุหรี่

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ สูบบุหรี่ มากเกินไป 2 สิ่งนี้เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้มีลูกยากค่ะ

5. การทำงานหนักมากเกินไป

การที่คุณทำงานหนักอาจทำให้ฮอร์โมนของคุณเปลี่ยนแปลง และประจำเดือนของคุณคลาดเคลื่อน ทำให้คำนวณวันตกไข่ได้ยาก จึงทำให้คุณมีบุตรยากได้ค่ะ

6.การออกกำลังกายหนักเกินไป

การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรงก็จริง แต่ถ้าออกกำลังกายหนักๆมากเกินไป ร่างกายก็จะทำงานหนัก ไม่เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการจะมีบุตรเท่าไหร่ ทางที่ดีควรออกกำลังกายเบา ๆ ไม่หนักจนเกินไปในช่วงที่ต้องการมีบุตรค่ะ

นอกจาก 6 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นจะทำให้มีบุตรยากแล้ว การใช้ชีวิตประจำวัน และสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวก็มีผลทำให้มีบุตรยากค่ะ ถ้าคุณปล่อยให้มีบุตรมาแล้วประมาณ 1 ปีแล้วยังไม่ติด คุณควรปรึกษาแพทย์ ให้แน่ใจว่าสาเหตุเกิดจากอะไรค่ะ

ฝึกนิสัยรักการอ่าน ให้ลูกกันเถอะ

ฝึกนิสัยรักการอ่าน ให้ลูกกันเถอะ
การฝึกลูกให้มีนิสัยรักการอ่านหนังสือ คุณพ่อคุณแม่บางท่านคงอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ยิ่งในสมัยนี้สิ่งล่อตาล่อใจต่างๆ ของลูกน้อยมีมากมายเหลือเกิน เช่น ทีวี เกมคอมพิวเตอร์ ไอแพด หรือการออกไปเล่นนอกบ้าน

การอ่านหนังสือ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยน่าสนใจซักเท่าไหร่สำหรับเด็ก สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นไม่ใช่เป็นเรื่องไม่ดีนะคะ ถือว่าเป็นเรื่องดีคนละแบบกันค่ะ แต่อย่างไรแล้วคุณพ่อคุณแม่ควรฝึกลูกน้อยให้รักการอ่านหนังสือ เพราะการนั่งอ่านหนังสือจะทำให้ลูกมีสมาธิสูง เพราะเมื่อลูกอ่านแล้วลูกจะต้องนำกลับมาหัดคิดด้วยค่ะ ว่าที่อ่านไปนั้นมีความหมายอย่างไร หนังสือที่อ่านอยู่ต้องการสื่ออะไร

วิธีการฝึกให้ลูกชอบอ่านหนังสือ มีหลายวิธีนะคะ จะยกตัวอย่างให้ดูดังนี้ค่ะ

1. อ่านหนังสือให้ลูกดูบ่อยๆ ลูกจะเลียนแบบและอยากทำกิจกรรมร่วมกันกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ

2. ลองสังเกตว่าลูกชอบอะไร ให้หาหนังสือแบบที่ลูกสนใจให้อ่าน

3. ให้ลูกอ่านหนังสือที่หลากหลาย เช่น นิทาน กีฬา ดนตรี หนังสือพิมพ์

4. ให้ลูกอ่านหนังสือให้ฟัง แล้วค่อยสอนวิธีคิดว่าหนังสือที่อ่าน ให้ความรู้เกี่ยวกับอะไร

5. พาลูกไปร้านหนังสือ ให้ลูกได้เลือกหนังสือที่ชอบด้วยตัวเอง

6. ใช้วิธีหลอกล่อ สร้างเงื่อนไขกับลูก เช่น ถ้าลูกอยากดูการ์ตูน 1 ชั่วโมง ก็ให้ดูแต่ต้องแลกมาด้วยการที่ลูกต้องนั่งอ่านหนังสือ 1 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน

7. ให้รางวัลอาจจะเป็นสิ่งของที่ลูกอยากได้ ให้ตั้งเงื่อนไขกับลูกว่าต้องอ่านหนังสือให้ได้กี่เล่ม

8. อย่าบังคับให้ลูกอ่านหนังสือ เพราะจะทำให้ลูกต่อต้านและกลายเป็นเรื่องที่เค้าไม่อยากทำอีกเลยค่ะ

9. หาพวกหนังสือที่เป็นนิทานมีภาพสีสวยๆ ให้ลูกได้ดูตั้งแต่ยังเด็กลูกจะชิน และชอบอ่านหนังสือเองค่ะ

ตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้นอาจจะยังไม่หมดในการฝึกให้ลูกเป็นนักอ่าน เพราะยังมีอีกหลายวิธีที่จะฝึกให้ลูกอยากอ่านหนังสือด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตลูกตัวเองด้วยค่ะว่าเค้าชอบอะไรไม่ชอบอะไร ลองหาวิธีที่เข้ากับลูกดูนะคะ แล้วถ้าได้ร่วมกันอ่านหนังสือด้วยกับทั้งครอบครัวจะเป็นกิจกรรมที่สนุกและมีความสุขมากค่ะ