พ่อวอนคนใจบุญ ร่วมสมทบทุนรักษาลูกชายป่วย โรคหายากเพิ่งพบในไทย

พ่อวอนคนใจบุญ ร่วมสมทบทุนรักษาลูกชายป่วย โรคหายากเพิ่งพบในไทย
พ่อมีความหวังอยากให้ลูกชายหายป่วย หลังพบเป็นโรคโรคซิสติก ไฟโบรซิส ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เพิ่งค้นพบในประเทศไทย ตั้งแต่แรกเกิดคุณพ่อร้องทุกข์หน่วยงานต่างๆ ขอระดมทุนให้ลูกชายวัย 13 ปี ล้มป่วยเป็นโรคซิสติก ไฟโบรซิส ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม ที่เพิ่งค้นพบในประเทศไทย ตั้งแต่อายุเพียง 4 เดือน โดยจะมีอาการไอแบบมีเสมหะต่อเนื่องไม่หยุด ไม่สามารถที่จะขับเสมหะออกมาเองได้ ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

คุณพ่อเปิดเผยว่า ตอนที่ลูกชายเกิดมาได้ 4 เดือนก็เริ่มอาการไอแบบมีเสมหะ ต่อมาอายุได้ 6 เดือนก็เริ่มไอรุนแรงขึ้น จนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคซิสติก ไฟโบรซิส แพทย์ต้องขยายหลอดลม ดูดเสมหะเพื่อการรักษาให้ กระทั่งลูกชายเริ่มโตขึ้นพอจะขับเสมหะได้เอง ไม่ต้องไปโรงพยาบาลแต่พออายุได้ 10 ปี ลูกเริ่มมีอาการไอหนักขึ้นอีก ส่งผลต่อการใช้ชีวิต แม้กระทั่งตอนนอนหลับก็ยังไอหนักมาก จนเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา ลูกชายเจ็บปวดทรมานแทบจะทนไม่ไหวแล้ว เพราะเหนื่อยและหายใจถี่ พอว่ามีเสมหะเกาะอยู่เต็มปอด ทำให้ออกซิเจนในการหายใจไม่เพียงพอจนกระทั่งวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ลูกชายก็เริ่มทรุดหนักลง พูดสื่อสารด้วยไม่ได้ เพราะมีอาการติดเชื้อราในกระแสเลือด แพทย์จำเป็นต้องให้ยานอนหลับ เพื่่อป้องกันไม่ให้ลูกไอและกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ล่าสุดผ่านมา 7 วันแล้ว แต่ลูกยังคงไม่รู้สึกตัว ก็ต้องรักษากันต่อไป ส่วนค่าใช้จ่ายก็สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน บางวันสูงถึงหลักหมื่นบาท

นอกจากนี้ คุณพ่อยังบอกว่า โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ แต่ต้องไปรักษาตัวกับแพทย์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงอยากวอนขอความช่วยเหลือเพื่อให้ลูกชายได้พ้นจากความทุกข์ทรมาน สำหรับผู้มีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลืออาการป่วยของน้อง สามารถสมทบทุนเข้าบัญชี นายพลพีร์ ขวัญดำ ธนาคารทหารไทย สาขาเดอะมอลล์ท่าพระ เลขที่บัญชี 164-2-11594-1 หรือเบอร์ติดต่อ 088-995-6949

เกรซ ยังกั๊ก ไม่ตอบเตรียมเป็นอิสระ รับสัญญาช่องหมดปีนี้

เกรซ ยังกั๊ก ไม่ตอบเตรียมเป็นอิสระ รับสัญญาช่องหมดปีนี้
เป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของวิกหมอชิตอีกคน สำหรับ “เกรซ กาญจน์เกล้า” แต่พักหลังๆ จะไม่ค่อยได้เห็นผลงานด้านการแสดงของเธอเท่าไหร่ งานนี้เลยทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า เธอหมดสัญญาช่องแล้วไม่ต่ออีกหรือเปล่า

ซึ่งสาวเกรซได้ออกมาเผยให้ฟังว่า ตอนนี้อยากรับงานละครเฉพาะบทที่ท้าทายและอยากเล่นเท่านั้น พร้อมยอมรับสัญญาหมดสิ้นปีนี้ ส่วนจะต่อหรือจะเป็นนักแสดงอิสระยังไม่ได้คิด ขอทำหน้าที่ตอนนี้ให้ดีก่อน

ตรุษจีนปีนี้ออกรับงานไม่หยุด?
“ก็ต้องมารับทรัพย์เพื่อไปแจกอั่งเปาให้กับเด็กๆ กับครองครัวก็อยู่ด้วยกันเมื่อเช้าไปแล้วค่ะถึงค่อยออกมาทำงาน”

ปีนี้ชงไหม?
“ไม่แน่ใจนะ อาจจะชงนิดๆ ปลายๆ แต่เราก็ทำบุญเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่อาจจะทำในลักษณะแบบสายจีนมากกว่าอันนี้พูดถึงในเรื่องการแก้ปีชงนะคะ ก็ทำไว้ดีกว่า ยังไงก็อุ่นใจอยู่แล้ว”

พี่ขุนพลชงเหมือนกันไหม?
“ไม่ทราบเหมือนกัน ต้องไปถามเขา”

ตรุษจีนเขาได้พาเราไปไหนไหม?
“ไม่มีๆ เที่ยวฉลองตรุษจีนไม่ใช่ อีกอย่างมันไม่ได้เป็นช่วงที่จะไปเที่ยวอะไรขนาดนั้น เกรซต้องทำงานเยอะ และเป็นช่วงที่อยากจะอยู่กับครอบครัว และอยู่กับงาน”

แต่ก็เห็นเราได้ไปไร่เขามาเหมือนกัน?
“ใช่ๆ ไปไร่องุ่น ไร่ไวน์ ไปโรงแรมของเขา ที่มวกเหล็ก เขาใหญ่ ก็ดีค่ะ กำลังจะเปิดช่วงเดือนมีนาคมนี้ เขาเลยต้องทำงานเยอะ เกรซก็ทำงานเยอะ เลยทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน”

วาเลนไทน์ที่ใกล้จะถึงวางแพลนไปไหนกันหรือยัง?
“ยังไม่มีแพลนค่ะ อาจจะทำงานด้วยซ้ำ ไม่มีเซอร์ไพรส์ ไม่มีอะไรให้เขียนหัวข้อข่าวนะคะ (หัวเราะ)”

แต่ทางเขาก็เข้าใจใช่ไหม เพราะต้องทำงานหนักกันทั้งคู่?
“เราเข้าใจกันอยู่แล้วค่ะ ก็เรื่อยๆ สบายๆ”

ช่วงนี้เซ็กซี่ขึ้น?
“เหรอ ตรงนี้อ่ะ หมายถึงออกกำลังกายเหรอ จะเป็นแนวฟิตแอนด์เฟิร์มมากกว่า เพราะเรามีเวลาที่จะออกกำลังกาย มีเวลาที่จะดูแลตัวเอง เราสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ส่วนไหนลด หรืออยากเพิ่มส่วนไหนขึ้น คือเกรซโชคดีที่ไม่ต้องกังวลเรื่องไขมัน มันเลยทำให้มีเวลาโฟกัสไปที่เรื่องกล้ามเนื้อได้”

เห็นซิกแพ็คชัดมาก ใช้เวลานานไหม?
“เกรซว่าไขมันช่วงหน้าท้องเกรซน้อยกว่าปกติ ต้องใช้การฝึกฝนที่เล่นเป็นปกติ”

แบบนี้จะมีถ่ายเซ็กซี่อีกไหม?
“ยังไม่ได้คิดว่าจะถ่ายเซ็กซี่อะไรนะ ถ่ายลงไอจีแบบไม่ได้เงินดีกว่า สบายๆ แล้วแต่อารมณ์ อยากจะถ่ายก็ถ่าย บางทีอาจจะลุกขึ้นมาหวือหวาลงไอจีแบบที่ไม่มีหัวหนังสือเลยก็ได้ แล้วแต่อารมณ์”

เวลาจะลงรูปเซ็กซี่แต่ละครั้ง ต้องขอพี่ขุนพลก่อนไหม?
“ไม่ต้องขอค่ะ สบายๆ ตัวเรา ออนสตาแกรมเรา ไม่ได้ซีเรียสว่าต้องขอใครอยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้แซวอะไร เฉยๆ ก็กดไลค์กันไป”

มีหนังสือเล่มไหนมาติดต่อบ้างไหม?
“ก็มีเป็นปกติสำหรับเราที่ยังไม่เคยถ่าย ก็จะติดต่อมาตลอด ยอมให้ถ่ายเหอะ ถ่ายสักที แต่เรารู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลาค่ะ เรายังเอ็นจอยซ์กับการทำอะไรที่ยังแฮปปี้อยู่ อย่างที่บอกไงวันดีคืนดีอาจลุกพรึบขึ้นมาเองก็ได้ ไม่รู้ (ยิ้ม) ไม่ต้องเกรงใจใคร”

ถามถึงเรื่องละคร?
“อีกประมาณเดือนถึงสองเดือนจะเปิดกล้องแล้วค่ะ วางไว้แล้ว อาจจะมีพลิกคาเร็กเตอร์นิดหน่อย เกรซเลือกเรื่องที่มันน่าสนใจจริงๆ เพราะเราผ่านงานในวงการมาเยอะแล้ว อยากจะเล่นบทที่มันตื่นขึ้นมาตอนตีห้าแล้วไปสวมบทเป็นละครนั้นมากกว่า ไม่ได้เน้นปริมาณแล้วค่ะ บทมันท้าทายแน่ๆ ปีนี้ก็รับไว้เรื่องเดียวก่อนค่ะ จริงๆ ปีนึงรับเล่นสองเรื่องได้ แต่ต้องเป็นสองเรื่องที่เราอยากเล่นมากๆ เพราะการที่ต้องรับละครสองเรื่อง ไหนจะมีอีเว้นท์ ไหนจะมีรายการ มีงานถ่ายแบบ งานจะค่อนข้างหนัก”

พอไม่ค่อยได้เห็นหน้าเราเล่นละคร หลายคนเลยสงสัยว่าใกล้จะหมดสัญญาแล้วหรือเปล่า?
“มีคนถามเหมือนกันค่ะว่าทำไมไม่ค่อยเห็นหน้าค่าตา ทำไมไม่รับละคร ก็อย่างที่บอกค่ะ เราเลือกรับละครที่เน้นคุณภาพมากกว่า และทำให้เราเต็มที่กับเรื่องนั้นไปเลย ส่วนสัญญาก็หมดปีนี้แหละค่ะ ส่วนจะเป็นอิสระไหมยังไม่แน่ใจเลยค่ะ ตอนนี้แฮปปี้อย่างนี้อยู่ ยังมีอยู่ปีหนึ่งค่ะ เกรซก็ทำให้เต็มที่ค่ะ”

เจมส์ มาร์ เป็นปลื้ม ติดอันดับดาราหนุ่มตี๋ขวัญใจคนไทย

เจมส์ มาร์ เป็นปลื้ม ติดอันดับดาราหนุ่มตี๋ขวัญใจคนไทย
ติดหนึ่งในสิบดาราตี๋หมวยที่เป็นขวัญใจคนไทยดีใจครับ ที่ทุกคนโหวตให้ผมและให้ผมเป็นหนึ่งในสิบของดาราขวัญใจ ขอบคุณมากๆ เราเองก็ดีใจทุกคนเห็นว่าเราเป็นตัวอย่างที่ดี ก็จะทำให้งานให้ดีต่อไปและเก็บความรู้สึกความทรงจำครั้งนี้กำลังใจให้การทำงานปีหน้าๆ ต่อไปความตี๋ส่งให้เรามีเอกลักษณ์ยังไงบ้างอาจจะเป็นเพราะผมตี๋จริงๆ และตี๋ไม่เหมือนคนอื่น ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นคาแรกเตอร์และเป็นสไตล์ที่หลายๆ คนชอบหรือไม่เคยเห็น ก็ขอบคุณที่ชื่นชอบส่วนนึงน่าเป็นเรื่องนิสัยหรือตัวของผมมากกว่าที่เป็นคนชิวๆ สบายๆ แฮปปี้และจริงใจกับทุกคนตรุษจีนนี้ได้ไปหาคุณแม่ไหมแม่ผมมาไทยครับ ตรุษจีนที่บ้านก็ต้องไหว้เจ้า เดี๋ยวมีโอกาสก็ได้อยู่กับที่บ้านและมีโอกาสยังไงเราได้กลับไปฮ่องกงอยู่แล้วครับ ว่างก็ไป บางทีก็ปุ๊บปั๊บไปเลยเพราะเรามีบ้าน มีทุกอย่างอยู่ที่นั่นอยู่แล้วจริงๆ ไม่ต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยซ้ำไป

คุณแม่มาแบบนี้มีแพลนพาคุณแม่ไปเที่ยวไหนบ้าง
ถ้าว่างเราจะพาไปเที่ยวและไปกันเป็นครอบครัว ไปกันหลายๆคนสนุกดี และมีโอกาสได้พักผ่อนและอยู่ด้วยกันก็พอแล้ว”
คุณแม่มาเที่ยวเฉยๆ เหรอ
จริงๆ ส่วนใหญ่คุณแม่มาจะมาทำงานด้วยครับ และก็มาเที่ยวด้วย ส่วนใหญ่เขาจะอยู่ไม่นานประมาณอาทิตย์หนึ่งแป๊บเดียว”
ตอนนี้มีงานอะไรบ้างปีนี้มีละคร 2 เรื่องที่จะออนแอร์และมีหนังด้วย อาจจะเป็นจังหวะด้วยที่พอเราเริ่มเรียนปริญญาโท เราก็มีโอกาสได้ทำงานมากขึ้น เล่นละครมากขึ้น ก็เลยจัดเวลาและทำงานได้มากขึ้นงานก็ออกมามากขึ้นครับ”

ตอนนี้เจมส์ เรียนที่ไหน
ผมยังเรียนคณะเดิมครับ ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เอแบค คณะบริหารธุรกิจสาขาการท่องเที่ยว นี่ขึ้นปี 2 แล้ว ก็ดีนะเกรดก็ดี อาจารย์ก็แฮปปี้แต่ด้วยความที่ว่าเราอาจจะทำงานด้วย เรียนไปด้วย ก็เลยอาจจะเรียนช้ากว่าเพื่อนหน่อย แต่ปริญญาโทในรูปแบบผมนะมันไม่ต้องรีบเรียนให้จบ เก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ คอนเน็คชั่นให้มากที่สุด แล้วก็ทำงานไม่ให้เสียด้วยนี่คือสิ่งสำคัญไม่ทุ่มเทให้เรียนมากเหรอทุ่มเทให้ทั้งสองอย่างแต่แค่หน่วยกิจที่เราจะลง อาจจะลงน้อยกว่าเหมือนเพื่อนลงอาทิตย์ละ 3-4 ตัว เราอาจจะลงอาทิตย์ละ 1-2 ตัวเพราะเราต้องทำงานด้วย อย่างที่บอกปริญญาโทส่วนใหญ่คนที่เขาติดงานมากๆ เขาก็ไม่ได้รีบเรียนอะไร มันไม่เหมือนปริญญาตรี ถามว่าเรียนกี่ปี เขาก็ให้เรียนไปเรื่อยๆ นะ ของผมก็ยังบอกไม่ได้ แต่เราก็พยายามทำให้งานและเรียนดีที่สุดทั้งสองอย่าง

ทำไมสนใจด้านท่องเที่ยว?
“ผมชอบครับ ชอบเที่ยวและเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่และการท่องเที่ยวในประเทศเราเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าไม่นับการเกษตร การเรียนรู้มีข้อมูลไว้ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องดีครับ ยังไม่ได้จะเอาไปต่อยอดอะไรในอนาคตแค่เรียนรู้ไปเรื่อยๆ แนะนำคนนั้นคนนี้เพื่อนๆ มันเป็นความรู้รอบตัวที่เราเพิ่มให้ตัวเองได้และเป็นเรื่องดี อย่างเรียนการโรงแรมตอนปริญญาตรีก็ได้มาใช้ในละครสายธารหัวใจต้องบริหารโรงแรม เรียนเพื่อเล่นละครครับ(ยิ้ม)”

ไอจีคนยังรอให้เราเล่นอยู่?
“ยังไม่เปลี่ยนใจ ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรลงเช่นกันเหมือนเดิม แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเราแล้วกัน และอยากจะบอกว่าติดตามผมมีช่องทางเยอะแยะครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวหรือแฮชแท็กผมเองแฟนคลับก็จะลงอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ทุกคนก็จะรู้อยู่แล้วว่าผมทำอะไรอยู่ ถ่ายละคร เรียนประมาณนี้ก็ขอบคุณทุกคนมากถ้ามีอะไรเราจะบอกผ่านทางพี่อ่าผู้จัดการอยู่แล้ว คือผมไม่ได้โลกส่วนตัวอะไรแต่เดี๋ยวนี้นอกจากไอจีมันก็มีพวกไลน์ผมก็ไม่ได้ถึงว่าต้องเป็นการส่วนตัวอะไรแต่ผมเองยังเล่นไอจีไม่เก่ง ไม่รู้จะเล่นยังไงด้วย เล่นไปก็อย่างนั้นครับ ผมไม่กลัวดราม่าอะไร ไม่คิดมากขนาดนั้น ถ้าเกิดเล่นแล้วมีคนดู ส่งเสริมคนมีภาพดีๆ แคปชั่นดีๆ ก็คงทำแต่ว่าเรายังทำไม่เป็นจริงๆ ไลฟ์สดผมก็มีลองทำบ้างเฟซบุ๊คและถ้ามีโอกาสเดี๋ยวจะทำครับ”

ใบเตย มองแง่ดี!! ไลฟ์สดแต่มีคนด่าจะได้ตามบล็อคง่ายขึ้น

 

กลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ไปแล้ว สำหรับนักร้องสาว “ใบเตย อาร์สยาม” เพราะล่าสุดที่เจ้าตัวได้ไลฟ์สดผ่านทางไอจีแต่กลับถูกคอมเม้นท์เข้ามาต่อว่าจำนวนมากทำให้เกิดเป็นประเด็นดราม่าเล็กๆ ในไลฟ์นั้นซึ่งพอมีโอกาสได้เจอ ใบเตย เจ้าตัวก็เผยให้ฟังว่า มีคนแนวโรคจิตชอบบอกให้โชว์ และคอยตามด่าเธอแทบทุกวันในไอจี แต่ส่วนตัวก็มองเป็นเรื่องปกติ ถือว่าการไลฟ์มีข้อดีด้วยซ้ำที่สามารถทำให้เธอรีพอร์ตได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังขอบคุณที่บางคนหันมาชอบเธอเนื่องจากได้เห็นตัวตนอีกมุมจากการไลฟ์ไลฟ์สดในไอจีวันแรกก็งานเข้าเลย มีคนมาตามด่าค่ะ ใช่มีโรคจิต มีบางคนก็บอกให้โชว์ บางคนก็ด่ามา มีเยอะค่ะ”

ตกใจไหม เราลบเครื่องสำอางค์อยู่แต่มีคนมาว่าเราช่วงลบเครื่องสำอางค์ไม่ค่อยเห็นอะไร จะมีชาวต่างชาติ แต่วันแรกเลยก็จะมีมาด่า วันละหนึ่งข้อความ หนึ่งคน เราก็เลยรีพอร์ทไป แต่มันก็ต้องมีอยู่แล้วเนอะ คนในอินสตาแกรมมันมีเยอะกว่าที่อื่นๆแต่ตัวลูกๆ เราก็จัดเลย ด่ากลับไปเหมือนกันใช่ๆ ก็ดีค่ะ สนุกดีอย่างข้อความแรงๆ ที่จนต้องรีพอร์ทไป เป็นแบบไหนบอกว่า..อย่างเรื่องโชว์นมหน่อยให้เปิดนมหน่อยแบบนี้ เราซีเรียสตรงนั้นมากกว่า แต่ที่ด่าบางทีก็เห็นไม่ค่อยทัน แต่ที่เห็นทันจะเห็นเป็นคนดำหรือชาวต่างชาติมากกว่าพี่แมนเห็นแล้วว่าอะไรไหมนางไม่เห็นหรอกค่ะ นางก็ไลฟ์ไอจีของนางไป”

เราตกใจไหม เราไลฟ์ก็โดนประเดิมโดนด่าเลย
“ไม่หรอกค่ะ คิดว่าธรรมดาอยู่แล้ว เราก็เตรียมพร้อมรับกับตรงนี้อยู่แล้ว เพราะตอนที่ไม่มีไลฟ์ก็มีในคอมเม้นท์จากรูปต่างๆ อันนี้ก็ดีนะอย่างน้อยหนึ่งคนในหนึ่งวันที่โผล่มา เราก็รีพอร์ท เจอแฟนคลับด่าไปก็จบ แต่ส่วนใหญ่เราจะมองในแง่ดีดีกว่า เพราะว่ามันทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น มีคนเข้ามาฟอลโล่เพิ่มขึ้นเยอะมาก บางคนตัดสินใจเข้ามาดู เขาก็เห็นว่าใบเตยน่ารักดีก็กลายมาเป็นฟอลโล่เราหลังจากแค่ที่มาดูเรา เรามองในเรื่องดีๆ ดีกว่าค่ะก็ยังไลฟ์ทุกวันเหมือนเดิมค่ะไลฟ์ค่ะ เราก็มองในส่วนดี เอาจริงๆ ไม่ค่อยมองอะไรที่ไม่ดี เดี๋ยวนี้มีนี้พอร์ทมีการบล็อคออกไปได้ค่ะเวลาไลฟ์มีชาวต่างชาติเข้ามา เราก็คุยภาษาอังกฤษด้วยมีค่ะ เยอะค่ะ ก็คุยเท่าที่เราคุยได้ แต่ก็ดีใจ ปกติเวลามีรูปในอิสตราแกรม เราก็ไม่รู้หรอกว่ามีใครตามเราบ้างมีชาติไหน ก็ดีค่ะ”มีคนไดเร็กข้อความแบบโรคจิตไหมมีนะ วันละ2-3ข้อความ เป็นคนดำหรือชาวต่างชาติหมดเลยค่ะ แต่เราไม่ค่อยได้ซีเรียสอะไร เราก็เลื่อนออกไปค่ะ มีอยู่ทุกวันเลยค่ะ เต็มไปหมดเลย ตั้งแต่เล่นไอจีแล้ว บางทีเห็นรูปเราหวือหวาหน่อยก็ส่งมา กับพี่แมนยังไม่เคยเล่าให้ฟังเลยค่ะ เพราะว่าก็เป็นปกติมันเป็นพื้นที่ส่วนตัว ก็ลืมเล่าให้ฟัง แต่เราไม่ได้ซีเรียสอะไรไม่ได้ถึงเรื้อถึงตัวเรา เราอ่านก็ลบออกไม่ได้ตอบกลับค่ะ ตามติดถึงบ้านไม่มีค่ะ ใบเตยว่าเขาคงอยู่ประเทศเขา บางคนยังถามว่าเราเป็นใครเลยค่ะ”

ต๊อด ปิติ โพสต์ถึงหนุ่มนิติฯ ผลิตเบียร์ ระบุ มาคุยกับพี่ได้

ต๊อด ปิติ โพสต์ถึงหนุ่มนิติฯ ผลิตเบียร์ ระบุ มาคุยกับพี่ได้
ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี ไฮโซหนุ่มทายาทธุรกิจเบียร์สิงห์ ออกโรงแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงหนุ่มหนุ่มนิติฯ ที่ผลิตเบียร์เอง จนถูกตำรวจจับ ระบุ เป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงอยากให้ทำเรื่องขอใบอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายจากกรณีที่นายเท่าพิภพ บัณฑิตนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง ถูกตำรวจสรรพสามิตและตำรวจนนทบุรีเข้าไปจับกุมตัว หลังเขาต้มเบียร์และหมักเบียร์ เพื่อเตรียมที่จะทำออกมาจำหน่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในสังคม

สำหรับการผลิตเบียร์ขึ้นมาเองนั้น นายเท่าพิภพ กล่าวว่า หลายคนอาจไม่อยากจะทำเป็นอาชีพ แต่ตนคิดว่าการผลิตเบียร์ขึ้นมาดื่มเอง เป็นสิ่งที่ทุกคนพอจะทำได้ ซึ่งในวันที่โดนจับนั้นตนได้ทำเบียร์ไว้กินสังสรรค์กับเพื่อน เหมือนเป็นงานปาร์ตี้ อีเว้นท์ ไม่ได้ตั้งใจจะขายเบียร์หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ซึ่งตนก็ยอมรับว่าผิดกฎหมาย เพราะรู้ดีว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดกฏหมายพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493ล่าสุด “ต๊อด” ปิติ ภิรมย์ภักดี ไฮโซหนุ่มทายาทธุรกิจเบียร์สิงห์ ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าว ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Todd Piti” โดยระบุว่า มี 2 ประเด็นที่อยากให้สังคมมองเห็นคือ การคราฟเบียร์ผิดกฏหมายหรือไม่ และนายเท่าพิภพทำผิดกฏหมายอย่างไรโดย นายปิติ กล่าวว่า “ตอนนี้ในประเทศไทยมีคราฟเบียร์ที่นำเข้ากว่า 50 ยี่ห้อ และกว่า 10 ยี่ห้อที่เป็นแบรนด์ไทย แสดงว่าทำได้ ทำไมราคาแพงเพราะมีขายในร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำ เป็นเรื่องของการสร้างแบรนด์ เบียร์ที่ขาย 7-11 50กว่าบาทเข้าร้านก็ขายเกือบ 200 บาท เหมือนกัน”

นอกจากนี้ ต๊อดยังได้สนับสนุน ชมรมคราฟเบียร์ภาคเหนือที่มีสมาชิกกว่า 20 ราย โดยมี brew master 18 คน ที่สามารถสอนหรือแนะนำ ซึ่งตลาดเบียร์รวม 2,000 กว่าล้านลิตร แต่คราฟเบียร์มีอยู่ 10 ล้าน สำหรับ Brew house ในเมืองไทยมีเกือบ 10 เจ้า ทำมานานกว่า 15 ปี ทำตามกฏหมาย แสดงที่ตั้งชัดเจน เสียภาษีถูกต้องจึงไม่มีปัญหาแต่ในกรณีของ นายเท่าพิภพ ต๊อด ปิติ ระบุว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และไม่ได้ทำตามกฎหมาย หากผลิตเบียร์ออกมาแล้ว สินค้าติดเชื้อคนดื่มเดือดร้อน แล้วใครจะรับผิดชอบ ตนจึงอยากให้ทำเรื่องขอใบอนุญาต และทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมระบุทิ้งท้าย ให้มาปรึกษาตนจะได้ไม่ผิดกฎหมายอีก

ไฮโซพก เปิดปากครั้งแรกเลิก น้ำชา มองหน้าไม่ติดเพราะข่าว วุ้นเส้น

ไฮโซพก เปิดปากครั้งแรก!! เลิก น้ำชา มองหน้าไม่ติดเพราะข่าว วุ้นเส้น
เป็นครั้งแรกที่ยอมออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อมวลถึงเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้น สำหรับ “ไฮโซพก ประธานวงศ์” อดีตหวานใจของนักร้องสาว “น้ำชา ชีรณัฐ” ที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงได้ออกมาเผยว่าปิดฉากความรักของทั้งคู่ลงแล้ว ส่วนจะเป็นเพราะเรื่องอะไร มีมือที่สามอย่าง “วุ้นเส้น วิริฒิพา” เข้ามาเกี่ยวไหม ให้ไปถามฝ่ายชายเอง

งานนี้ ไฮโซพก ได้เผยให้ฟังว่า เลิกกับน้ำชาแล้วจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็จบกันด้วยดี แต่พอมีข่าวเรื่องมือที่สามเกิดขึ้นก็ทำให้ทั้งคู่นั้นหลายเป็นคนที่ไม่เคลียร์จนมองหน้าไม่ติด พร้อมยืนยันความสัมพันธ์กับวุ้นเส้นเป็นเพียงพี่น้อง ไม่มีโอกาสพัฒนาแน่นอน ส่วนจะรีเทิร์นหรือปรับความเข้าใจกับน้ำชาไหมนั้น ขอให้เป็นเรื่องของอนาคต

สรุปเรื่องราวความรักเหมือนจะโดนหนัก?
“ใช่ครับ โดนเยอะมากเลย จริงๆ ไม่มีอะไร เลิกกันจริงๆ ตอนแรกเลิกกันด้วยดีด้วย ตอนหลังผมไม่ทราบเหมือนกันว่าข่าวออกมาจากไหน ผมก็งง คืองงกันหมดครับ ขอพูดตรงๆ เลยครับว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ เสียใจที่มีข่าวอย่างนี้ออกไป อย่างผมกับน้ำชา ก็คบกันมาตั้งนาน พอมีข่าวออกมาตอนแรกก็เลิกกันดีๆ อยู่แต่พอตอนหลังก็มองหน้ากันไม่ค่อยติด ผมก็บอกเขาตรงๆ ว่ากับข่าววุ้นเส้นไม่ได้มีอะไรจริงๆ”

น้ำชาถามไหมว่าข่าวกับวุ้นเส้นคือยังไง?
“เขาถามครับ ผมก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่เขาเชื่อมากน้อยแค่ไหนผมก็ไม่ทราบ แต่ผมก็รู้สึกแย่คนเราคบกันมาตั้งนาน อยู่ๆ มีข่าวแบบนี้ออกไปเป็นใครก็ต้องรู้สึกเสีย แต่ว่าผมคิดว่าอีกหน่อยเขาก็คงรู้ ถ้ามีอะไรกันจริงๆ ก็คงปิดไม่ได้หรอก เวลาน่าจะช่วย และถึงเราเลิกกันแล้วเราก็แคร์ความรู้สึก”

สาเหตุหลักที่เลิกกันคืออะไร?
“คนสองคนเลยครับ ไม่ได้มีอะไรมายุ่งคือนิสัยของทั้งสองคนทั้งผมและเขา เป็นคนดื้อกันทั้งคู่ จริงๆ เสียใจเหมือนกันเพราะคบกันมาตั้งนานต่างคนต่างก็พยายามเปลี่ยน สุดท้ายก็เปลี่ยนกันไม่ได้ เพราะสุดท้ายที่คุยกันเขาก็บอกว่าเขาไม่แฮปปี้ ผมก็ไม่แฮปปี้ แต่คุยกันดีครับก็เป็นพี่น้องกันตอนนั้น จบกันด้วยดีจนเกิดข่าว”

Porsche 718 Cayman สปอร์ตป้ายแดงคันใหม่ ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’

Porsche 718 Cayman สปอร์ตป้ายแดงคันใหม่ ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’
‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ นักมวยหนุ่มไฟแรงที่กำลังดังเป็นพลุแตกขณะนี้ ล่าสุด ถอยรถ ปอร์เช่ 718 เคย์แมน มาครอบครองเป็นที่เรียบร้อย Sanook! Auto จึงพาไปรู้จักรถสปอร์ตคันงามนี้ ว่ามีอะไรพิเศษจนทำให้หนุ่มบัวขาวต้องลงทุนควักกระเป๋าซื้อหามาครอบครองในที่สุด

Porsche 718 Cayman เป็นรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูรุ่นเล็กสุดของค่ายปอร์เช่ วางจำหน่ายควบคู่ไปกับ 718 Boxster ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นโรดสเตอร์เปิดหลังคา ซึ่งแม้ว่าแท้จริงแล้วจะเป็นโมเดลก่อนหน้าที่ถูกแต่งหน้าทาปากใหม่ (หรือที่เรียกกันว่าไมเนอร์เชนจ์) แต่ก็เป็นการเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้มีดีไซน์ต่างไปจากรุ่นเดิมพอควร

5

จุดเด่นของ 718 Cayman อีกอย่าง คือ การเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเป็นครั้งแรกในรถพิกัดนี้ของปอร์เช่ เพื่อคงความแรงไว้แต่กินน้ำมันน้อยลง แถมยังปล่อยมลพิษน้อยลงตามมาตรฐานยุโรป ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน ความจุ 2.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 300 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 275 กม./ชม.

ขณะที่รุ่นสูงกว่าอย่าง 718 Cayman S จะถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน ความจุ 2.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า (เพิ่มขึ้นจากเดิม 25 แรงม้า) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ PDK และชุดแต่งสปอร์ตโครโน (Sport Chrono Package) สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 4.2 วินาที (เร็วขึ้นจากเดิม 0.5 วินาที) ทำความเร็วสูงสุดได้ 285 กม./ชม.

10

ราคาจำหน่าย Porsche 718 Cayman ผ่านผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยจะเริ่มต้นที่ 6.99 ล้านบาท

Samsung Galaxy C5 Pro ว่าที่สมาร์ทโฟน C-Series จ่อเปิดตัวเร็วๆ นี้

Samsung Galaxy C5 Pro ว่าที่สมาร์ทโฟน C-Series จ่อเปิดตัวเร็วๆ นี้
Samsung Galaxy C5 Pro ว่าที่สมาร์ทโฟน C-Series จ่อเปิดตัวเร็วๆ นี้! พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้วยจอ FHD 5.2 นิ้ว, ชิปเซ็ต Snapdragon 625, RAM 4GB และกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล บน Android 6.0!

หลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy C7 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นท็อปจากตระกูล Galaxy C Series เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีการคาดการณ์ว่า Samsung Galaxy C5 Pro อีกหนึ่งสมาร์ทโฟน C Series จะเปิดตัวตามมาในเร็วๆ นี้ และล่าสุดรายชื่อของ Galaxy C5 Pro ก็ได้ปรากฎอยู่บนเว็บทดสอบสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตชื่อดังอย่าง Geekbench เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รายชื่อของ Samsung Galaxy C5 Pro ในชื่อรหัส Samsung SM-C510 ได้ปรากฎอยู่บนเว็บไซต์ Geekbench พร้อมเผยให้เห็นผลทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลแบบหลายแกน (Multi-Core) ที่ 4,276 คะแนน และการประมวลผลแบบแกนเดี่ยว (Single-Core) ที่ 896 คะแนน พร้อมกันนี้ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติตัวเครื่องในบางส่วนด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งได้แก่ ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 625 พร้อมหน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB และทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow

Untitled-1

เรียกได้ว่าข้อมูลในครั้งนี้มีความสอดคล้องกับข่าวในครั้งก่อน จึงมีความเป็นไปได้ที่ Samsung Galaxy C5 Pro จะมาพร้อมกับคุณสมบัติในข้างต้นจริง นอกจากนี้ยังคาดว่า Galaxy C5 Pro จะมาพร้อมกับ หน้าจอแสดงผลขนาด 5.2 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD 1080p (1080×1920 พิกเซล), หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB, กล้องดิจิทัลด้านหลัง และด้านหน้าความละเอียดเท่ากันที่ 16 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกับตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน (Dark Blue), สีชมพู และสีทอง

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่า Samsung Galaxy C5 Pro จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อใด ดังนั้นคงต้องคอยติดตามกันต่อไป คาดว่าจะมีการอัปเดตข้อมูลให้ได้ทราบกันอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆ นี้

เผยคำให้การคนขับรถตู้ รับส่ง 2 มือปืนฝรั่ง คดียิงดับคาปอร์เช่

เผยคำให้การคนขับรถตู้ รับส่ง 2 มือปืนฝรั่ง คดียิงดับคาปอร์เช่
จากกรณีคดี 2 มือปืนชาวต่างชาติขับรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีแดง-ดำ ทะเบียน 1กฬ 7994 ชลบุรี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุกยิง นายโทนี่ เคนเวย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ เสียชีวิตภายในรถยนต์ ปอร์เช่ คาเยน สีแดง ทะเบียน 4 กน 911 กทม. ที่บริเวณหน้าสปอร์ตคลับแห่งหนึ่ง ถนนสายอ่างเก็บน้ำมาบประชัน หมู่ 3 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุด ตำรวจเจอรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุและทราบชื่อ 2 คนร้ายแล้วคือ นายไมลส์ ดิคเคน เทอร์เนอร์ (Mr.Miles Dicken Tuner) อายุ 24 ปี ชาวอังกฤษ และ นายอาเบล คาลเดย์รา โบนิโต (Abel Caldeira Bonito) อายุ 28 ปี ชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งหลังจากก่อเหตุทั้งคู่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ ทางด่านชายแดนไทย-กัมพูชา บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตามที่รายงานไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าของคดีนี้ (26 ม.ค.) นายเลิศ ลายหมื่นไว อายุ 48 ปี คนขับรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ทะเบียน ฮข 730 กทม. เดินทางเข้าพบตำรวจ สภ.หนองปรือ เพื่อให้ปากคำกับตำรวจ

พร้อมกับระบุว่า นายไมลส์ ดิคเคน เทอร์เนอร์ กับ นายอาเบล คาลเดย์รา โบนิโต ได้เช่าเหมารถจาก บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ให้มาส่งที่รีสอร์ทใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.60 มีกำหนดระยะเวลาเช่ารวม 6 วัน โดยได้รับค่าจ้างในราคาวันละ 2,500 บาท
ซึ่งในระหว่างที่รอก็จะได้ค่าโรงแรมอีกวันละ 500 บาท และไม่ได้ใช้บริการรถของตนเพื่อเดินทางไปที่ไหน จนกระทั่งวันที่ 24 ม.ค.60 เวลาประมาณ 10.30 น. ทั้งคู่ได้โทรศัพท์เรียกให้ตนมารับพร้อมสั่งให้ไปส่งที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
ซึ่งช่วงที่อยู่บนรถนายไมลส์ ดิคเคน เทอร์เนอร์ ได้โกนหนวดเคราออกหมด และขอสูบบุหรี่ก่อนที่จะให้ทิปจำนวน 5,000 บาทเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง
ต่อมาเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 2 (ชลบุรี) เดินทางมาที่ สภ.หนองปรือ เพื่อสอบปากคำนายเลิศ พร้อมกับบันทึกภาพและเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายภายในรถตู้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ.10 พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผช.ผบ.ตร. เดินทางมาที่เกิดเหตุบริเวณหน้าสปอร์ตคลับจากนั้นจึงไปที่ สภ.หนองปรือ เพื่อตรวจสอบรถยนต์ของผู้ตายและรถ จยย.ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ก่อนเรียกนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพได้แต่ไม่อนุญาตให้ร่วมรับฟังพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สำหรับคดีนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานและรวบรวมพยานหลักฐานพร้อมกับขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับมือปืนกับคนขับรถจักรยานยนต์แล้ว ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างสอบสวนนอกจากนี้ ยังให้กองการต่างประเทศประสานไปยังทางการกัมพูชาเพื่อให้ช่วยติดตามไล่ล่าคนร้าย ซึ่งเชื่อว่าน่าจะยังอยู่ในประเทศกัมพูชา จากการตรวจสอบการเข้าออกประเทศของทั้ง 2 คนพบว่า เคยเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้ว 2 ครั้งส่วนชนวนเหตุให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ แต่จะเป็นธุรกิจสีขาวหรือสีเทานั้น เรื่องนี้ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเกรงว่าจะส่งผลต่อรูปคดี

ผบช.ภาค 3 เผยเหตุเด้ง ผกก.ปังธงชัย ฟ้าผ่า เพราะ “เมาค้าง”

ผบช.ภาค 3 เผยเหตุเด้ง ผกก.ปังธงชัย ฟ้าผ่า เพราะ “เมาค้าง”
ผู้สื่อข่าว วันนี้ (26ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภาค 3 ได้เซ็นคำสั่งย้าย พ.ต.อ.กัมปนาท ฐาตุจิรางค์กุล ผกก.สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ตามหนังสือคำสั่งด่วนที่สุด ที่0018.112/470 ลงวันที่ 26 มกราคม 2560 ด้วยมีเหตุผลและความจำเป็น เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

จึงให้ พ.ต.อ.กัมปนาท ฐาตุจิรางค์กุล ผกก.สภ.ปักธงชัย จว.นครราชสีมา ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางต้นสังกัด ทั้งนี้ มีกำหนด 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.60 เป็นต้นไป และให้ดำเนินการดังนี้

1.ให้มารายงานตัวปฏิบัติราชการต่อ ผบก.อก.ภ.3 ในวันที่ 27 ม.ค.60 และให้ผบก.อก.ภ.3 มอบหมายภารกิจให้ปฏิบัติ ควบคุม กำกับดูแลและปกครองบังคับบัญชา พร้อมจัดบ้านพักของทางราชการให้ข้าราชการตำรวจดังกล่าวข้างต้น พักอาศัย

2.ให้ผบก.จว.นครราชสีมา พิจารณาสั่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษาราชการแทนในตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นแล้วรายงานภ.3 ทราบ จึงแจ้งมาเพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ลงชื่อ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภาค 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีคำสั่งเด้ง พ.ต.อ.กัมปนาท ไปปฏิบัติราชการที่ศปก.ภ.3 มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงสาเหตุการย้ายครั้งนี้ว่าน่าจะเกิดจากกรณีที่ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภาค 3 เดินทางมาตรวจโรงพักปักธงชัย โดยไม่ได้แจ้งกำหนดการล่วงหน้า แล้วปรากฏว่าไม่พบ พ.ต.อ.กัมปนาท ปฏิบัติราชการอยู่บนโรงพัก

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภาค 3 เปิดเผยว่า เหตุผลที่มีคำสั่งย้าย ผกก.ปักธงชัย เนื่องจากเมื่อวาน (วันที่ 25 ม.ค.) ตนได้เรียกประชุมหัวหน้าสถานีในสังกัดทั้ง 236 สถานี เพื่อรับฟังนโยบาย หลังตนเข้ามารับตำแหน่ง ผบช.ภ.3 คนใหม่ ปรากฏว่า ทุกคนเข้าประชุม ขาดเพียง ผกก.ปักธงชัยเพียงคนเดียว

ตนเดินทางไปตรวจโรงพักที่ สภ.ปักธงชัย ตอน 09.30 น. ไม่พบ ผกก.อยู่โรงพัก จึงสั่งให้สิบเวรโทรศัพท์ตามมาพบ กระทั่งมาโรงพักตอน 11.00 น. เมื่อถามเหตุผลตอบว่า “เมาค้าง ยังไม่ตื่น” จึงเป็นเหตุผลที่ตนต้องมีคำสั่งดังกล่าว เพราะเห็นว่าขาดตกบกพร่องในหน้าที่ ไม่พร้อมทำงานรับใช้ประชาชน

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ประสานไปยัง พ.ต.อ.กัมปนาท ฐาตุจิรางค์กุล ผกก.สภ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เพื่อสอบถามสาเหตุของการถูกดึงตัวมาช่วยราชการด่วนโดยขาดจากตำแหน่งผู้กำกับสถานีตำรวจปักธงชัย โดยทันที

พ.ต.อ.กัมปนาท กล่าวต่อว่า การที่ทางผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ตนเองไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาค3 โดยขาดจากตำแหน่งผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรปักธงชัย ตั้งแต่วันที่วันพรุ่งนี้ นั้นเป็นเรื่องจริง ซึ่งตนเองก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากทางผู้บังคับบัญชา

ส่วนที่กรณีที่ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภาค 3 เดินทางมาตรวจเยี่ยมสถานีตำรวจภูธรปั