เธียร์รี่ อองรี : “สุดท้ายคนที่จะได้หัวเราะดังกว่าใครเพื่อนก็คือ โชเซ่ มูรินโญ่”

เธียร์รี่ อองรี เผยคนที่จะได้หัวเราะดังกว่าใครเพื่อนหลังจบฤดูกาลนี้ ก็คือ โชเซ่ มูรินโญ่ หากเจ้าตัวสามารถพาแมนฯ ยูไนเต็ด ซิวแชมป์ยูโรป้า ลีก มาครองได้ เธียร์รี่ อองรี ตำนานแข้งอาร์เซน่อล เชื่อว่าในตอนนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังรอคอยที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมาหลังจบฤดูกาลนี้ หากเขาสามารถพาทีมปีศาจแดง คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก มาครองได้สำเร็จ

มูรินโญ่ ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นถึง 8 คนในเกมลีกนัดล่าสุดที่พวกเขาบุกไปพ่าย ปืนใหญ่ 0-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยหลังจบเกมกุนซือเร้ด เดวิลส์ บอกว่า โอกาสที่ทีมของเขาจะติดท็อปโฟร์ในลีกซีซั่นนี้ มัน ”เป็นไปไม่ได้แล้ว” โดยตอนนี้ โฟกัสไปที่ยูโรป้า ลีก อย่างเต็มตัว

แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เซลต้า บีโก้ ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดสอง วันพฤหัสบดีนี้ โดยเลกแรก แมนฯ ยูไนเต็ดเป็นฝ่ายบุกไปเอาชนะมาได้ก่อน 1-0

อองรี บอกกับสกาย สปอร์ตส์ ว่า ”แน่นอน นั่นคือสิ่งที่เขา (โชเซ่ มูรินโญ่) กำลังรอคอยที่จะพูดในตอนท้ายว่า ‘เราจะได้ไปแชมเปี้ยนส์ ลีก ผมรู้ว่าเราจะคว้ามันมาครองได้ และก็ทำให้เราได้โทรฟี่เป็นใบที่สอง’ ฉะนั้น คุณค้นพบตัวเองแล้วล่ะว่าอยู่ในสถานการณ์ที่เขากำลังจะได้เป็นคนหัวเราะในตอนท้าย ซึ่งผมมั่นใจเลยว่า เขากำลังรอที่จะบอกเราว่า เขานั่นแหละทำถูกต้องแล้ว!”

ว่าแล้ว! สื่อกระทิงแฉ “หงส์” ขอ 90 ล้านยูโรปล่อย “คูตี้” ซบ “บาร์ซ่า” ซัมเมอร์นี้

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไฟเขียวให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิล สามารถย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามที่ใจต้องการ แต่ต้องได้ค่าตัว 90 ล้านยูโรเท่านั้น

โดยก่อนหน้านี้ สปอร์ต สื่อชื่อดังแดนกระทิงดุ เผยว่า คูตินโญ่ นั้นได้ตกลงปลงใจพร้อมให้สัญญาปากเปล่าว่าจะย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ไปอยู่กับบาร์เซโลน่าในฤดูกาลหน้า เพื่อจะได้เล่นร่วมกับเนย์มาร์ เพื่อนคู่หูทีมชาติบราซิล

ซึ่งล่าสุดมีการเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูล นั้นก็พร้อมจะทำใจปล่อยตัวดาวเตะวัย 24 ปีออกไป แต่บาร์เซโลน่า นั้นจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าตัว คูตินโญ่ ที่เพิ่งต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ไม่น้อยกว่า 90 ล้านยูโร (ราว 3,400 ล้านบาท) เท่านั้น

ทั้งนี้คาดว่า บาร์ซ่า ที่เวลานี้ยังไม่ได้ยื่นข้อเสนอเข้ามาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากรอให้จบฤดูกาลนี้ก่อนนั้น เตรียมจะยื่นข้อเสนอแถมนักเตะบวกกับเงินมาแทน มากกว่าที่จะต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลมากขนาดนั้น

เห็นใจโค้ชไทยลีก

ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2017 เดินทางผ่านมาถึงเกมที่ 11 หรือเกือบ 1 ใน 3 ของฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย สิ่งที่เห็นได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงในปีนี้ คือการแข่งขันเข้มข้นและสูสีมากขึ้น โดยหลายทีม สามารถก้าวขึ้นมาทาบรัศมีกับ 2 ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

แต่ละเกมที่ผ่านไปของไทยลีก ยังคงมีสถานการณ์ต่างๆเกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย แต่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คืออายุงานของโค้ชที่ทำทีมในไทยลีกส่วนใหญ่ ยังคงสั้น (นิดเดียว) และไม่มั่นคง (เป็นอย่างมาก)

อาจเป็นเพราะ การแข่งขันที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น ความกดดันในแต่ละเกมจึงมีมากขึ้น เพราะหมายถึงเดิมพันแห่งความสำเร็จ ความล้มเหลวเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว การทำทีมฟุตบอลในไทยลีก จึงเป็นงานที่ท้าทายเร้าใจ ต่ออาชีพโค้ชแบบสุดๆ

11 เกมที่ผ่านมา มี การปรับเปลี่ยนโค้ช ออกจากตำแหน่งไปแล้วถึง 5 คน โดยล่าสุด “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดหญ้าไทย กุนซือที่พาทีม ไทย-ฮอนด้า ลาดกระบัง กลับมาผงาดบนเวที ไทยลีกได้อีกครั้ง ในซีซั่นนี้ ถูกต้นสังกัด ปลดออกจากตำแหน่ง หลังทำทีมแพ้ต่อ ชลบุรี เอฟซี คาบ้าน 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ …….

2 มีนาคม 2560 “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน โดนทีม ศรีสะเกษ เอฟซี ปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากทำทีมแพ้รวดใน 3 เกมแรก ทีมแต่งตั้ง เวลิซาร์ โปปอฟ กุนซือขาว บัลแกเรีย วัย 41 ปี เข้ามาคุมทีม หลังจากนั้น ทีมทำผลงานชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 5 มี 7 คะแนน ยังคงอยู่ในอันดับที่ 16 ในตารางคะแนนไทยลีก

9 มีนาคม 2560 สโมสร ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ตัดสินใจปลด “โค้ชหนุ่ย” เฉลิมวุฒิ สง่าพล ออกจากตำแหน่ง หลังคุมทีมมา 5 นัด เสมอ 1 แพ้ 4 มี 1 คะแนน เป็นทีมรั้งท้ายของตารางคะแนน เจสัน วิธ กุนซือชาวอังกฤษ ได้เข้ามาทำหน้าที่แทน แต่ทีมยังคงแพ้รวด อีก 5 นัด (ยังไม่นับเกมที่ 11 พบกับ ราชบุรี) อยู่ที่เดิมอันดับไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ถัดมาเพียงวันเดียว 10 มีนาคม 2560 โค้ช สมชาย มากมูล ออกจากทีม สุโขทัย เอฟซี ทีมได้ “โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก เข้ามาทำทีมแทน แต่นี่คงไม่ใช่งานง่าย สำหรับโค้ชจอมเก๋า วันนี้ สุโขทัย เอฟซี ยังคงอยู่ในอันดับที่ 17

16 เมษายน 2560 แซร์โจ้ ฟาริอาส ถูกปลดจากการทำทีม สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมแต่งตั้ง “โค้ชโย่ง” วรวุฒิ ศรีมะฆะ ประธานเทคนิคของทีม เข้าคุมทีมชั่วคราว โดยทีมมีแนวโน้มในการทำผลงานดีขึ้น อยู่ในอันดับที่ 10 ของตารางคะแนน

รับรองได้ว่าต้องมีอีกแน่นอน ……

ทุกวันนี้ คอฟุตบอลบ้านเรา นอกจากจะตามผลการแข่งขัน ใครชนะใครแพ้ ใครได้แชมป์ ในแต่ละปี ต้องตามติดๆเลยว่า โค้ชคนไหนจะโดนแจ็คพ็อต เมื่อไหร่บ้าง แหม่ มันทั้งสนุกตื่นเต้นเลยนะครับ ท่านผู้ชม ใครตกข่าวไปวันสองวันนี่ อาจงงเลยก็ได้ ยิ่งคนที่ต้องทำงานทุกอาทิตย์กับฟุตบอลไทยอย่างผมด้วยแล้ว เอ่อ มันน่าปวดหัวจริงๆนะ

ผมเชื่อนะว่า การปลดโค้ชก็ไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป แต่ในเมื่อทีมเลือกแบบนั้น ใครจะไปว่าอะไรได้ แฟนบอลก็ต้องเชียร์กันต่อไปอยู่แล้ว

มาทายกันเล่นๆมั๊ย ว่า จบซีซั่นนี้จะมีการปลดโค้ช หรือเปลี่ยนแปลงโค้ชทั้งหมดทั้งสิ้นกี่คน และกี่ทีม จะมากกว่า 10 ครั้ง หรือไม่ คิดว่าไม่ใช่ก็น่าจะใกล้เคียง แล้วค่อยมาดูกันว่าจะตามนี้มั๊ย

ติดตามดูฟุตบอลไทยให้สนุกครับ ….

เจลีก ญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นนัดชิงตำแหน่งแชมป์กลุ่มด้วย

ว่าแล้วต้องมี! “ชนาธิป” ติดโผบรรดาแข้งยอดเยี่ยมประจำ ACL นัดล่าสุด
เรียกได้ว่ายังอยู่ในช่วง “เจฟีเวอร์” หลังล่าสุดเมื่อวานนี้ (26 เม.ย. 2560) ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ร่างจิ๋วของเมืองทอง ยูไนเต็ด คว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ได้ในเกมที่ กิเลนผยองเปิดบ้านเอาชนะ บริสเบน รอร์ ทีมดังออสเตรเลีย 3-0

ซึ่งจากชัยชนะนัดนี้ ทำให้ เมืองทอง การันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้วแน่นอน โดยนัดสุดท้ายมีโปรแกรมไปเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส แชมป์

สำหรับ “เจ้าเจ” นัดล่าสุดทำผลงานยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ด้วยการลากบอลหลบกองหลังและผู้รักษาประตูบริสเบน ก่อนเลี้ยงเข้าประตูไปง่ายๆ รวมไปถึงรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของเกม ซึ่งเป็นนัดที่ 3 จากทั้งหมด 5 นัดที่ผ่านมา

และเป็นประจำเช่นเคย ทางสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ เอเอฟซี ก็ไม่พลาดที่จะจัดอันดับแข้งยอดเยี่ยมจากทั้ง 32 ทีม 8 กลุ่ม ทั่วทั้งภูมิภาค สำหรับถ้วยใบนี้

ซึ่งสำหรับนัดที่ 5 นี้ นักเตะที่โชว์ฟอร์มได้คะแนนสูงสุด ได้แก่ “คาลิด ไอซ่า” นายด่านของอัล ไอน์ จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่โชว์ฟอร์มหนึบเซฟไปถึง 10 ครั้ง ในเกมที่บุกไปชนะ ซอบ อาฮาน ทีมดังอิหร่าน 3-0 ทำเรตติ้งได้ถึง 9.3 คะแนน

อันดับ 2 ได้แก่ “เปาลินโญ่” กองกลางบราซิลของกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ จากจีน เรตติ้ง 8.8

อันดับ 3 เป็น “มู คานาซากิ” หัวหอกเลือดซามูไรของคาชิม่า แอนท์เลอร์ส จากญี่ปุ่น เรตติ้ง 8.7

อันดับที่ 4 “บาลาสซ์ ซุดส์ซัก” แนวรุกทีมชาติฮังการีของอัล วาห์ด้า ทีมแกร่งจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เรตติ้ง 8.6

ส่วน “ชนาธิป” ทำเรตติ้งได้ 8.4 จากโอกาสยิง 1 ครั้งและได้ 1 ประตูของเจ้าตัว รวมไปถึงผ่านบอลอีก 48 ครั้ง

ทำให้ เจ้าเจรั้งอันดับ 5 ร่วมกับอีก 2 แข้งที่ทำเรตติ้งได้ 8.4 เท่ากันคือ เซร์คิโอ การ์เซีย ดาวยิงสเปนของอัล รายยาน จากกาตาร์ และ มารัต บิคมาเอฟ จอมเก๋าโลโกโมทีฟ ทาชเคนท์ ทีมบ้านเกิดจากอุซเบกิสถาน

กู้ศรัทธา! “กัปตันเจ๋ง” พร้อมบู๊ “กว่างโซ้ง” สั่งลูกทีมใส่เต็มเหนี่ยว

ความเคลื่อนไหวของทัพนักเตะ “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ที่มีคิวเปิดสนาม ทะเลหลวง ทำศึกดาร์บี้แมตท์ภาคเหนือ ต้อนรับการมาเยือนของ “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงรายยูไนเต็ด” ในศึก โตโยต้าไทยลีก นัดที่ 12 เวลา 17.45 น.

ล่าสุด ยุทธพงษ์ ศรีละคร กัปตันทีม สุโขทัย เอฟซี เปิดเผยว่า ตอนนี้สภาพร่างกายสมบูรณ์แล้ว ฟิตเต็มถังพร้อมลงสนาม การเจอกับเชียงราย ยูไนเต็ดที่เป็นทีมหัวตาราง ทางทีมงานและนักเตะได้ดูเทปการเล่นของพวกเขาแล้ว และกำลังหาแผนการเล่นในการรับมือ พวกเขามีแนวรุกบราซิลที่อันตราย แต่พวกเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดพวกเขาให้ได้

“เราได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอล กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ผมบอกกับน้องๆทุกคนในทีมว่าเราต้องทำให้เต็มที่ อย่าไปคิดถึงผลงานในอดีต เราต้องเอาบทเรียนที่เคยผิดพลาดมาแก้ไข ต้องสู้ให้สุดใจ พยายามพิสูจน์ตัวเอง เรียกศรัทธาจากแฟนบอลที่มีต่อเรากลับมาให้ได้ ทุกคนต้องช่วยกันเล่นตามแท็กติก ผมคิดว่าเราต้องสู้ก่อนถึงจะรู้ว่าสู้ได้หรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าเราสู้ได้แบบไม่เป็นรองใคร” ยุทธพงษ์ กล่าว

“ผมเคยเป็นนักมวยมาก่อน ดังนั้นผมมีเลือดนักสู้อยู่ในตัวไม่กลัวใครอยู่แล้ว ผมอยากให้แฟนบอลเข้ามาร่วมกันเชียร์เราให้เต็มสนาม ข่มคู่ต่อสู้ให้ขวัญกระเจิง กำลังใจจากแฟนบอลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ตอนนี้ทีมเรามีการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาให้ทีมลงตัว หากแฟนบอลอยู่เคียงข้างเรา นักเตะทุกคนสู้จนลืมตายแน่นอน” กัปตันเจ๋ง กล่าวย้ำ

คอนเฟิร์ม! “บิ๊กเป้” ยัน “ชนาธิป” ย้ายร่วมทัพซัปโปโร่ ก.ค.แน่

จากกรณีที่มีข่าวลือว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก อาจตัดสินใจเลื่อนการส่งตัว “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะทีมชาติไทย ของทีมให้กับ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ต้นสังกัดใหม่ในเจลีก ญี่ปุ่น ออกไปก่อนเนื่องจากสามารถตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสอง ในศึก เอเอฟซี ชปล. ได้สำเร็จ

ล่าสุด “บิ๊กเป้” ณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก ได้ออกมายืนยันกับสื่อถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยทางสโมสรได้มีการลงนามในข้อตกลงกับ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ เป็นที่เรียบร้อย ที่จะส่งเจ้าตัวไปร่วมทีมในช่วงเลกสอง (วันที่ 1 ก.ค.นี้) และอาจจะส่งตัวไปก่อนเพื่อให้เวลาปรับตัวกับสโมสรใหม่

ซึ่งเราต้องปฏิบัติตามสัญญาแน่นอน โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองสโมสรได้มีความเห็นร่วมกันว่า ดาวเตะทีมชาติไทย ควรที่จะได้ลงเล่นในเกมระดับสูงอย่าง ศึกเอเอฟซี ชปล. ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมในเลกสอง

ส่วนปัญหาที่หลายฝ่ายมองว่า “กิเลนผยอง” จะลดความแข็งแกร่งลงไป หากขาด ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไป ผอ.กีฬาได้กล่าวเสริมว่า “ไม่มีปัญหาครับ อย่างที่รู้กันดีว่าเราได้เตรียม เฮเบอร์ตี้ ดาวเตะชาวบราซิล ที่เข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมมาเกือบ 2 เดือน แม้จะทดแทนไม่ได้ เนื่องจากสไตล์การเล่นแตกต่างกัน แต่ยังเชื่อว่าจะสามารถทำให้ทีมไม่เสียสมดุลไป และทีมไม่ลดความแข็งแกร่งลงไป”

โดยดาวเตะวัย 23 ปี จะเดินทางไปค้าแข้งกับทีมจาก ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปีครึ่ง พร้อมมีออปชั่นซื้อขาดในอนาคตต่อไป

เดินทางถึงญี่ปุ่น! “โค้ชแบน” หวัง “ทัพกิเลน” มีแต้มเพื่อแชมป์กลุ่ม

ความเคลื่อนไหวของ เอสซีจี เมืองทองฯ ในการไปสู้ศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 กลุ่ม อี ซึ่งในเกมสุดท้าย จะบุกไปเยือน คาชิมา แอนท์เลอร์ส ที่จะหวดกันในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ที่สนาม คาชิมา ซ็อคเกอร์ สเตเดี้ยม เวลา 17.00 น. (ตามเวลาไทยที่ช้ากว่าญี่ปุ่น 2 ชั่วโมง) โดยเกมแรกที่พบกับ “กิเลนผยอง”อัดในบ้าน 2-1 ทว่าทั้ง 2 ทีมจูงมือกันผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 8.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) ของวันที่ผ่านมา ขุนพล “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทองฯ ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสนามบินนาริตะ ด้วยเที่ยวบิน เอ็กซ์เจ 600 (XJ 600) จากนั้นจะเข้าพักต่อที่ คาชิมา โฮเทล ในเมืองอิบารากิ และลงซ้อมมื้อแรกต่อทันทีที่สนามซ้อมของสโมสรคาชิมา แอนท์เลอร์ส เวลา 16.00 น. ซึ่งจะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามในการเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เซลิโอ ซานโตส ปราการหลังชางบราซิล ที่เคยได้นักเตะยอดเยี่ยมจากเกมเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 กลุ่ม อี นัดสี่ ที่ช่วย เอสซีจี เมืองทองฯ ชนะ อุลซาน ฮุนได 1-0 เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ไม่ได้มาด้วย เนื่องจากเกิดอาการเป็นไข้ทำให้ต้องเข็กร่างกายที่กรุงเทพก่อน

โดย “โค้ชแบน”ธชตวัน ศรีปาน กุนซือใหญ่ของ เอสซีจี เมืองทองฯ ได้ระบุถึงการเดินทางมาถึงครั้งนี้ว่า “ในการซ้อมวันแรกน่าจะยืดเส้นยืดสาย และฟื้นฟูคนที่ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ของตัวหลักๆ ที่เล่นมาจากเกมโตโยต้า ไทยลีก 2017 ซึ่งชนะ ราชนาวี มา 4-0”

“เรายังบอกไม่ได้ว่านักเตะจะมีร่างกายอย่างไร เพราะหลายคนเริ่มออกอาการล้า เนื่องจากเจอเกมมิดวีกและปลายสัปดาห์มาตลอด อีกทั้งเรามีตัวหลักที่น้อย ทำให้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเน้นผลการแข่งขันในทุกเกมที่ลงเล่นมาแล้วหลายแมตช์”

ส่วนการพบกับ คาชิมา แอนท์เลอร์ส เพื่อทำการตัดสินแชมป์กลุ่ม อี นั้น “โค้ชแบน”บอกว่า “เรามองที่ใกล้ตัวมากกว่าเป้าหมายใหญ่ เนื่องจากเราต้องขอให้มีแต้มกลับออกไปก่อน ด้วยตัวผู้เล่นที่มีอยู่ในเวลานี้ อีกทั้งมีคนที่ติดโทษแบนทั้ง ซิสโก้ ฆิเมเนส, อี โฮ และ ทริสตอง สมชาย โด ตลอดจนเช็ก เซลิโอ ซานโตส ที่ไม่สบายยังไม่ได้เดินทางมาร่วมทีม”

ส่วนเกมในวันที่ 9 พ.ค.นี้ ซึ่งตะได้รู้ว่าทีมใดในกลุ่ม จี จะเป็นที่ 1 และ 2 โดยมี 2 คู่ คือ กว่างโจว เอเวอร์กราเด้ (จีน) พบ ซูวอน ซัมซุง บลูวิงส์ (เกาหลีใต้) และ คาวาซากิ ฟอนตาเล่ (ญี่ปุ่น) พบ อีสต์เทิร์น (ฮ่องกง) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามอดีตกองกลางทีมชาติไทยว่า ต้องการพบทีมใดในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

“โค้ชแบน”ธชตวัน ศรีปาน กุนซือ “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทองฯ บอกว่า “ผมคงไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะเจอใครได้ เนื่องจากเข้ารอบน็อคเอ้าท์ไปแล้ว เจอใครเหมือนกันหมด หากว่าเรามีตัวผู้เล่นหลักๆอยู่ครบครัน ผมเองก็ยังเชื่อว่าจะสามารถต่อกรได้กับทุกทีม”

โอเคเจอกัน! “สมาคมฯ” ตอบรับ “ช้างศึกชุดใหญ่” บินอุ่นเครื่อง “อุซเบกิสถาน”

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งทีมชาติไทยชุดใหญ่ แข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับทีมชาติอุซเบกิสถาน ณ เมืองทาชเคนต์ ด้วย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับหนังสือ จาก สหพันธ์ฟุตบอลอุซเบกิสถาน (UFF) ในการเชิญ ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร FIFA Day ณ กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน 2018 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 8 ที่จะพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2560

ทางสมาคมฯ ได้มีการหารือกับ มิโลวาน ราเยวัช และทีมงานผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งเห็นว่าการแข่งขันดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมความพร้อมของทีม และกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติ ทั้งยังเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ต้องการให้ ทีมชาติไทย ในทุกรุ่นได้เดินทางไปหาประสบการณ์ในการแข่งขันต่างประเทศ

ในการนี้ จึงขอประกาศว่าทางสมาคมฯได้ตอบรับหนังสือเชิญจาก สหพันธ์ฟุตบอลอุซเบกิสถาน (UFF) และจะดำเนินการส่งทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางไปแข่งขันตามกำหนดดังกล่าว

การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ฟีฟ่า เดย์ ระหว่าง ทีมชาติอุซเบกิสถาน กับ ทีมชาติไทย จะแข่งขันกันที่สนามบุนยอดกอร์ สเตเดี้ยม ณ กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ในวันที่ 6 มิถุนายน 2560 เวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

โอเคเจอกัน! “สมาคมฯ” ตอบรับ “ช้างศึกชุดใหญ่” บินอุ่นเครื่อง “อุซเบกิสถาน”

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ส่งทีมชาติไทยชุดใหญ่ แข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับทีมชาติอุซเบกิสถาน ณ เมืองทาชเคนต์ ด้วย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับหนังสือ จาก สหพันธ์ฟุตบอลอุซเบกิสถาน (UFF) ในการเชิญ ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร FIFA Day ณ กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน 2018 ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 8 ที่จะพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 13 มิถุนายน 2560

ทางสมาคมฯ ได้มีการหารือกับ มิโลวาน ราเยวัช และทีมงานผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งเห็นว่าการแข่งขันดังกล่าวจะเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมความพร้อมของทีม และกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติ ทั้งยังเป็นนโยบายของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่ต้องการให้ ทีมชาติไทย ในทุกรุ่นได้เดินทางไปหาประสบการณ์ในการแข่งขันต่างประเทศ

ในการนี้ จึงขอประกาศว่าทางสมาคมฯได้ตอบรับหนังสือเชิญจาก สหพันธ์ฟุตบอลอุซเบกิสถาน (UFF) และจะดำเนินการส่งทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางไปแข่งขันตามกำหนดดังกล่าว

การแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ฟีฟ่า เดย์ ระหว่าง ทีมชาติอุซเบกิสถาน กับ ทีมชาติไทย จะแข่งขันกันที่สนามบุนยอดกอร์ สเตเดี้ยม ณ กรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน

เปิดใจครั้งแรก! “มิโล” กุนซือทัพช้างศึกชมเกมไทยลีกติดขอบสนาม

มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย พร้อม โซรัน ยานโควิช ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน และ ซาซา โทดิช โค้ชผู้รักษาประตู เดินทางเข้าชมเกมโตโยต้า ไทยลีก คู่ระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ราชนาวี ที่ เอสซีจี สเตเดียม ในวันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเกมลีกนัดแรกหลังจากเข้ารับงานเฮดโค้ชของทัพช้างศึกอย่างเป็นทางการ

โดย ราเยวัช เผยว่า เมื่อวานเป็นเกมที่น่าสนใจ นักเตะหลายคนโชว์ฟอร์มได้ดี ทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ หลังจากเกมนัดนี้ ทีมงาน รวมถึงเจ้าตัวจะออกเดินทางไปชมเกมนัดอื่นๆ เพื่อดูฟอร์มผู้เล่นอีกหลายๆคนต่อไป
“เมื่อวานเป็นเกมที่น่าสนใจมากครับ อย่างที่รู้กันว่า เมืองทอง มีเกมให้เล่นหลายนัด ทั้งแชมเปี้ยนส์ ลีก และไทยลีก แต่นักเตะกลับดูไม่เหนื่อยล้า ดูเป็นมืออาชีพ สำหรับเกมที่สนาม เอสซีจี สเตเดี้ยม กับ ราชนาวี มันเหมือนเกมการซ้อมด้วยซ้ำ เพราะมันไม่ใช่เกมที่ยากเท่าไรสำหรับแชมป์เก่า จากสกอร์ 4-0 ก็สามารถบอกได้แล้วว่า ใครเหนือกว่าในเกมเมื่อวาน” เฮดโค้ชวัย 63 ปี กล่าวกับ FA Thailand

“เมืองทอง เล่นเป็นทีม โค้ชวางแทคติกมาและนักเตะก็เล่นตามนั้น นอกจากนี้ การที่นักเตะเล่นด้วยกันมานาน คุ้นเคยกัน มันทำให้พวกเขาเข้าใจกันเวลาเล่น เมืองทอง มีการสื่อสารในทีมที่ดี ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นตัวสำคัญที่ทำให้ เมืองทอง เก็บสามคะแนนได้ พวกเขาสมควรที่จะเป็นผู้ชนะ”
“อย่างไรก็ตาม ในเกมที่พวกเขาอาจต้องเจอกับ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มันจะเป็นเกมที่หนักสำหรับ เมืองทอง เพราะ กว่างโจว เป็นทีมที่ดีที่สุดในประเทศจีน และมีนักเตะต่างชาติที่เก่งๆเยอะมาก รวมถึงพวกเขามีโค้ชที่เก่ง เกมดังกล่าวจะเป็นงานที่ท้าทายสำหรับ เมืองทอง และจะเป็นตัวบ่งบอกว่าความสามารถที่แท้จริงของพวกเขา ในเกมนั้น เราคงจะได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง และในเกมที่ยากระดับนั้น เราจะได้เห็นว่านักเตะแต่ละคนสามารถทำอะไรได้บ้าง”

เมื่อถูกถามถึงว่าทำไมถึงเลือกไปดูเกมที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม เป็นเกมแรก หลังจากได้เข้ารับงานเฮดโค้ช ทัพช้างศึก อย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มิโลวาน ราเยวัช กล่าวว่า “เพราะมีนักเตะทีมชาติหลายคนที่ลงเล่นในเกมนี้ ซึ่งมันสำคัญต่อเราที่จะได้เห็นความสามารถของพวกเขา และได้เห็นว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง เมืองทอง มีนักเตะทีมชาติในทีมหลายคน การมาดูเกมที่สนาม มันทำให้เราเห็นอะไรหลายๆอย่าง ซึ่งพวกเราก็ได้เห็นและเก็บข้อมูลจากเกมนี้แล้วเช่นกัน”

“ในเกมเมื่อวาน หลายคนเล่นได้ดี กองหน้าอย่าง มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) เล่นได้ดีมากๆ และยิงได้ถึง 2 ประตู รวมถึง เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์), ธีราทร บุญมาทัน และ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา สามคนนี้คุมฝั่งซ้ายได้ดี พวกเขาคุมพื้นที่ได้หมดเลย แต่ทุกๆเกมมันแตกต่างกัน วันนี้เล่นดี พรุ่งนี้อาจจะเล่นไม่ดีก็ได้”

“แน่นอนว่าเราจะเดินทางไปดูเกมอีกหลายๆเกม เช่น วันนี้เราจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะไปดูเกมที่บุรีรัมย์ และอีกกลุ่มจะไปสนามลีโอ สเตเดี้ยม ในเกม บางกอก กล๊าส มันสำคัญที่เราจะต้องเดินทางไปดูเกมการแข่งขันให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้” หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวปิดท้าย