‪เรือยอร์ชเกาะหมากล่ม ช่วย 26 นักท่องเที่ยวปลอดภัยแล้ว

จากเหตุการณ์เรือล่มกลางทะล บริเวณหน้าอ่าวแหลมศอก ซึ่งห่างจากท่าเทียบเรือแหลมศอก ประมาณ 3 กิโลเมตร ในพื้นที่ จ.ตราด โดยรับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยว พร้อมลูกเรือ ทั้งหมด 26 คน อยู่ภายในเรือลำดังกล่าวนั้น

ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และในทะเลมีคลื่นลมค่อนข้างแรง โดยมีนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้เดินทางมาสั่งการด้วยตนเองในที่เกิดเหตุ จากนั้นได้ประสานไปยังฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ให้ส่งเรือตรวจการณ์ 237 ออกให้การช่วยเหลือ พร้อมด้วยเรือตำรวจน้ำแหลมงอบ และเรือประมงของชาวบ้านซึ่งอยู่ในละแวกใกล้เคียงก็ได้เข้าร่วมค้นหาและได้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและลูกเรือลำดังกล่าวไว้ได้ครบ 26 คน และนำกลับขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือกระโจมไฟ เกาะปู บ้านแหลมหิน ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด ก่อนจะนำผู้ประสบเหตุทั้งหมดส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการ สวพ.91 ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่และเรือประมงชาวบ้าน ได้ให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้ครบทั้งหมด 26 คนปลอดภัย และนำส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตราด และโรงพยาบาลกรุงเทพตราด ซึ่งมีอยู่ 2 ราย ที่มีอากาหน้ามืดเกิดจากความอ่อนเพลีย และสำลักน้ำ

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เรือที่ประสบอุบัติเหตุ ได้นำนักท่องเที่ยวพร้อมลูกเรือ รวมทั้งสิ้น 26 คน แล่นเรือลำดังกล่าวจากท่าเทียบเรือแหลมศอก อ.เมืองตราด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ไปเที่ยวในทะเลตราด โดยได้แล่นเรือไปเที่ยวที่เกาะหมาก กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. ได้แล่นเรือมุ่งหน้ากลับท่าเทียบเรือแหลมศอก ระหว่างทางมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับมีลมพัดและมีคลื่นสูง กระทั่งมีคลื่นขนาดใหญ่ น้ำทะเลจึงไหลเข้าลำเรือมากขึ้น

ผู้โดยสารทั้งหมดจึงพากันหนีขึ้นไปอยู่ชั้น 2 พร้อมทั้งสวมเสื้อชูชีพจนครบทุกคน และนำเสื้อชูชีพมาผูกต่อกันเป็นแพ และมีเรือยางให้เด็กๆได้นั่งและผู้ใหญ่ได้เกาะเรือยางด้วย ก่อนที่เรือจะจมล่มทั้งลำ ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งหมดต้องลอยคอในทะเลนานเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนมีเรือประมงหาปลามาพบ และให้การช่วยเหลือจนปลอดภัยทั้งหมด

“น้ำอัดลมไดเอท” เพิ่มความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม-หลอดเลือดสมอง

ใครที่ชอบดื่มน้ำอัดลมไดเอท เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็ยังดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำอัดลมธรรมดา เนื่องจากปราศาจากน้ำตาล หรือ sugar free อาจต้องเปลี่ยนความคิดในเรื่องนี้กันเสียใหม่ เมื่อมหาวิทยาลัยบอสตัน ของสหรัฐอเมริกา พบว่า เครื่องดื่มเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคสสมองเสื่อม และโรคหลอดเลือดสมองได้มากกว่าน้ำอัดลมธรรมดา

โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันของสหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาตัวอย่างที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป จำนวน 4,372 คน เป็นเวลานานถึง 10 ปี เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มที่พวกเขารับประทานเข้าไป และพบว่าคนที่ดื่มน้ำอัดลมไดเอทวันละ 1 กระป๋อง มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคดังกล่าวได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มถึง 2.9 เท่าเลยทีเดียว

ทั้งนี้ เป็นเพราะส่วนผสมในน้ำอัดลมไดเอทที่เรียกว่า “แอสพาร์เทม” (aspartame) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนั้น ส่งผลทำให้หลอดเลือดตีบได้ ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อม และหลอดเลือดสมองนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม็ทธิส เพส หนึ่งในทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยการแพทย์บอสตัน กล่าวว่า แม้ยังไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่น้ำตาล กับ โรคหลอดเลือดสมอง และ สมองเสื่อม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำอัดลมไดเอท

ขณะที่ผลการศึกษาเมื่อช่วงต้นปี โดยมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ของอังกฤษ ก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับน้ำอัดลมไดเอทด้วยเช่นกันว่า การใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลนั้นไม่ได้มีผลต่อน้ำหนักตัว อย่างที่หลายคนเข้าใจกันแต่อย่างใด

ดุร้าย! เหยียวแดงโฉบตาเด็กๆ และชาวบ้าน ทำขวัญผวาทั้งบาง

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเหยียวแดงนิสัยดุร้ายมาก ทำร้ายชาวบ้านและเด็กๆ บริเวณหมู่บ้านโค้งหัวด่าน หมู่ที่ 10 ต.เกวียนหัก อ.ขลุง จ.จันทบุรี ชาวบ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกันดี เพราะไม่อยากทำร้ายเหยียวแดงตัวนี้ จึงวอนสื่อช่วยเหลือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยจับเหยียวแดงไปไว้ที่อื่น

หลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ พบชาวบ้าน และเด็กที่ถูกทำร้าย โชว์บาดแผลที่ถูกเหยียวแดงทำร้าย โดยชาวบ้าน เล่าว่าเหยียวแดงตัวนี้ดุร้ายมาก ชอบมาบินหากินบริเวณนี้ และบริเวณนี้ก็มักมีเด็กๆ และผู้คนมา ออกกำลังกายกันเป็นประจำ รวมทั้งผู้คนที่สัญจรไปมา ก็มักจะถูกเข้าทำร้ายเป็นประจำ จนผู้ปกครองต้องหาหมวกกันน็อกมาไวัให้เด็กๆ ใส่กันเพื่อป้องกันเหยี่ยวแดงทำร้าย

นายอนันตชัย อายุ 40 ปี เคยโดนเหยียวแดงโฉบมาจิกลูกตาบาดเจ็บเมื่อวันก่อน กล่าวว่า ตนเองจะออกมาเล่นฟุตบอลตอนเย็นทุกวัน และได้มีเหยียวแดงมาเกาะอยู่บริเวณนี้ พอตนเองหรือชาวบ้าน รวมทั้งเด็กๆ ที่มาออกกำลังกาย จังหวะเผลอๆ ก็จะบินมาโฉบตา โฉบหัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อเด็กๆ ซึ่งมีชาวบ้านและเด็กๆ โดนกันหลายคนแล้ว ส่วนตนเองโดนเหยียวแดงบินมาจิกที่ลูกตา ซึ่งโดนเล็บของเหยียวแดงจิกเข้าที่ตาขาว

ทั้งนี้ตนเองคาดว่าน่าจะเป็นเหยียวที่มีคนเลี้ยงไว้ และได้ปล่อยออกมาหาอาหาร ซึ่งเหยียวธรรมชาติจะอยู่กันเป็นฝูง ทั้งนี้อยากให้มีเจ้าหน้าที่ได้มาจับเหยียวตัวนี้ออกไป หากปล่อยไว้อาจจะเกิดอันตรายต่อชาวบ้านและเด็กซ้ำอีก โดยชาวบ้านไม่คิดอยากจะทำร้าย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่จับไปอยู่ที่อื่นแทน ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ถ่ายทำอยู่ เหยียวแดงก็ได้บินเข้าจะทำร้ายเด็กๆ ต่อหน้าผู้สื่อข่าว จนเด็กๆ ร้องกันเสียงดัง

เยาวชน 3 คนที่เพิ่งโดนล่าสุด กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องใส่หมวกกันน็อก ก็เพราะกลัวเหยียวจิกตา ซึ่งเวลาเดินเล่น และขี่จักรยานมาออกกำลังกายก็ต้องหมวกกันน็อกเช่นนี้เหมือนกัน ซึ่งเด็กๆ ในหมู่บ้านรู้สึกหวาดกลัว

นายไชยา ยนต์พักตร์ อายุ 46 ปี สท.หมู่ที่ 10 กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล และจับไปไว้ที่อื่น เพราะตนไม่อยากทำร้ายเหยียวแดงตัวนี้

ขณะที่ชาวบ้านกล่าวว่า อันตรายมากที่มีเหยียวแดงมาอยู่บริเวณนี้ ทำให้ในช่วงที่เด็กๆ ไปโรงเรียนจะอันตรายมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยจับเหยียวแดงตัวนี้ออกจากพื้นที่ให้ด้วย

เคล็ดลับสายเมา ดื่มอย่างไรไม่ต้องให้ใคร มาลากกลับบ้าน

เมื่อเลี่ยงงานสังสรรค์ไม่ได้ก็ต้องมีเทคนิคกันหน่อย ว่าดื่มอย่างไรจึงจะไม่เมาแอ๋ อ้วกแตก จนเพื่อนต้องลากกลับบ้าน

แม้บรรดาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพหากดื่มในปริมาณมากเกินไป ทว่าในความเป็นจริง หลายคนจำเป็นต้องดื่มเพื่อเข้าสังคม รวมถึงร่วมงานปาร์ตี้สังสรรค์ตามโอกาส จึงอาจหลีกเลี่ยงการดื่มได้ยาก

แต่ถึงอย่างนั้น เราก็สามารถร่วมสนุกกับงานเลี้ยงต่างๆ ในขณะที่ดื่มได้

หาอะไรรองท้อง
ข้อนี้ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกที่เมาง่ายเมาเร็วเพราะไม่กินอะไรรองท้องมาก่อน ถึงแม้การกินอาหารก่อนดื่มจะไม่สามารถป้องกันการเมาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันช่วยได้ระดับหนึ่งอย่างแน่นอน

ดื่มนมเคลือบกระเพาะ
ในกรณีที่มาแบบกะทันหัน แล้วที่งานไม่มีอาหารให้รองท้องเลย ลองหานมมาดื่มสักแก้วเพื่อเคลือบกระเพาะอาหารเอาไว้ก่อน ดีกว่ากระดกเหล้าในขณะที่ท้องว่าง ไม่งั้นโอกาสเมามีสูง

ตั้งเป้าปริมาณที่จะดื่ม
เราเชื่อว่านักดื่มหลายคนรู้ลิมิตตัวเอง ว่าดื่มได้มากน้อยแค่ไหนกับเครื่องดื่มประเภทใดบ้าง เนื่องจากแต่ละคนมีลิมิตที่แตกต่างกัน ซึ่งเอาให้ชัวร์ว่าจะไม่เมาจนขาดสติแน่ๆ ก็ตั้งเป้าเลยว่าวันนี้จะดื่มกี่แก้ว

จิบน้ำเปล่าเป็นระยะ
ทั้งก่อนดื่ม ขณะดื่ม และหลังดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้จิบน้ำเปล่าไปเรื่อยๆ เพื่อชะลอการดูดซึมแอลกอฮอล์ รวมถึงเป็นการเว้นจังหวะให้คุณได้วางมือจากแก้วเหล้าเป็นพักๆ

เลี่ยงเครื่องดื่มหลากชนิดในคืนเดียว
บางคนอยากโชว์คอทองแดงให้คนอื่นได้รับรู้ ด้วยการดื่มเครื่องดื่มหลากชนิดผสมปนเปในคืนเดียวกัน เช่น หัวค่ำเริ่มต้นจิบไวน์เบาๆ สักพักเพิ่มดีกรีมาดื่มวิสกี้เพียวๆ ตกดึกก็ซัดเบียร์ตบท้าย แบบนี้จะไม่วิ่งไปอ้วกได้อย่างไร

พฤติกรรมการดื่มแบบนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน ดังนั้นทางที่ดีเลือกไปเลยว่าคืนนี้จะดื่มเครื่องดื่มประเภทไหน หรือหากอยากดื่มหลายชนิดจริงๆ แนะนำให้เว้นช่วงสัก 30-60 นาที ก่อนเปลี่ยนไปดื่มอีกอย่างหนึ่ง

อย่ามิกซ์เครื่องดื่มประเภท Energy กับแอลกอฮอล์
เพราะมันคือตัวการที่จะทำให้คุณเมาจนวิ่งไปอ้วกแทบไม่ทัน ด้วยความที่ช่วยให้ดื่มง่าย จึงทำให้คุณกระดกหมดแก้วไวแบบไม่รู้ตัว

ค่อยๆ จิบเพื่อละเลียดความละมุน
หากไม่อยากเมาหัวราน้ำ แต่ต้องการซึมซับรสชาติของเครื่องดื่มแก้วโปรดให้เต็มที่ แนะนำให้ค่อยๆ จิบไปทีละนิด

หวาดเสียว! ด.ช. 4 ขวบวิ่งหลงบนทางด่วน รถขับหลบชุลมุน

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11:00 น. ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดในอุโมงค์ทางด่วนหนึ่งในเขตปกครองตนเองชนชาติเหมียวและถู่เจีย เผิงสุ่ย นครฉงชิ่ง ปรากฏภาพของเด็กชายวัย 4 ขวบคนหนึ่ง หลงอยู่ในอุโมงค์ วิ่งย้อนศรอยู่กลางถนน รถที่สัญจรผ่านกว่า 7 ขับต้องเบรกรถหลบกันชุลมุน เคราะห์ดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งก็รุดไปนำตัวเด็กชายออกมาทันที

ตามรายงานระบุว่า หลังจากเจ้าหน้าที่พาตัวเด็กชายลงมาทางด่วนแล้ว พบว่าเด็กชายไม่สามารถสื่อสารได้เป็นปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเด็กอาจมีภาวะพิการหูหนวกเป็นใบ้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ซื้ออาหารมาให้ทาน พร้อมดูแลและเล่นเป็นเพื่อน

กระทั่ง 2 ชั่วโมงต่อมา ก็สามารถตอดต่อพ่อแม่ของเด็กชายได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ว่ากล่าวตักเตือนไป รวมทั้งฝากถึงผู้ปกครองท่านอื่นที่อาศัยอยู่ใกล้ถนนด้วยว่าให้ใส่ใจดูแลบุตรหลานให้ดี ด้วยเหตุการณ์ที่มีเด็กหลงอยู่บนทางด่วนเหมือนอย่างเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์อันตรายมากจริงๆ

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก อะไรบ้างที่แม่ท้องอ่อนต้องระวัง

ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่แม่ท้องต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ เรามาดูกันว่า ข้อห้ามสำหรับคนท้อง3เดือนแรก มีอะไรบ้าง

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก

ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์นั้น เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ฮอร์โมนในร่างกายที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง และลูกน้อยในครรภ์เริ่มเจริญเติบโต คุณแม่ท้องอ่อนจึงควรจะต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิตและเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่จะเกิดขึ้น ข้อห้ามสำหรับคนท้อง3เดือนแรก มีดังนี้

– แม่ท้องอ่อนไม่ควรหาซื้อยามาทานเองโดยไม่จำเป็น และควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณแม่และลูกในท้อง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก

– ไม่ทานอาหารที่ปรุงไม่สุก เนื้อสัตว์กึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารทะเลสดที่ไม่ได้ผ่านการปรุงสุก และไข่ดิบ เพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายซึ่งสามารถติดต่อไปสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรกได้

– หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีมลพิษ เช่นสถานที่ที่มีหมอกควัน บริเวณที่รถติดมากๆที่ทำให้แม่ท้องต้องสูดดมควันพิษจากท่อไอเสีย

– เลิกสูบบุหรี่และอยู่ให้ห่างจากควันบุหรี่ สารนิโคตินในบุหรี่สามารถส่งผ่านไปยังทารกทางรกได้ ซึ่งจะเข้าไปกดการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ ไม่ว่าจะมาจากการที่แม่ท้องสูบบุหรี่เองหรือจากควันบุหรี่มือสองก็ตาม

– งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะไปทำลายเซลล์ประสาทซึ่งทำให้ทารกมีปัญหาการเจริญเติบโต มีปัญหาด้านความจำ และนอกจากนั้นยังทำให้เด็กทารกมีร่างกายที่ผิดปกติ สายตาสั้น จมูกแบน ปลายจมูกเชิดขึ้น บริเวณ
ส่วนกลางใบหน้ามีการพัฒนาน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเฉพาะของทารกที่เกิดจากมารดาดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Fetal alcohol syndrome

– พยายามไม่เครียด เพราะความเครียดของคุณแม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของลูกในท้อง อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสที่จะเกิดการแท้งบุตรเพิ่มขึ้น

– คนท้อง 3 เดือนแรกไม่ควรอดอาหาร เพราะนั่นจะเป็นการทำร้ายลูกในครรภ์ไปในตัวเนื่องจากขาดสารอาหารอย่างเช่น ธาตุเหล็ก กรดโฟลิก วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์

– ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก อีกอย่างหนึ่งคือในระหว่างนี้คุณแม่ท้องอ่อนไม่ควรแช่น้ำร้อนหรืออบซาวน่า เพราะจะทำให้อุณภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำ เกิดอาการออกซิเจนไปเลี้ยงลูกในครรภ์ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดและทำให้เด็กมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ได้

คำแนะนำสำหรับคนท้อง 3 เดือนแรก

– ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

– ดื่มนมอย่างน้อย 600 มิลลิลิตรทุกวันเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ

– ทานอาหารมื้อละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง

– ออกกำลังกายอย่างพอดี

– เข้าพบคุณหมอตามนัดทุกครั้ง

– ดื่มน้ำมากๆ

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ งีบหลับตอนกลางวันถ้ามีเวลา

เร่งติดตามตัว ไกด์พา นทท.จีนปีนกำแพงโบราณสถาน หวังเข้าชมฟรี

ส.ต.ต.กรณ์ รัตนจันทร์ ผบ.หมู่ (ป.) สายตรวจจักรยาน สภ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นผู้ถ่ายคลิป เปิดเผยว่า ได้พบเห็นมัคคุเทศก์ชายรายหนึ่ง พากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ปีนกำแพงด้านติดกับลานจอดรถอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นประตูปิดตาย โดยรอบเป็นกำแพงโบราณสถาน เพื่อที่จะเข้าไปในวัดพระศรีสรรเพชญ์ โดยไม่ได้มีการซื้อบัตรเข้าชมวัดแต่อย่างใด

ทางเจ้าหน้าที่สายตรวจจักรยานจึงได้เข้าไปแจ้งข้อมูลให้มัคคุเทศก์คนดังกล่าว ต้องทำการซื้อบัตรเข้าชมเสียก่อน แต่กลับได้รับคำตอบว่า “เข้าวัดก่อน รับรองเดี๋ยวขากลับจะออกมาซื้อ” พร้อมพยายามให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปในวัด จนเจ้าหน้าที่สายตรวจได้พยายามเข้าไปชี้แจงหลายครั้ง สุดท้ายมัคคุเทศก์คนดังกล่าวจึงได้ยอมซื้อบัตรเข้าชมโบราณสถานในที่สุด

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า มัคคุเทศก์คนดังกล่าวชื่อ นายปรัชญาธรณ์ ฉันทยานนท์ ใบอนุญาตมัคคุเทศก์เลขที่ 11-62108 จึงได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ส่งเรื่องไปยังนายทะเบียนสาขาทีนายปรัชญาธรณขึ้นทะเบียนอยู่ ดำเนินการเรียกตัวมาชี้แจง และดำเนินการตามอำนาจต่อไป

4 บทเรียนจากการยื่นภาษี ที่สามารถปรับใช้ในปีต่อไป

ฤดูกาลยื่นภาษีสำหรับคนไทยก็ได้ผ่านพ้นไปแล้วนะคะ แต่ก่อนที่คุณจะสบายใจและผ่อนคลายหลังจากที่ได้ยื่นภาษี เรามาใช้เวลาสักครู่เพื่อทบทวนตัวเองกันก่อนดีกว่า ว่าวันที่ต้องยื่นภาษีคุณเกิดความเครียดหรือไม่? ถ้าคำตอบคือใช่ ถึงเวลาแล้วที่จะมาอ่านบทเรียนสำคัญ ที่คุณสามารถนำเอาไปปรับใช้ในการยื่นภาษีปี 2018 ได้ เรารับประกันได้เลยว่า เมื่อคุณอ่านบทเรียนเหล่านี้แล้ว คุณจะไม่เกิดความเครียดเมื่อต้องยื่นภาษีต้นปีหน้าแน่นอนค่ะ!

บันทึกรายได้และเก็บรวบรวมเอกสารทั้งหมดของคุณ

โดยเฉพาะอย่าลืมบันทึกเกี่ยวกับภาษีที่คุณต้องจ่ายในระหว่างปี นอกเหนือจากรายได้จากงานประจำ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการทำงานอิสระ เงินปันผล การลงทุน และการจ่ายดอกเบี้ย คุณจะได้รู้คร่าว ๆ ว่าในปีนั้น ๆ คุณจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่ คุณจะได้มีเวลาในการเตรียมเงินภาษี ทำให้คุณไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาทางด้านการเงินของคุณในช่วงที่ต้องเสียภาษี

คุณต้องเก็บเอกสารที่จำเป็นในการยื่นภาษีของคุณทั้งหมด ตลอดจนเอกสารจากธนาคาร บริษัทที่ลงทุน และบริษัทที่จดจำนองของคุณ ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญในการยื่นภาษี โดยเอกสารเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกส่งให้คุณในเดือนมกราคมค่ะ

นอกจากนี้ หากคุณบริจาคเงินเพื่อการกุศล คุณจะต้องมีเอกสารรับรองหรือใบเสร็จรับเงินด้วย หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก คุณจะต้องมีใบเสร็จจากการซื้อของทั้งหมด หากคุณวางแผนจะลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล คุณจะต้องมีใบเสร็จจากโรงพยาบาลที่คุณไปรักษา เพราะสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากในการลดหย่อนยื่นภาษีของคุณ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะต้องเก็บเอกสารเหล่านี้เอาไว้เป็นอย่างดี

การหักลดหย่อนภาษี

การหักลดหย่อน หมายถึง รายการต่าง ๆ ที่กฎหมายได้กำหนดให้หักได้เพิ่มขึ้น หลังจากได้หักค่าใช้จ่ายแล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีให้แก่ผู้เสียภาษี ก่อนนำเงินได้ที่เหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งรายการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ ดังนี้

1. การหักลดหย่อนบุคคลธรรมดา ผู้มีเงินได้ 30,000 บาท
2. สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท
3. บุตรให้หักสำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้
4. ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของผู้มีเงินได้ สามารถหักลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท
5. ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท
6. ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
7. ค่าเบี้ยประกันชีวิต สามารถหักลดหย่อนและยกเว้นได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
8. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
9. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกองทุนสงเคราะห์
10. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) สามารถหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
11. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
12. ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ให้ได้รับลดหย่อนและยกเว้นได้ตามที่จ่ายจริง
13. เงินสมทบกองทุนประกันสังคม หักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม
14. เงินสะสมที่สมาชิกจ่ายเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนการออมแห่งชาติ
15. ค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ
16. ค่าซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP : One Tambon One Product)
17. เงินได้ที่จ่ายไปเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่เป็นอาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด
18. เงินบริจาค เป็นรายการลดหย่อนสุดท้ายก่อนนำเงินได้ไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า
19. การหักลดหย่อนในกรณีผู้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี ให้หักลดหย่อนได้เสมือนผู้ตายมีชีวิตอยู่
20. การหักลดหย่อนในกรณีกองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง ให้หักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ 30,000 บาท
21. การหักลดหย่อนห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
22. การหักลดหย่อนวิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน

หากคุณทำพลาดในการยื่นภาษี คุณสามารถแก้ไขได้

เวลายื่นภาษีอาจทำให้หลายคนทำผิดพลาดได้ โดยเฉพาะคนที่ต้องยื่นภาษีด้วยตนเอง อย่างไรก็ดีกรมสรรพากรไม่มีพนักงานที่จะมาคอยตรวจสอบผู้คนจำนวนมากที่ยื่นภาษีทุกคนได้ แต่พวกเขาจะไปตรวจคนที่มั่งคั่งหรือคนที่มีผลตอบแทนทางภาษีที่น่าสงสัยมากกว่าค่ะ ดังนั้นหากคุณพบว่าคุณทำผิดพลาดในขณะที่คุณยื่นภาษี คุณก็สามารถขอยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลได้โดยไม่ยุ่งยากค่ะ โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

1. Log in เข้าสู้ระบบที่ www.rd.go.th
2. กดเลือกที่ ภงด 90/91 (หน้าเดียวกับการยื่นภาษีใหม่)
3. หน้าจอจะแสดงเลขที่แบบการยื่นภาษีที่คุณยื่นไว้แล้ว
4. กดเลือกตรงเลขที่แบบการยื่นภาษี
5. หน้าจอจะแสดงแบบที่คุณยื่นนั้น
6. กดเลือก “ยกเลิก” ที่อยู่ด้านล่างสุดของหน้าจอ

เพียงเท่านี้นี้คุณก็ได้ยกเลิกเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนยื่นใหม่ก็ทำตามขั้นตอนปกตินะคะ การยื่นภาษีเป็นหน้าที่อย่างหนึงของคนไทยที่มีคุณสมบัติในการยื่นภาษีต้องทำนะคะ เพราะภาษีที่คุณเสียไป ก็เป็นเงินที่เอาไปพัฒนาประเทศชาติต่อไปนั่นเองค่ะ

เร่งสอบ 3 ชายสูงอายุภาพหลุด นอนกับสาวสักนกฮูก ใช่บิ๊กขรก.หรือไม่?

กรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพ ชายสูงอายุจำนวน 3 ภาพกำลังหลับนอนกับเด็กสาว ซึ่งมีหญิงสาวที่สักรูปนกฮูกที่หน้าอกนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า ทางตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กำลังเร่งตรวจสอบ ว่า ภาพชายสูงอายุจำนวน 3 ภาพที่มีการส่งต่อกันในไลน์นั้น เป็นข้าราชการระดับสูงของ จ.แม่ฮ่องสอนหรือไม่ โดยคาดว่าจะทราบผลสอบเร็วๆนี้

ขณะที่วันเดียวกัน หลังมีการแชร์ภาพในกลุ่มไลน์หลายกลุ่มที่ใช้กันในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ เป็นภาพชายสวมเสื้อสีขาว กางเกงสีขาว นั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วมีหญิงสาวรายหนึ่งนั่งตัก และผู้ชายกำลังกอดรัดผู้หญิงอยู่ในอ้อมกอด โดยมีการวิจารณ์ว่าชายในภาพดังกล่าวเป็นผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์

ล่าสุด นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุตรดิตถ์ และอดีตผู้ว่าราชการ จ.แม่ฮ่องสอน ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ลงในกลุ่มไลน์อุตรดิตถ์พัฒนา ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีหัวหน้าส่วนราชการ และภาคส่วนต่างๆร่วมอยู่ด้วยถึงดังกล่าวว่า “คงเป็น สัตว์นรก ใจถึงสกปรกได้เพียงนี้ ขยายรูปจะเห็นชัดเจนว่ารูปมันเอาคนใส่นาฬิกาข้างซ้ายมาตัดต่อ

เจ้าแม่ตะเคียนทองเข้าร่าง ด.ญ.วัย 14 บอก”เอาน้องสาวขึ้นมาด้วย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. เซียนหวยและชาวบ้านกว่า 300 คน แห่กันมาดู ต้นตะเคียน อายุกว่า 200 ปี หลังนำขึ้นมาจากบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา บ้านท้องคุ้ง หมู่ 11 ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท โดยใช้รถแบคโฮทำการดึงขึ้นมาบนบก และนำขึ้นรถบรรทุกเพื่อนำมาวางไว้ที่วัดศาลาขาว ต.ตลุก อ.สรรพยา ทำความสะอาดและพิธีบวงสรวงเจ้าแม่ตะเคียนทอง ให้ผู้คนได้กราบไหว้และขอโชคขอลาภ

โดยในระหว่างที่นำต้นตะเคียน ความยาว 13.63 เมตร กว้าง 3 เมตร ลงวางในจุดที่จัดเตรียมไว้นั้น มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับ ด.ญ.ภาวินี อายุ 14 ปี ที่มาดูเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ดีๆ ก็เกิดเปลี่ยนเป็นคนละคน

และบอกกับชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ด้วยท่าทีประหลาดว่า “เอาน้องสาวขึ้นมาด้วย” พูดด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา จนต้องรีบอุ้มไปไว้ในโบสถ์ของวัดหน้าพระประธาน จากนั้นก็กลับมาพูดคุยได้เหมือนปกติ แต่มีอาการเหนื่อยมือเท้าชา คล้ายคนหมดแรง ทางแม่และชาวบ้านต้องรีบปฐมพยาบาลกันอุตลุด

นายอิทธิพล อายุ 54 ปี ชาวบ้านละแวกวัด เปิดเผยว่า ตอนแรกไปหาปลา บริเวณที่พบต้นตะเคียน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร นึกว่าเป็นต้นไม้ ท่อนไม้ใหญ่ๆ ธรรมดา ไม่คิดว่าจะเป็นต้นตะเคียน พอตอนที่จะกลับบ้านหลังหาปลาเสร็จก็ได้ยินเสียงเรียกคล้ายกับผู้หญิง จึงไปปรึกษากับทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน

ทุกๆ คนต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ต้องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่างแน่นอน ไม่น่าจะใช่ต้นไม้ธรรมดา ก็พากันไปตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นต้นตะเคียนที่มีความยาวถึง 13 เมตร ทำให้ทุกๆคน อยากที่จะนำมาไว้ในวัด ตามเสียงเรียกของ เจ้าแม่ตะเคียนทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นโชคเป็นลาภให้กับคนในท้องถิ่น

ทั้งนี้ บรรดาเซียนหวยต่างก็ตีเลขเด็ดตามเลขของวันที่เอาเจ้าแม่ตะเคียนทองขึ้น คือวันที่ 6 เลยเก็งเลข 06 และอีกเลขที่คิดว่าต้องมาอย่างแน่นอนคือเลข 13 ซึ่งเป็นความยาวของต้นตะเคียนต้นดังกล่าว