เนื้อมนุษย์ที่ปาปัว นิว กินี


เมนูนี้เป็นเมนูเฉพาะที่ ปาปัว นิว กินี เท่านั้น โดยการกินเนื้อมนุษย์ที่ตายแล้วไม่ว่าจะเป็นคนที่รู้จักหรือไม่รู้จักกันก็ตาม หรือเป็นคนชนเผ่าเดียวกัน เป็นญาติ พ่อ แม่ พี่น้องก็ตาม ที่ปาปัว นิว กินี กินหมด

โดยวิธีที่เขากินก็คือ เมื่อมีคนในเผ่าตายไม่ว่าจะใครก็ตาม พวกเขาจะไม่ฝังหรือเผาศพนั้น แต่จะนำศพที่ตายไปไว้บนตระแกรงที่เคยใช้เป็นประจำ โดยมีความสูงเหนือศีรษะของคนในเผา ตั้งศพไว้อย่างนั้นรอจนกว่าจะขึ้นอืด เมื่อขึ้นอืดได้ที่คนในเผาจะมารวมตัวกันนำเครื่องเทศต่างๆ ของชนเผ่าที่มีความคลายกับการกินเมี่ยงบ้านเรา ที่มีใบเครื่องเทศต่างๆ จับเป็นกระทง

จากนั้นก็เริ่มโซ้ยแหลก โดยการนำไม้แหลมๆ มาทิ่มที่ศพให้เป็นรูๆ ให้น้ำเหลืองไหลออกมาแล้วก็เอากระทงมารองน้ำเหลืองกินอย่างเอร็ดอร่อย จนกว่าน้ำเหลืองจะหมดตัว จากนั้นก็นำเนื้อไปต้มหรือทำเมนูต่างกินกันต่อ

ซุปตัวอ่อนมนุษย์


เป็นเมนูที่มีอยู่จริงในประเทศจีน โดยการนำตัวอ่อนมนุษย์ที่ตายแล้วหรือที่เสียชีวิตขนาดที่คลอดออกมาแล้ว มาตุ๋นเป็นยาจีนสมุนไพร ว่ากันว่ายิ่งเป็นเด็กผู้ชายยิ่งดี

ชาวจีนเชื่อว่าหากได้ทานเมนูนี้เข้าไปจะช่วยเสริมสร้างคุณค่าทางอาหารที่ดีมากๆ เมนูนี้หากินได้ยากมากๆ เพราะเป็นเมนูที่ผิดกฎหมาย แต่ทว่าก็มีแอบทำกินกันแบบลับๆ หรือต้องมีการสั่งเป็นกรณีพิเศษ

เนื้องูอร่อยยังกะกินไก่

เมนูสุดพิสดารลูกชิ้นงู เริ่มต้นตั้งแต่การฆ่างูและจับงูมาแขวน ใช้มีดกรีดเนื้อหนังของงูอย่าให้พิษของงูซึมเข้าเนื้ออาจจะทำให้เป็นอัมพาตหรือตายได้ ดีงูอาจจะขมเล็กน้อยควรแยกเอาไว้ทำเมนูอื่น จากนั้นนำเนื้องูไปบดเพื่อและเอามาปรุงรสชาติ จากนั้นนำไปแปรรูป งูมีหลากหลายชนิดซึ่งในแต่ละชนิดเหมาะแก่การนำมาทำอาหารได้แตกต่างกัน ยากที่สุดของเมนูเหล่านี้คือการหางูนี่แหละ.

เมนูสุดเด็ดและวิธีการทำพร้อมเครื่องปรุง
งูเห่าผัดพริกไทยดำ

ส่วนผสมงูเห่าผัดพริกไทยดำ
งูเห่า
พริกไทยดำเม็ดแห้ง 1 ช้อนชา
พริกขี้หนูสวน 4-5 เม็ด
กระเทียมประมาณ 6 กลีบ
ใบโหระพา 2 ช่อ ( ถ้ามีใบยี่หร่าให้ใช้แทนใบโหระพา )
พริกใหญ่แดง 5-6 เม็ด
รากผักชี 2-3 ราก
เครื่องปรุงรส น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช น้ำมันหอย

วิธีการทำเห่าผัดพริกไทยดำ
นำพริกขี้หนูสวนไม่เด็ดก้านโขลกกับกระเทียมรากผักชีพอแหลก
นำงูเห่ามาตัดหัวผ่าท้องควั่นหาง ลอกหนังดึงเครื่องในทิ้ง (แยกดีงูไว้กินกับเหล้าขาว แซ่บเวอร์)
นำเนื้องูมาล้างน้ำไหลผ่านจากก๊อกน้ำ (ไม่ควรแช่ไว้ในอ่างเพราะอาจจะมีพิษตกค้าง)
นำมาแล่เอาแต่เนื้องู เศษเนื้องูติดกระดูก (เอาเก็บไว้ทำทอดกระเทียม)
ตั้งกระทะไฟร้อนๆ (ไฟแรงสุด) เทน้ำมันพร้อมกระเทียมโขลกรากผักชี ทอดให้เหลืองเล็กน้อย
ใส่เนื้องูลงพร้อมปรุงรส (อย่าพึ่งให้สุกในจังหวะนี้เพราะจะทำให้แข็ง) เติมน้ำสุกครึ่งถ้วยน้ำจิ้ม รอให้น้ำเดือดระเหยเล็กน้อยเนื้องูจะใกล้สุกพอดี จากนั้นใส่ พริกไทยดำ โหระพา(หรือยี่หรา) ลงพร้อมพริกใหญ่แดงหั่น ลงไปคนให้เข้ากัน
จัดใส่ลงจาน พร้อมเสิร์ฟรับรองอร่อยชัวร์


ต้มแซ่บงูสิงใบมะขามอ่อน

ส่วนผสมต้มแซ่บงูสิงใบมะขามอ่อน
พริกสด (พริกขี้หนู หรือ พริกชีฟ้า)
ข่า
ตะไคร้
หอมแดง
ข้าวคั่ว
สะระแหน่
กระเทียม
ใบโหระพา
วิธีการทำต้มแซ่บงูสิงใบมะขามอ่อน
ตั้งน้ำในหม้อให้เดือด
ตำพริกสด หั่น ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง พร้อมด้วยเครื่อง
นำงูมา ตัดหัวออก สับเป็นท่อน ท่อนละ 1 คืบ
ใส่เครื่องปรุงพร้อมเนื้องูในน้ำเดือด และ เทเหล้าลงไปเล็กน้อยเพื่อดับกลิ่นคาวงูสิง ปรุงรส
จากนั้นใส่ใบมะขามอ่อนประมาณ 1 กํามือ
ปรุงรสตามใจชอบ
จัดใส่ลงภาชนะใส่ข้าวคั่วเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟรับรองอร่อยชัวร์

ข้อควรระวัง  ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านการจับงูอย่าไปเสี่ยงจับ ซื้อกินตามร้านง่ายกว่า

อาหารรสเลิศที่ต้องลองซักครั้ง ซุปแมลงสาบ


สิ่งมีชีวิตที่เรียกได้ว่าอยู่ยงคงกะพันมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ วงจรชีวิตไม่สมบูรณ์ คือ ไม่เป็นตัวหนอนและดักแด้ จากไข่และกลายเป็นตัว มีกระจายอยู่ทั่วโลก ชนิดพันธ์แมลงสาบมีมากกว่า 9000 ชนิด มีปีกและไม่มีปีก ขนาดเล็กใหญ่มากมาย ความยาวนานของอายุที่มีอยู่มาอย่างยาวนานของแมลงสาบ พร้อมกับอัตราการเกิดที่น่าตกใจ 300-400 ตัวต่อ 4 วัน (จะเยอะไปไหน) การลองลิ้มชิมรสสัมผัสกับแมลงสาบจึงได้เกิดขึ้น (ใครเป็นคนริ่เริ่มคิดว่ะเนี่ย) ซุปแมลงสาบ แมลงสาบต้มน้ำตาล แมลงสาบทอด ต้มยำแมลงสาบ หรือ จะเป็นของหวานแมลงสาบหน้าขนมปัง เมนูต่างๆเหล่านี้จึงถือกำเนิดขึ้น

การกินแมลงสาบให้อร่อย (มีวิธีการกินด้วย)
มีการบอกกล่าวถึงเมนูแมลงสาบที่กินแล้วให้รสชาติดีที่สุด (ไม่รู้ใครไปตะเวนกิน) คือการกินเป็นซุป (ต้มน้ำซุปแนวตุ๋นยาจีน) มีการใส่เครื่องเทศเพื่อเพิ่มรสชาติ และ เป็นการช่วยในการขับของเสีย ไม่ว่าจะเป็น ชวงเจีย เฉ่าโก่ว กระวานดำ ผงเครื่องทรา กานพลู ตะไคร้ ชะเอมเทศ นำมาปรุงเป็นส่วนผสม ใช้เวลาในเคี่ยวประมาณ 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้รสชาติของแมลงสาบไหล ซึมออกมารวมกับเครื่องเทศที่เราเตรียมเอาไว้ เสริมพร้อมข้าวสวยร้อนๆอร่อยเหาะ (มันใช่เหรอ)

นอกจากซุปแสนหอม (น่าจะเป็นเพราะเครื่องเทศ) ยังมีอีกหลายเมนูที่ น่าไปลองลิ้มชิมรส
แนวโน้มการผลิตในอนาคต (ยังจะมีต่อ)
เพราะแมลงสาบเป็นสัตว์ที่จะครองโลกได้เนื่องจาก เป็นไปได้ยากหากจะเกิดการสูญพันธ์ เพราะมีการดำรงอยู่มามากกว่า 100 ล้านปี พร้อมทั้งการเพิ่มจำนวนแบบมากมายโดยที่สัตว์หรือแมลงชนิดอื่นๆไม่สามารถทำได้ การส่งออกนอกถึงอาหารและวิธีการผลิต การทำซุปกระป๋องแมลงสาบจะกลายเป็นตัวเลือกหนึ่งในสังคมระดับประเทศ และ ก้าว เข้าสู่ระดับโลกในไม่ช้า (ม่ายยยย) การทำซุปกระป๋องแมลงสาบจะมีทั้ง ซุปแมลงสาบต้มเกลือ เพื่อที่จะได้รับรสชาติของแมลงสาบเต็มๆ (จะดีเหรอ) ซุปแมลงสาบผสมแป๊ะก๊วย เครื่องเทศจีนจะช่วยกระตุ้นความหอม และ ดึงรสชาติที่น่าลิ้มลอง

ปลาประหลาดโผล่จีน เล่นเมนูเปิบพิสดาร


ปลาหน้าตาประหลาด มีครีบคล้ายมือและเท้า หน้าตาคล้ายจะบอกข่าวร้ายอยู่ตลอดเวลา อาจเป็นปลาหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวที่สุดในโลก แทนที่ “บล็อบฟิช” ปลาอารมณ์บูดก็เป็นได้ ล่าสุดถูกขายต่อเป็นเมนูพิสดารให้ภัตตาคารแห่งหนึ่งในจีนแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พบปลาหน้าตาประหลาด มีครีบคล้ายมือและเท้า ซึ่งเชื่อว่าใช้ในการคืบคลานใต้ท้องทะเลลึกโผล่ที่ประเทศจีน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปลาชนิดดังกล่าวอาศัยอยู่ในทะเลลึก ทางตอนใต้ของจีน สามารถทนต่อมลพิษได้สูง

ซึ่งขณะนี้ข่าวระบุว่า ปลาประหลาดถูกขายต่อให้กับภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองฟูเจี้ยน ทางภาคตะวันออกของประเทศ เพื่อนำไปเสิร์ฟเป็นอาหารจานเด็ดจำพวกเปิบพิสดารแล้ว การปรากฏตัวของปลาหน้าตาน่าเกลียด อาจทำให้ “บล็อบฟิช” ปลารูปร่างหน้าตาแปลกประหลาด คล้ายคนเศร้าตลอดเวลา ซึ่งถูกค้นพบบริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียก่อนหน้านี้ ตกอันดับปลาหน้าตายอดแย่ก็เป็นได้

มาพบกับอาหารพิสดารแปลกๆ จากทั่วทุกมุมโลก

อาหารถือได้ว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกวัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นอยู่ของคนจากแต่ละพื้นที่บนโลกใบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะอาหารการกินของคนในแต่ละพื้นที่นั้นก็ต้องมาจากความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม ที่ทำให้พวกเขาสามารถสร้างอาหารเหล่านั้นขึ้นมาได้ 

1.ปลาดาวทอด – ปกติแล้วเรามักจะเห็นว่าปลาดาวคือสัตว์น้ำใต้ท้องทะเลที่มีความสวยงาม มีเสน่ห์ชวนให้หลงใหลอยู่ในตัวเอง ทว่าประเทศจีนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศจอมเปิบพิสดารประเทศหนึ่งของโลกก็ได้จัดการนำเอาปลาดาวสุดสวยนี้มาทำเมนู ปลาดาวทอด เสียอย่างนั้น โดยคนที่เคยกินเมนูนี้ระบุเอาไว้ว่ารสชาติมันค่อนข้างที่จะบอกไม่ถูกว่าเป็นอย่างไร คล้ายๆ กับยาสีฟันผสมกับเนื้อวัวบดอะไรทำนองนั้น

2.สเต็กเนื้อจิงโจ้ – เมื่อเอ่ยชื่อของสัตว์อย่างจิงโจ้ออกมาแล้วก็คงไม่ต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้คือประเทศออสเตรเลีย นั่นเอง สถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวบรวมของจิงโจ้เอาไว้มากที่สุดในโลก และแน่นอนว่าเมื่อมันเยอะขนาดนั้นก็มีคนคิดพิสดารนำเอามาเป็นเมนูอาหารอย่างสเต็กเป็นที่เรียบร้อย คนที่เคยกินระบุว่ารสชาติของมันคล้ายๆ กับเนื้อกวางผสมกับเนื้อควาย

3.แคร็กเกอร์ตัวต่อ – ใครๆ ต่างก็รู้ว่าต่อเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรง ทว่าในประเทศญี่ปุ่นนี่กลับเป็นอาหารอันโอชะอย่างหนึ่งของพวกเขา โดยพวกเขานำตัวต่อมาผสมกับการทำแครกเกอร์ มองเผินมันคงเหมือนเม็ดอัลมอนด์หรือไม่ก็ลูกเกดก็คงพอไหวอยู่

อย่างไรก็ตามเรามักจะเห็นว่าในหลายๆ พื้นที่ก็มีอาหารแปลกๆ อาหารที่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะเรียกมันว่าอาหารดีหรือไม่ให้ได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ที่เรามักเรียกกันว่า เปิบพิสดาร

เมนูเปิบพิสดาร จระเข้หัน!!


เมนูเปิบพิสดารที่มีชื่อว่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อจระเข้ มานำเสนอเพื่อนๆนั้น วันนี้ค่ะวันนี้เรายังอยู่กับเมนูเปิบพิสดารที่เกี่ยวกับจระเข้กันอีกซักหนึ่งเมนูค่ะ นั่นก็คือ จระเข้หัน

โดยมีคุณเอ็กซ์ หรือ ณัฐพากย์ คำกาศ เจ้าของกิจการจระเข้หันเจ้าแรกของเมืองไทย ที่กำลังเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วประเทศในขณะนี้ ร้านวัวหันอินเตอร์ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน คุณเอ็กซ์ เล่าว่า เดิมที่บ้านเปิดร้านหมูหันวัวหัน จนเมื่อ 7 ปีก่อน คุณเอ็กซ์ได้เข้ามาสานต่อกิจการร้านวัวหันอินเตอร์จากคุณพ่อคุณแม่ และเมื่อเอาวัวหรือหมูมาหันแล้วจะเหลือพวกเศษเนื้อเศษหนัง จึงหาวิธีกำจัดและคิดว่าถ้าเลี้ยงจระเข้ จะสามารถกำจัดพวกเศษเนื้อเศษหนังนี้ได้โดยให้เป็นอาหารจระเข้ และนั่นเป็นจุดกำเนิดของการสร้างตำนานปิ้งย่างให้มีความแตกต่างจากร้านอื่นๆทั่วไปคือ

การเอาจระเข้มาทำ จระเข้หัน นั่นเอง คุณเอ็กซ์ใช้เวลาคิดค้นสูตรในการทำจระเข้หันนานถึง 3 ปี จนวันนี้สามารถส่งขายได้ทั่วประเทศ โดยราคาขายจะขายอยู่ที่ ตัวเล็ก(ความยาม 1.20 เมตร) ราคา 3,000 บาท ตัวใหญ่(ความยาว1.50-1.80 เมตร) ราคา 4,500 บาท ส่วนรสชาตินั้น จะคล้ายๆกับไก่หัน แต่เนื้อไม่ซุย มีความหอมหวาน กรุบๆ ส่วนที่อร่อยที่สุดจะอยู่ตรงโคนหาง เรียกว่า บ้องตัน มีความเหนียวนุ่ม ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วสูตรของร้านแล้ว อร่อยสุดยอดดดด

รีสอร์ทในลาว เตรียมเมนูเปิบพิสดารสัตว์ป่า รับนักท่องเที่ยวจีน


ลาวเปิดรีสอร์ทต้อนรับชาวจีนเปิบพิสดาร ทั้งเนื้อเสือ อุ้งตีนหมี อย่างเปิดเผย ในเขตสามเหลี่ยมทองคำ
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2558 โดยอ้างสำนักสอบสวนสภาพแวดล้อม (the Environmental Investigation Agency =EIA)ว่า รีสอร์ทที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลาวหรือบริเวณเมืองบ่อแก้วเป็นแหล่งค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมายนับตั้งแต่เนื้อเสือถึงอุ้งตีนหมี

สำนักงานฯรายงานว่าลูกค้าสามารถซื้อหาสินค้าเหล่านี้ได้อย่างเปิดเผย ในเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจพิเศษหรือที่เรียกว่าสามเหลี่ยมทองคำอันเป็นเขตต่อแดนระหว่างประเทศลาว,เมียนมาร์และไทย

สำนักงาน EIA ตั้งอยู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษร่วมมือกับองค์กร Education for Nature Vietnam ได้เสนอรายงานว่าภัตตาคารในเขตนี้ได้เสนอเมนูเปิบพิสดารเช่น”ผัดเนื้อเสือ”( sauté tiger meat),อุ้งตีนหมีและตัวนิ่ม( pangolins)ไว้จำหน่าย

รายงานระบุว่าลาวเป็นประเทศที่จำหน่ายสินค้าสัตว์ป่าสงวนมากที่สุดแก่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เดินทางมาจากประเทศจีนซึ่งต้องการสัตว์หายากเป็นอาหารมาก

ชาวจีนเชื่อว่าทั้งเนื้อและอวัยวะบางส่วนเสมือนเป็นยารักษาโรคที่ทรงคุณภาพ

สำนักงาน EIA ได้เสนอให้ทางการลาวตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นปราบปรามการค้าสินค้าที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษทันที

“จีนเองก็ต้องทราบและยอมรับว่าการจำหน่ายหนังเสือที่ถูกนำมาถลกนั้นไม่ได้มีอะไรดีขึ้น นอกจากผลักดันให้ความต้องการมีมากขึ้น”เดบบี้ แบงก์ แห่ง EIA ออกคำแถลงอย่างเป็นทางการ

จากรายงานของสำนักงาน EIA ระบุว่า

1.ในเขตของประเทศสปป.ลาว ปรากฎว่าจะขยายความดึงดูดไปยังจีน ด้วยการจ้างชาวจีนมาร่วมทำงานด้วย สังเกตได้จากป้ายภาษาจีนที่ปรากฎในประเทศนี้

2.เช่นเดียวกับประเทศเมียนมาร์ เมืองชายแดนเหล่านี้อยู่ห่างจากเขตอิทธิพลของรัฐบาลกลาง เปิดจำหน่ายสินค้าสัตว์ที่หายาก,การบริการทางเพศและการเปิดบ่อนการพนันผิดกฎหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน

3.ชาวจีนมีความต้องการรับประทานเนื้อและอวัยวะของสัตว์ที่หายาก จึงเป็นจุดดึงดูดที่จะมีการลักลอบนำสินค้าเหล่านี้เข้าไปจำหน่ายในประเทศจีน

4.เจ้าหน้าที่เวียดนามและไทย สามารถจับกุมสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้ได้เป็นประจำ โดยทราบว่าสินค้าเหล่านี้จะลักลอบนำเข้าไปในจำหน่ายในประเทศจีน

“กินปลาเนื้อเย็น”อาหารอายุวัฒนะจีนพันปีกับ “เมนูเปิบพิสดาร” 20 มื้อ / แม่ช้อยนางรำ


“นี่คือ..การเดินทางไปสู่ “ประตูสวรรค์”
นี่คือ..การเปิบอาหารพิสดารอายุวัฒนะ
และนี่.. “คานาสือ” อุทยานสวยที่สุดของจีน”

อีชั้น…กำลังจะเดินทางไป”คานาสือ” ดินแดนขึ้นชื่อที่สวยงามที่สุดในเมืองจีน

“องค์การสหประชาชาติ” ยกย่องว่าเป็นสถานที่มนุษย์และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมาตั้งแต่มีโลก

ประเทศจีนก็ประกาศว่าเป็นอุทยานธรรมชาติ สวยระดับ5ดาว สวยที่สุดในเมืองจีน

ใครที่เคยดูหนัง”อวตาร”ก็จงรู้ว่าเถิดว่า นี่คือจินตนาการของ”สปีลเบิร์ก” ฝันเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์

สร้างสรรเป็นภาพสวย..สวยให้เราได้ชมกัน

“คานาสือ”…เป็นบริเวณภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี มีลำธาร ทะเลสาป ป่าไม้และบรรยากาศของเมืองโบราณพันปี ของเทือกเขาที่คนจีนเรียกว่า”ภูเขาสวรรค์” (เทียนซาน)

เป็นที่คนจีนเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นที่อยู่ของเซียนผู้วิเศษพำนักก่อนที่จะเดินทางขึ้นสู่สวรรค์

จึงเรียกกันว่า”คานาสือ ประตูสวรรค์”

และสำหรับนักเดินทางที่เชื่อกันมาเป็นเวลานับพันปีว่า บนภูเขาแห่งนี้มีอาหารอายุวัฒนะที่ผู้ใดได้กินก็จะมีอายุยืน ปราศจากโรคภัย

“คานาสือ”
อยู่มณฑลชินเจียง(ชินเกียง)
ซินเจียง…เป็นมณฑลใหญ่ทางทิศตะวันตกของจีน
มีเมือง”อูหลู่มูฉี่”เป็นเมืองหลวงเป็นที่อยู่ของชนกลุ่มน้อย
จำนวนมากมายถึง 35 เผ่า เป็น
มณฑลใหญ่ที่สุดของจีน(ใหญ่กว่าประเทศไทย3เท่า)ติดกับ
มองโกเลีย รัสเซีย อัฟกานิสถานและอินเดีย”คานาสือ”
เป็นดินแดนที่ได้รับการยกย่องว่า”ดินแดนบริสุทธิ์แห่งสุดท้าย
ของโลก”

อีชั้น…ตั้งใจจะเดินทางไป”ซินเจียง”มานานแล้ว สมัยหนึ่ง

เมื่อสายการบิน”บางกอกแอร์เวย์”เปิดเส้นทางไปเมืองชีอาน

นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เคยบอกกับอีชั้นว่า

จะเปิดเส้นทางไปซินเจียง ดินแดนแห่งความฝันของนักเดินทางทั้งหลาย เพราะเป็นเส้นทางที่เรียกว่า”เส้นทางสายไหม” หรือ “ชิลค์โรด”(silk road)

“มาร์โคโปโล”….เคยเดินทางจากยุโรปมาเมืองจีนบนเส้นทางสายนั้นและเขียนบันทึกความอัศจรรย์ใจ

ที่เขาได้พบตลอดเส้นทาง ผู้ใดอ่านก็ต้อง…ตกตะลึงนึกไม่ถึงว่า นี่เป็นความจริง

แล้วในที่สุด การรอคอยของอีชั้นก็ทำได้สำเร็จ
ปลายเดือนนี้ (เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสที่ 27 พฤษภาคม ไปจนถึงวันพฤหัสที่3มิถุนายน) อีชั้นจะเดินทางไปที่นั่น โดยเรียกเส้นทางนี้ว่า”คานาสือ ประตูสวรรค์”

“คานาสือ”…คือความฝันบนเส้นทางสายไหม

นอกจากความสวยงามของธรรมชาติบริสุทธิ์ และวัฒนธรรมของผู้คนเผ่าต่างๆมากมายซึ่งว่าไปแล้วแตกต่างไปจากชาวจีนหรือ “ชาวฮั่น” อย่างจะเอาเปรียบเทียบกันไม่ได้แล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่ “คานาสือ” มีก็คืออาหารที่เชื่อว่าเป็นอยาอายุวัฒนะ ซึ่งจะมีอยู่บนภูเขาสูงเทียมเมฆและหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี

อาหารเหล่านี้เป็นอาหารพื้นเมือง ประกอบจากบรรดาปลาแปลก..แปลกในทะเลสาปบนภูเขาและผัก ผลไม้รวมทั้งเห็ดสมุนไพรที่มีมากมาย

ด้วยแบบฉบับ “ทัวร์เปิบพิสดาร”ที่อีชั้นเน้น อาหารอร่อย ที่พักสะดวกสบายและเดินทางปลอดภัยในราคาไม่แพง การเดินทางครั้งนี้อีชั้นเน้นเมนูอาหารอร่อยแปลก…แปลกถึง 20 มื้อ ให้ได้รับประทานกัน

…นี่คือความฝันนานเป็นสิบ….สิบปี ซึ่งตอนนี้จะเป็นความจริงของอีชั้นแล้ว สนใจที่จะเดินทางไปกับอีชั้น มะ…มาเรามาไปด้วยกัน นะ เจ้าค่ะ…พระเดชพระคุณ

แมงอีนูน เมนูเปิบพิสดาร! หนึ่งปีมีครั้งเดียว ชาวสุรินทร์แห่จับแมงอีนูนฤดูฝน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากในหลายพื้นที่ของ จ.สุรินทร์ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านยาง ม.1 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ที่ออกไปหาของป่า และสัตว์ต่างๆมาประกอบอาหาร และนำไปขายกิโลกรัมละ 250-300 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาซื้อ นำไปกินนั้น จะเป็นชาวบ้านทั่วไปที่ชื่นชอบรับประทานแมลงทอดกรอบ เนื่องจากแมงอีนูน จะมีรสชาติ ที่อร่อย กรอบ และมัน ไม่เหมือนแมลงประเภทอื่นๆ

ช่วงย่างเข้าสู่หน้าฝนตกค่ำมืด เหล่าบรรดาแมงอีนูนนับหมื่น นับแสนตัว ก็จะพากันมากัดกินใบปีบ หรือใบกาสลอง และใบยอ จนใบไม้เกลี้ยงหมดต้น ชาวบ้านต่างพากันพลิกวิกฤตเป็นโอกาส หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว และคืนนี้นับเป็นคืนที่สามแล้ว ชาวบ้านยางต่างพากันนำเอาอุปกรณ์ สำหรับการจับแมลง ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไฟฉาย ส่องสว่าง ตะเกียงพายุ ตาข่ายพลาสติกที่ใช้สำหรับจับปลา ถังพลาสติกใส่น้ำ มาดักรอจับแมงจีนูนที่บริเวณใต้ ต้นปีบ หรือใบยอ ที่กำลังมาเกาะกินและผสมพันธุ์อยู่เป็นจำนวนมาก

สำหรับเวลาในการจับเพียง 30 นาที ก็จะได้แมลงจีนูนครึ่งถังพลาสติก แล้วนำมาล้างน้ำเพื่อทำความสะอาด แล้วนำมาทอดกับน้ำมันพืชที่กำลังเดือด ใส่ซอย หรือโรยเกลือเพียงเล็กน้อย เติมด้วยเครื่องปรุงอย่างง่าย ก็ได้เมนูที่อร่อยที่สุด ทอดกรอบแมงจีนูน หรือจะนำไปตำน้ำพริกแมลงจีนูนก็ได้รสชาติแซ่บทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยไปอีกแบบ นายเดียบ นิสัยกล้า อายุ 61 ปี ชาวบ้านยาง ม.1 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า แมงอีนูน ภาษาเขมร เรียกว่า กระยง แค่น้ำมาทอดกับน้ำมันกรอบๆ รสชาติก็อร่อยแล้ว

ด้าน นายเอือบ รัมพณีนิล อายุ 61 ปี ชาวบ้านยาง ม.1 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนเคยจับมาก่อน ทุกๆปี แมงอีนูนมักมากันกินต้นใบยอและต้นปีบ อากาศที่ร้อนอบอ้าว พอฝนตกเหล่าบรรดาแมงอีนูน หรืภาษาเขมรเรียก แมงกระยง พอจับได้เยอะๆ ก็จับนำไปคั่ว ไปทอด หรือนำไปตำน้ำพริกก็ได้ รสชาตอร่อย แมงอีนูนไม่ได้เป็นแมลงศัตรูพืช จะออกมากัดกินแค่ใบยอกับต้นปีบเท่านั้น ไม่กัดกินต้นข้าวขอเกษตรกรแต่อย่างใด ไม่รู้เหมือนกันว่าแมงอีนูนมาจากไหนบินรวมกลุ่มมาเหมือนฝูงผึ้ง แต่ไม่ทำร้ายคน