รีวิวเที่ยวเมืองเกินร้อย “ร้อยเอ็ด” เมืองที่มีแต่คนถามว่า ไปทำไม?

รีวิวเที่ยวเมืองเกินร้อย “ร้อยเอ็ด” เมืองที่มีแต่คนถามว่า ไปทำไม?

สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกตุ บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามหน้ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ…

พูดถึงเมืองเกินร้อยอย่าง “ร้อยเอ็ด”  เป็นอะไรที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของผมมาก่อน รู้แต่ว่าอยู่ทางภาคอีสาน  ได้ยินชื่อร้อยเอ็ดมากสุดคือจากมุขไป  LA  ไปร้อยเอ็ดหน่ะแหละ  วันหนึ่งมี message ส่งมาถามว่ามีตั๋วเครื่องบินนกแอร์ไปกลับร้อยเอ็ดฟรีไปไหม ตัดสินใจโง่ๆเลยว่าไปครับ   เดียวลองเปิดรีวิวคนอื่นดูแล้วก็ไปตามง่ายๆสบายๆ

เข้า Google เลยครับ “ที่เที่ยว ร้อยเอ็ด รีวิว”   …  ปกติจังหวัดอื่นขึ้นมาเป็นสิบๆรีวิว แต่นี่หารีวิวดีๆอ่านแทบไม่ได้     ห๊ะ! ทำไมไม่มีคนไปรีวิวจังหวัดนี้ดีๆเลยหล่ะ  พยายามหาข้อมูลอย่างเต็มที่ข้อมูลจังหวัดนี้ก็น้อยมากๆ ผมเลยตัดสินใจว่าจะเช่ารถขับแล้วตะเวนหา “ของดีร้อยเอ็ด” ด้วยตัวเอง และพยายามทำรีวิวดีๆมาให้คนเลิกถามซะทีว่า จังหวัดนี้มันมีอะไร

ทริปนี้ได้รับสปอนเซอร์ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ร้อยเอ็ด จากสายการบินนกแอร์
ทริปนี้จัดการเองและจ่ายเองทุกอย่างครับ

ทริปนี้ผมไป 2 วัน 2 คืน สรุปได้ดังนี้ครับ
–    บินนกแอร์ไฟลท์ค่ำ 18:40 ไปร้อยเอ็ด
–    เก็บแสงเช้าและวัดตัวเมือง
–    ไปนอนบนผาหมอกมิวาย
–    วัดป่ากุง
–    เก็บตกวิถีชีวิตชาวนา
–    บินนกแอร์ไฟลท์ดึก 21:10 กลับกรุงเทพ

สรุปค่าใช้จ่ายหลัก ( ราคาต่อคน หาร2แล้ว )
– เช่ารถ 2 วัน =  1200 บาท
– ค่าน้ำมัน = 400 บาท
– ค่าโรงแรม 2 คืน = 450 บาท
=== รวม 2050 บาท ===

ตามประสามนุษย์เงินเดือนเวลาน้อย ผมจึงเลือกไปเย็นวันศุกร์และกลับเย็นวันอาทิตย์
พอถึงเย็นวันศุกร์ที่ 19 เลิกงานปุ๊ปผมก็รีบไปยังสนามบินดอนเมือง ออกเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ ไฟลท์  18:40

ใช้เวลานั่งประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีก็มาถึงสนามบินร้อยเอ็ดแล้วครับ
เพิ่มเติม : ถ้ามาทางรถ ระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตรครับ

พอถึงสนามบินร้อยเอ็ดคุณสามารถเช่ารถได้ที่สนามบินเลย  ผมโทรจองไว้แล้วกับเจ้าหนึ่งรถ Eco car 1500 cc ในราคาวันละ 1,200 บาท เราจะเช่ากัน 2 วันเต็มๆ ( รถสาธารณะ ยังไม่สะดวกในการเดินทางในร้อยเอ็ดนะครับผมว่า )

เริ่มต้นทริปด้วยการขับรถเข้าตัวเมืองร้อยเอ็ดหาข้าวดึกทาน แล้วเข้าที่พักครับ เราพักกันที่โรงแรมไหมไทย ราคาคืนละ 450 บาท มี2เตียง มีแอร์ ห้องสะอาดพอรับได้ โรงแรมประมาณ 1-2 ดาวครับ ( ถ้ามีงบแนะนำที่อื่นนะ )

ก่อนไปเริ่มทริปมาชมภาพรวมกันก่อนครับว่าร้อยเอ็ดมีสถานที่เที่ยวอะไรบ้าง  พวกผมแพลนว่าจะเก็บตัวเมือง รวมทั้งวัดป่ากุงที่อยู่ทางด้านซ้ายของเมือง จากนั้นจะยิงยาวไปยัง อ.หนองพอก ทางด้านขวาครับ ดังนั้นในรีวิวนี้จะไม่ได้ลงไปด้านล่างที่มีสถานที่สำคัญอีกหลายที่นะครับ
หมายเหตุ : คุณสามารถเปิด google map เที่ยวได้เลยพวกเราใช้อากู๋ช่วยนำทางทั้งหมดครับ


*ได้ภาพนี้มาจากร้อยเอ็ดโฟโต้

เช้าวันเสาร์เราตื่นตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นไปเก็บแสงเช้ากันที่ “บึงพลาญชัย”  สระน้ำกลางเมืองสัญลักษณ์สำคัญของเมืองร้อยเอ็ด ที่นี่ตอนเช้าจะมีคนมาออกกำลังกาย วิ่งรอบบึงกันเยอะ และอากาศก็ดีมากๆครับ นอกจากนั้นยังมี ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่เคารพบูชาของชาวร้อยเอ็ดอีกด้วย

จากบึงพลาญชัยก็ไปต่อกันที่วัดกลางมิ่งเมือง วัดหลวงของตัวเมืองร้อยเอ็ด วัดนี้เก่าแก่มาก มีการสันนิษฐาน ว่าสร้างก่อนตั้งเมืองร้อยเอ็ด ส่วนอุโบสถสร้างในสมัยอยุธยาเลยครับ ที่นี่จะสามารถมองไกลไปถึง วัดบูรพาภิราม วัดที่มีพระพุทธรูปปางประทานพร ที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นวิวชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ดีเลยครับ

จบจากวัดกลางมิ่งเมืองก็ไปต่อกันที่วัดบูรพาภิรามครับ วัดที่มีพระพุทธรูปปางประทานพร ที่สูงที่สุดในประเทศไทย

ไหว้พระขอพรกันเสร็จเรียบร้อยไปหาอาหารเช้ากินกันที่ร้าน “แอ๋ว ไข่กระทะ”
ลายแทงร้านอร่อยต้องขอบคุณเพื่อนในเพจที่บอกมาด้วยครับ เป็นร้านดังไข่กระทะเจ้าแรกของร้อยเอ็ด

มาถึงร้านไข่กระทะก็ต้องสั่งนี่สิครับ ไข่กระทะ    รสชาติดีครับ แต่ผมขอติที่ใช้มาการีน กลิ่นและรสเลยดร็อปไป

กินไข่อย่างเดียวคงไม่อิ่มเลยสั่ง    โจ๊กหมูใส่ไข่เพิ่ม   – อร่อยดีครับ ที่เด่นกว่าเจ้าอื่นคือได้กลิ่นหอมของข้าวหอมมะลิชัดมากๆ สมชื่อเมืองข้าวหอมเลย

อิ่มแล้วก็ไปถ่ายภาพต่อกันที่ “เจดีย์มหามงคลบัว”   เป็นเจดีย์ที่สวยงามและใหญ่โตมากครับ
ถ้ามาร้อยเอ็ดต้องมาที่นี่ไม่งั้นถือว่า ‘พลาด’ จริงๆ

ภาพเจดีย์ใกล้ๆครับ ใหญ่มากประมาณตึก 4 ชั้นเห็นจะได้

เป็นอันจบภารกิจตอนเช้าครับ…  ได้เวลากลับไปนอนที่โรงแรมจนถึงเที่ยง  slow life ไปครับ (คือออ ง่วง)

ภารกิจตอนบ่ายเราออกเดินทางไปยัง อ.หนอกพอก ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร เพื่อไปวัดที่ดังสุดของจังหวัดร้อยเอ็ด  มาชมความสวยงามและยิ่งใหญ่อลังการของ “พระมหาเจดีย์ชัยมงคล”  สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า รวมทั้งอัฐิธาตุของเกจิอาจารย์ชื่อดังสายอีสาน

ทางเข้าก็สวยอลังการแล้วครับ ( เสียดายตอนไปมีซ่อมครับ ดูจากภาพคนอื่นสวยกว่านี้เยอะเลย )

บรรยากาศภายในเจดีย์มีทั้งหมด 6 ชั้น งานดี งานละเอียด มากๆพลังศรัทธาของชาวพุทธสุดยอดจริงๆ

ประมาณชั้น 4 จะสามารถออกมาระเบียงชมวิวไกลๆได้ครับ

เราแพลนว่าคืนนี้เราจะถ่ายพระอาทิตย์ตกที่ผาหมอกมิวาย นอนบ้านพักอุทยานแถวนั้นหล่ะครับ  แล้วตอนเช้าตื่นมาชมทะเลหมอกเพลินๆ   ก็ขับรถต่อจากวัดหนองพอกไปยัง “เขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาน้ำทิพย์”  สัก 8 กิโลก็ถึงครับ

ลองคุยกับเจ้าหน้าที่ถามว่าตอนเช้ามีทะเลหมอกไหม เค้าบอกว่ายังไม่มีเพราะปีนี้แล้งกว่าที่เคย  ถ้าอยากติดต่อบ้านพักให้ไปคุยกับแม่ค้าดู   มีเป็นบ้าน 3 ห้องนอน  1,500 บาทต่อคืน  แต่เรามากัน  2  คนนอนห้องเดียวเค้าคิดให้ 500 บาทครับ

เราเดินเล่นถ่ายรูปบนเขาสักพัก ก็ตัดสินใจใหม่ว่าตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นทะเลหมอก งั้นเราลงไปนอนข้างล่างน่าจะดีกว่า เก็บบรรยากาศด้านบนมาให้ตามนี้ครับ อีกสักเดือนหนึ่งน่าจะสวยแล้วแหละ

ลงเขาแล้วไปต่อกันที่ น้ำตกถ้ำโสดา  แต่… พลาดครับน้ำตกตอนนี้ก็ไม่มีน้ำเช่นเดียวกัน
ขออนุญาตเอาภาพจากคนร้อยเอ็ดมาแปะให้ดู ว่าถ้ามีน้ำจะเป็นอย่างไร
Credit ภาพจากคุณ DiDiMan ตามภาพเลยครับ ถ่ายได้สวยมากๆ ผมเซฟไว้ในมือถือกะไปลอกครับ 555

ระหว่างทางไปน้ำตก จะเป็นนา ซึ่งปีนี้แล้งครับเลยยังไม่มีการทำนาจริงจัง
ถ้าใครสนใจมาร้อยเอ็ดในช่วงเดือนเก็บเกี่ยวคงจะสวยมากๆเลยครับ

จากนั้นก็ขับรถยิ่งยาวกลับไปตัวเมืองร้อยเอ็ด ถ่ายพระจันทร์ยิ้มที่บึงพลาญชัย
และหาอะไรทานกันที่ ตลาดโต้รุ่งยิ่งเจริญกลางเมืองร้อยเอ็ด ของกินเพียบเลยครับ
จากนั้นเข้านอนที่โรงแรมไหมไทยเหมือนเดิมครับ ถูกดี

เช้าวันอาทิตย์เราตื่นแต่เช้าเช่นเคย ออกไปเก็บแสงเช้ากันอีกรอบกับวิวเมืองร้อยเอ็ด   วันนี้ได้บึง และ วัดบึงพลาญชัยมาเพิ่ม ต่อด้วยข้าวเช้ากินกันที่ตลาดยิ่งเจริญ (อีกแล้ว)

วัดบึงพลาญชัยครับ อยู่ใกล้ๆบึงหน่ะแหละ

ท้องอิ่มเราขับรถต่อไปยัง “วัดป่ากุง”  อีกหนึ่ง unseen Thailand ที่เราอยากนำเสนอ
ที่วัดป่ากุงนี้มี “บรมพุทโธจำลอง” คล้ายมรดกโลกที่อินโดนีเซีย ถือเป็น Unseen Thailand ที่น้อยคนนักจะรู้ว่ามีบรมพุทโธในประเทศไทยของเราด้วย

นอกจาก บรมพุทโธเมืองไทยแล้ว วัดป่ากุงยังมี “เจดีย์อนุสรณ์หลวงปู่ศรี มหาวีโร”  ที่สวยงามมากพอๆกันครับ ถ่ายรูปไหว้พระขอพรเสร็จแล้วกลับไปนอนเช่นเคย …

เที่ยงเช็คเอ้าจากโรงแรมออกไปหาอะไร ชิคๆกันที่คาเฟ่สุดฮิปกันที่ร้าน “afternoonwalk”  ร้านตบแต่งได้เหมาะสมกะ hipster มากร้านนี้เราพบโดยบังเอิญจาก hashtag #roiet  ใน instragram  ดูฮิปมาก
เข้าไปชมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook ร้านพิมพ์ตามชื่อเลยครับ

บรรยากาศร้านมีมุมให้ถ่ายรูปแบบ hipster มากมาย งานตะบองเพชรก็มา งานปูนเปลือยก็มา  คือมาครบจริงๆ

ขนมที่ผมตั้งต้นมากินก็คือสิ่งนี้ …

เดียวๆผมไม่ได้กินต้นไม้ครับ เพราะไอ้เจ้านี่มันคือ “ไอติม”  เออแปลกดี รสชาติอร่อยด้วยนะ ถ้วยนี้ 89 บาทครับ
เพื่อนผมสั่ง Bingsu แตงโม หน้าตาดูดีเว่อร์วังมาก อร่อยด้วย อันนี้  120 บาทครับ

สรุปว่าร้านนี้อร่อยและดีงามมาก  มาทานแล้วอัพภาพใส่ #ร้อยเอ็ดเป็นเมืองชิคๆ ได้เลย

เสร็จภารกิจชิค   ขอตัดภาพไปที่ภารกิจ  “ตามหาวิถีชีวิตชาวนา”   ต้องขอบคุณลายแทงจากเพื่อนในเฟสบุ๊คชาวร้อยเอ็ดเช่นกันครับที่ชี้เป้าที่ถ่ายรูปให้   “บ้านหนองเทิง” คือหมู่บ้านที่เราจะไปสัมผัสวิธีชาวบ้านกัน ขับรถจากตัวเมืองร้อยเอ็ดไปนิดเดียวถึงครับ

ที่ๆเราอยู่ปากทางเป็นโรงเรียน … ฝึกสอนควายอีกด้วยนะ เก๋ไก๋ชะมัด ใครบอกควายโง่ผมว่าไม่จริงนะ มันน่ารักมากๆเลยครับ  ขับรถตรงเข้า “หมู่บ้านหนองเทิง” ก่อนถึงหมู่บ้านให้เลี้ยวขวาเข้าทางลูกรัง  ตรงเข้าไปอีกจะเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ บ่อหนึ่งมีบัวอยู่เต็มเลย

ผมได้คุยกับคุณลุงท่านหนึ่งกำลังเลี้ยงควายอยู่ ลุงบอกว่าปีนี้แล้งครับ ปกติช่วงเดือน มิถุนายน ที่ผมไปนี้ต้องเริ่มหว่านกันแล้ว  คุณลุงแนะนำว่าตอนเย็นตรงนี้จะมีควายผ่านมาเยอะเลยครับ เค้าจะต้อนควายกลับเข้าบ้านกันตอนเย็นๆ ผมนี่ใจชื้นเลย



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *